ปัญหาร้ายแรงวงการพุทธไทย! ถึงเวลาล่า “ไอ้โม่ง” สอดไส้ถอดถอน 3 เจ้าคณะจังหวัด ผิดทั้งพระธรรมวินัยและกฎหมาย

นับว่าเป็นยุคที่พระสงฆ์องค์เจ้าถูกพูดถึงจนกลายเป็นประเด็นสาธารณะมากที่สุดครั้งหนึ่ง จนหลายคนมองว่าอาจจะเป็นจุดหักเห อันจะทำให้สังคมเปลี่ยนมุมมองต่อ “ศาสนาพุทธ” ในประเทศไทย หลังจากนี้ ไม่จะเป็นกรณี “2พส.” ไม่ว่าจะเป็นกรณี “สอดไส้” ถอดถอนพระสังฆาธิการ โดยประเด็น 2 พส.แห่งวัดสร้อยทอง ดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะครองหน้าสื่อโซเชียล โดนใจ “เยาวรุ่น” แต่หลักใหญ่ใจความแห่งการถกเถียงกันของแต่ละฝ่ายคือ เรื่องของความ “เหมาะสม-ไม่เหมาะสม” เท่านั้น

“ปัญหาแท็กซี่” สู่วิจัยเพื่อพัฒนา: จากคุณภาพชีวิต สู่ประสิทธิภาพขนส่งสาธารณะ

“แท็กซี่” นับเป็นการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ได้รับความนิยมทางหนึ่งของคนกรุงเทพมหานคร แต่ในช่วงที่ผ่านมาแท็กซี่นับเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากทั้งการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างระบบคมนาคม การเกิดสถานการณ์โควิด-19 การถีบตัวของราคาพลังงาน หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเองก็ตาม   ปัจจุบันมีผู้ประกอบการแท็กซี่จำนวนมากในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากสถิติจำนวนรถแท็กซี่ของกรมขนส่งทางบก พบว่ามีรถแท็กซี่จดทะเบียนสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2548 - พฤษภาคม พ.ศ. 2563 รวม 131,801 คัน (กรมขนส่งทางบก, 2563) และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถแท็กซี่ดังกล่าวมีผลกับการจราจร อุบัติเหตุ และความปลอดภัยในด้านต่างๆ รวมไปถึงภาพรวมสุขภาพของประชากรในประเทศ ที่มาจากพฤติกรรมทางสุขภาพของอาชีพคนขับแท็กซี่ด้วย ทั้งนี้ แท็กซี่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแรงงานนอกระบบ ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองในระบบหลักประกันคุ้มครองแรงงานซึ่งจากการสำรวจแรงงานนอกระบบของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2562 พบว่า มีแรงงานนอกระบบมากถึง 20.4 ล้านคน หรือร้อยละ...

“นักวิชาการพุทธ” ชี้ ปลด3เจ้าคณะ จว.ผิดขั้นตอน แนะช่องกฎหมายฟ้องทางปกครองคืนความเป็นธรรม ยกเคส “พล.ต.อ.วิระชัย” ย้ำ! อย่าลืม “หลวงพ่อเปี๊ยก” จบนิติศาสตร์ พร้อมเผย “3...

กรณีที่พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร) หรือ "หลวงพ่อเปี๊ยก" เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ถูกมหาเถรสมาคมสั่งปลดฟ้าผ่าโดยไม่ทราบสาเหตุ พร้อมกับเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ จนเกิดแรงกระเพื่อมในวงการสงฆ์ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน เป็นต้นมานั้น กองบรรณาธิการข่าว The Sender ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิการวิจัยนานาชาติ โครงการปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนาและวงการคณะสงฆ์ไทย มาตอบคำถามและคลายข้อสงสัยต่อกรณีดังกล่าวครบทุกประเด็นที่สังคมอยากรู้! -ความเห็นกรณีการปลดพระสังฆาธิการครั้งนี้

รำลึกการต่อสู้เดือน ตุลาคม…… การเปลี่ยนแปลงสู่ภาวะ”ตาสว่าง”ในอีกบริบทหนึ่งของการเมืองไทย…

ตุลาคม เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ชวนให้เราได้ทบทวนและเกิดภาวะ “ตาสว่าง”อีกครั้งของบริบทการเมืองไทย หากย้อนกลับไปในในเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลา 2516 ผมอยู่ในขบวนนักศึกษาห้วงเวลานั้น เราเรียนรู้ความอยุติธรรมท่ามกลางกระแสคลื่นประชาธิปไตยหลังถูกกดทับจากอำนาจเผด็จการต่อเนื่องยาวนาน นับตั้งแต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องมาในสมัยถนอม- ประภาส ส่งผลให้ระบบความคิดเราเชื่อมโยงกับปัญหาการเมือง เศรษฐกิจและสังคมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ความไม่เป็นธรรม ความทุกข์ยากของเกษตรกร ความเหลื่อมล้ำของสภาพชนชั้นในสังคม การใช้อำนาจของชนชั้นนำที่กระทำและกดทับต่อการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ผ่านการใช้กฎหมายและจารีตที่ครอบงำความเชื่อของสังคมไว้อย่างต่อเนื่อง ช่วงชีวิตตอนเป็นนักศึกษา เรายังมีโจทย์ที่ไม่ซับซ้อนมาก...

“ปชช.ไม่ได้ต้องการเศษเงิน แต่ต้องการความหวัง” เสียงสะท้อนจากวงเสวนา การสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตฯ

“ประชาชนไม่ได้ต้องการนักการเมืองที่เอาของมาแจกแล้วก็ไป แต่ประชาชนต้องการนักการเมืองที่ถามประชาชนว่าลำบากตรงไหน อยากให้ทำอะไรเพื่อให้มีชีวิตดีขึ้น และเข้ามาเพื่อพัฒนาจริงๆ” เสียงสะท้อนของประชาชนขณะเข้าร่วมงานเสวนา “การสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตอย่างไรให้ปลอดภัยและทันเหตุการณ์”  โดยมีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เข้าร่วมให้ความรู้ ณ อาคารไม้ไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร วันที่ 27-29 กันยายน 2564 การจัดเสวนาครั้งนี้ มุ่งหวังให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าใจและก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน และต้องการให้นักการเมืองมีความเข้าใจในการเป็นกระบอกเสียงและตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการทำงานในแต่ละพื้นที่ที่ต้องทำอย่างจริงจังให้เป็นรูปธรรมและให้ประชาชนได้รับทราบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์​ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่นักการเมืองต้องทำและต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ รับรู้โดยง่าย ปัจจุบันมีการเติบโตของเทคโนโลยี กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป นักการเมืองก็ต้องเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาสื่อสารและแก้ปัญหาให้กับประชาชน เช่น ในสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การใช้สื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างทันเวลา ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐเข้าไม่ถึง เราสามารถใช้ตรงนี้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ เพื่อลดความเดือดร้อนในยามวิกฤตของประชาชนให้ได้มากที่สุด  ทั้งนี้ได้มีประชาชนที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นระบุว่า “นักการเมืองต้องเข้าใจประชาชน เราไม่ได้ต้องการของที่มาแจกของ เวลามีน้ำท่วมเอาข้าวสารอาหารแห้งมาแจกแล่วจากไป เป็นแบบนี้ทุกปีไม่เคยมีวันจบ แต่เราต้องการความหวังจากพวกคุณ ว่ามาแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร มาถามความเดือนร้อนของประชาชน เพื่อให้ปัญหาหมดไป”