รำลึกการต่อสู้เดือน ตุลาคม…… การเปลี่ยนแปลงสู่ภาวะ”ตาสว่าง”ในอีกบริบทหนึ่งของการเมืองไทย…

ตุลาคม เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ชวนให้เราได้ทบทวนและเกิดภาวะ “ตาสว่าง”อีกครั้งของบริบทการเมืองไทย หากย้อนกลับไปในในเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลา 2516 ผมอยู่ในขบวนนักศึกษาห้วงเวลานั้น เราเรียนรู้ความอยุติธรรมท่ามกลางกระแสคลื่นประชาธิปไตยหลังถูกกดทับจากอำนาจเผด็จการต่อเนื่องยาวนาน นับตั้งแต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องมาในสมัยถนอม- ประภาส ส่งผลให้ระบบความคิดเราเชื่อมโยงกับปัญหาการเมือง เศรษฐกิจและสังคมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น...

“ปชช.ไม่ได้ต้องการเศษเงิน แต่ต้องการความหวัง” เสียงสะท้อนจากวงเสวนา การสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตฯ

“ประชาชนไม่ได้ต้องการนักการเมืองที่เอาของมาแจกแล้วก็ไป แต่ประชาชนต้องการนักการเมืองที่ถามประชาชนว่าลำบากตรงไหน อยากให้ทำอะไรเพื่อให้มีชีวิตดีขึ้น และเข้ามาเพื่อพัฒนาจริงๆ” เสียงสะท้อนของประชาชนขณะเข้าร่วมงานเสวนา “การสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตอย่างไรให้ปลอดภัยและทันเหตุการณ์”  โดยมีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เข้าร่วมให้ความรู้ ณ อาคารไม้ไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร วันที่ 27-29 กันยายน 2564 การจัดเสวนาครั้งนี้ มุ่งหวังให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าใจและก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน และต้องการให้นักการเมืองมีความเข้าใจในการเป็นกระบอกเสียงและตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการทำงานในแต่ละพื้นที่ที่ต้องทำอย่างจริงจังให้เป็นรูปธรรมและให้ประชาชนได้รับทราบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์​ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่นักการเมืองต้องทำและต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ รับรู้โดยง่าย ปัจจุบันมีการเติบโตของเทคโนโลยี กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป นักการเมืองก็ต้องเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาสื่อสารและแก้ปัญหาให้กับประชาชน เช่น ในสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การใช้สื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างทันเวลา ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐเข้าไม่ถึง เราสามารถใช้ตรงนี้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ เพื่อลดความเดือดร้อนในยามวิกฤตของประชาชนให้ได้มากที่สุด  ทั้งนี้ได้มีประชาชนที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นระบุว่า “นักการเมืองต้องเข้าใจประชาชน เราไม่ได้ต้องการของที่มาแจกของ เวลามีน้ำท่วมเอาข้าวสารอาหารแห้งมาแจกแล่วจากไป เป็นแบบนี้ทุกปีไม่เคยมีวันจบ แต่เราต้องการความหวังจากพวกคุณ ว่ามาแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร มาถามความเดือนร้อนของประชาชน เพื่อให้ปัญหาหมดไป” 

เพื่อไทย แถลงเตรียมดำเนินคดี “สนธิญา” นักร้องยุบพรรค ปมกล่าวหาเชื่อมโยงการชุมนุม

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับกรณีมีการร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย  ตามที่นายสนธิญา สวัสดี ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย โดยอ้างคำพูดของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์  ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุทำนองว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนเรื่องทุนให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง นั้น พรรคเพื่อไทย ขอเรียนว่าการที่นายสนธิญา สวัสดี ได้นำเพียงข้อความบนเฟซบุ๊กของนายไชยอมรฯ ไปร้องขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นการดำเนินการที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เพียงพอก่อนนำไปร้อง แต่กลับนำข้อความหรือคำพูดดังกล่าวไปร้องต่อ กกต.ทันทีแสดงให้เห็นว่านายสนธิญาฯ มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็จะได้ดำเนินการตามกฎหมายกับนายสนธิญาฯ เช่นกันตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา101 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองว่ากระทำความผิดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น  พรรคเพื่อไทยขอเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยและต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาโดยตลอด แต่พรรคก็ยึดหลักสันติวิธี ไม่นิยมการใช้ความรุนแรงใดๆ และพรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าไม่เคยมีนโยบายหรือให้เงินทุนสนับสนุนผู้ชุมนุมกลุ่มใด แต่ด้วยความเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก การที่จะมีสมาชิกพรรคคนใดไปร่วมชุมนุมหรือสนับสนุนการชุมนุมก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลและความรับผิดชอบส่วนตัว ที่ผ่านมาไม่เคยมีสมาชิกผู้ใดไปกล่าวอ้างว่ากระทำในนามพรรค ดังนั้น การที่นายสนธิญาฯ ได้ยื่นคำร้องต่อกกต.โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่นายสนธิญาฯ ได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็ยื่นขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย กรณีที่โฆษกของพรรคออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน พรรคจึงขอให้สังคมอย่าไปให้ความสำคัญกับนักร้องพวกนี้มากนัก เพราะแม้แต่นายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐก็ยังปฏิเสธว่าบุคคลนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค จากกรณีการ call out ของดารา ในส่วนของพรรคนั้นเมื่อมีการร้องและหาก กกต.รับเรื่องพรรคก็พร้อมจะชี้แจงและไม่รู้สึกกังวลใดๆ เพราะพรรคดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใสพร้อมให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา  พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองและคุ้มครองไว้ และถือเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนมีความตื่นตัวที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นและข้อเรียกร้องทางการเมือง อันเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยสากล โดยพรรคได้ต่อสู้ทางการเมืองอยู่ในระบบไม่เคยใช้วิธีการใดที่จะเป็นการผิดกฎหมาย 

วาระ 15 ปีรัฐประหาร 49 เพื่อไทยชี้จุดเริ่มต้นทศวรรษที่สูญหาย ทำลายประชาธิปไตย ทำลายพรรคการเมืองที่มีสมาชิกกว่า 14 ล้านเสียง ทำลายคนมีความรู้ความสามารถ เพื่อเปิดทางให้อำนาจฉ้อฉล

ในวาระ 15 ปี รัฐประหาร 2549 พรรคเพื่อไทยเผยแพร่ ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘เริ่มต้นทศวรรษที่สูญหาย : รัฐประหาร 2549’ บอกเล่าเรื่องราวของการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 ทั้งจุดเริ่มต้น บทสนทนาของคณะรัฐบาลที่เกิดขึ้นในวันรัฐประหาร ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลและคณะรัฐประหาร สู่คำอธิบายว่าการรัฐประหารครั้งนั้น...

บทความพิเศษ : รัฐประหาร อุปสรรคการพัฒนาประชาธิปไตยไทย โดย สามารถ แก้วมีชัย

19 ก.ย. 2564 ครบรอบ 15 ปี การรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นการรัฐประหารที่ยึดอำนาจได้สำเร็จ เป็นครั้งที่ 13 นับจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตย เมื่อ...

รำลึก 19 กันยา ถอดบทเรียน 3 รัฐประหาร : จากพฤษภาทมิฬ ถึง ม็อบราษฎร โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ในชีวิตการเมืองของดิฉันกว่า 29 ปี ได้ผ่านรัฐประหารมา 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 34 โดยดิฉันได้ร่วมในขบวนการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของพล.อ.สุจินดา ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ตั้งแต่วันแรก จนมาถึงการรัฐประหารปี 49 ซึ่งขณะนั้นดิฉันเป็นรัฐมนตรีเกษตร กำลังทำหน้าที่นำสินค้าเกษตร...

รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 : จุดเริ่มต้นของพัฒนาการระบบเผด็จการในสังคมไทย (อีกครั้ง)

19 กันยายน… วันนี้เมื่อสิบห้าปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักประเทศไทยให้ถอยหลังกลับไปล้าหลังทุกด้าน ด้วยการที่ ทหารกลุ่มหนึ่ง ถืออาวุธ พร้อมกองกำลังที่ใช้อำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจ จากรัฐบาลประชาธิปไตย ภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียวที่ได้รับคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งตามฉันทามติ ของประชาชน พร้อมกับการฉีกรัฐธรรมนูญ...

“ไทยสร้างไทย” สนับสนุนการตรากฎหมาย พ.ร.บ.อุ้มหาย ให้มีผลครอบคลุมตามข้อเสนอ ยกระดับความน่าเชื่อถือของประเทศ

แถลงการณ์คณะทำงานด้านกฎหมายและการเมือง พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยสร้างไทยเห็นด้วยที่สภาผู้แทนราษฏรลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ…. ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี พ.ศ. 2527 (Convention against...

เพื่อไทยโชว์ผลงาน ส.ส.สกลนคร ฟื้นภูมิปัญญาผ้าคราม ปั้นแบรนด์ “ครามสกล” พลิกฟื้นดินสร้างรายได้

“ในฐานะนักการเมือง เราเชื่อว่าองค์ความรู้สำคัญจริงๆ ที่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และจะช่วยให้ประเทศเราอยู่รอด โดยเฉพาะเรื่องการเกษตร ซึ่งเกษตรกรเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ” สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย บอกเล่าประสบการณ์การพัฒนาอาชีพทางการเกษตร ผ่านภาพยนตร์สั้น ‘ภูมิปัญญา นวัตกรรม...

พัฒนาประเทศ ผ่านมุมมองวิทยาศาสตร์นำประเทศ หากไม่สนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อแสวงหาฐานรายได้ใหม่ ไทยจะสูญเสียโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ : คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

หน่อยได้มีโอกาศ ร่วมพูดคุยใน Clubhouse ในหัวข้อ ‘วิทยาศาสตร์นำประเทศ’ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยตัวอย่างของการบริหารประเทศในรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ได้ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ และการระบาดวิทยา เพื่อใช้ควบคุมโรคโควิด จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ ความสำคัญของวิทยาศาสตร์...

Stay Connected

130,125แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม

Recent Posts

130,125แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม