แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เรื่อง ขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตามที่นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ และได้ขยายระยะเวลา การใช้บังคับประกาศตามสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง รวม ๑๘ ครั้ง โดยครั้งล่าสุด ขยายไปตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม๒๕๖๕ โดยเหตุผลในการประกาศ สถานฉุกเฉินนั้น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ เป็นหลัก แต่กลับปรากฏว่าในการ ออกข้อกําหนดตามความในมาตรา ๙ แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อห้ามที่ครอบคลุมถึงการห้ามชุมนุมทางการเมืองด้วย โดยระบุว่า “ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่ ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงประกาศกำหนด” ต่อมาเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ คลี่คลายและได้มีการผ่อนคลายมาตรการตามข้อห้ามดังกล่าวลง แต่สำหรับข้อห้ามในการชุมนุมทางการเมืองนั้นยังคงไว้อยู่เช่นเดิม จึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมาได้มีเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนประกาศ  และข้อกำหนดจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ได้ทุเลา เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด จนรัฐบาลได้เตรียมประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นโรคประจำถิ่น และยังได้ ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงเป็นลำดับ เช่น การเปิดให้มีการเดินทางระหว่างประเทศโดยไม่ต้อง ตรวจคัดกรองเพียงแต่ให้แสดงหลักฐานการได้รับวัคซีน การเปิดโรงเรียนทั่วประเทศ การเปิดให้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีคนจำนวนมาก รวมถึงการเปิดสถานบันเทิง เป็นต้น กรณีย่อมถือว่า สถานการณ์ฉุกเฉินได้สิ้นสุดลงแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงต้องประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินทันที    ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ดังนั้น การยังคงข้อห้ามในการชุมนุมทางการเมืองไว้ นอกจากไม่เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ยังเป็นเหตุผลทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี เองที่ไม่ต้องการให้มีการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งถือเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในทาง การเมืองจํากัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และนอกจากการยกเลิกประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินแล้ว ควรที่จะมีมาตรการในการยุติการดำเนินคดีกับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทุกคนที่ถูกดำเนินคดีเพราะการฝ่าฝืนข้อกําหนดในมาตรา ๙ ด้วย เพราะทุกคนที่ออกมาชุมนุมล้วนไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อประเทศ แต่ส่วนใหญ่เพราะต้องการแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศของรัฐบาลเท่านั้น จึงไม่ควรที่จะต้องถูกดำเนินคดีเพราะเหตุดังกล่าว เมื่อมีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว รัฐบาลยังมี พ.ร.บ.ควบคุมโรคที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ ซึ่งการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังเป็นการสร้างความมั่นใจ และสร้างบรรยากาศของการท่องเที่ยวและการลงทุนอีกด้วย ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที

สมุนไพรใบแฉก โตแบบ “โอปปาติกะ” !?

ปรากฏการณ์สมุนไพรใบแฉกที่เพิ่งจะถูกกฎหมายเมื่อไม่นานมานี้ คนที่จะปลูกต้องลงทะเบียนกับทางการเพื่อให้ได้สิทธิ์ปลูกตามกฎหมายแต่ก็น่าตกใจ ไม่รู้ใช้ปุ๋ยอะไรกัน ปลูกปุ๊บโตปั๊บกันทั้งประเทศ อัศจรรย์ยิ่งนัก! แล้วคำว่า "โอปปาติกะ" คือ อะไร ทำไมใช้กันเพียบ!!  "โอปปาติกะ" มาจากภาษาบาลี แปลตรงๆ คือ เกิดปุ๊บ โตปั๊บ ไม่ต้องมีพ่อ มีแม่  ไม่ต้องมานั่งคอยเลี้ยงดูประคบประหงมกันให้เสียเวลา  ในพุทธศาสนา มีโอปปาติกะ 4 กลุ่มคือ เทวดา พระพรหม สัตว์นรก เปรต อสูร และ ผี นอกจาก 4 กลุ่มนี้แล้ว ยังมีต้นไม้ทิพย์ที่เป็นโอปปาติกะ เกิดปุ๊บโตปั๊บออกลูกปึ๊บ กินได้ทันที แหมมมม เห็นสมุนไพรของแต่ละคนที่เอามาลงทะเบียนแล้วก็คิดอยู่ ว่านี่ “กัญชาโอปปาติกะ” หรือหรือได้ปุ๋ยวิเศษมาจากไหน อยากจะไปขอมาใส่ต้นมะม่วงหลังบ้านจริงจริ๊งงงงงง

พุทธกาลก็มีนโยบาย Pride?! โดย : กวีวรรณ

คุณว่าสมัยพุทธกาลมี LGBTQ+ ไหม?  . ก็แหม เข้าเดือนมิถุนายนทั้งที ธงสีรุ้งโบกสะบัดไปทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศหรือPride Month เราก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าในสมัยนู้นจะมีผู้คนที่เป็นเพศหลากหลายมั้ยนะ เพราะตามบันทึกประวัติศาสตร์โลกก็เชื่อว่ามีเพศวิถีที่มากกว่าหญิงชายมาตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนแล้ว . อ้าว แบบนี้พุทธศาสนาที่มีอายุสองพันกว่าปีก็ต้องมีสมาชิก LGBTQ+ อยู่ร่วมยุคสมัยในช่วงพุทธกาลด้วยน่ะสิ? คำตอบก็คือเราเชื่อว่าเป็นไปได้สูงเลยแหละ และมากไปกว่านั้นก็คือ เมื่อเราลองค้นดูแล้ว เราก็แอบจิ้นอยู่นะ!! แต่ขอกา*** ไว้ 84,000 ดอก ว่าไม่มีเจตนาไปลบหลู่บุคคลในพุทธประวัติ แต่มุ่งเชิดชูหลักความเสมอภาคในการบรรลุธรรมเท่านั้น . ‘พระโสไรยยะ’ .

แถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้าน “ขีดเส้นใต้ความล้มเหลว ขีดเส้นตายรัฐบาลที่สิ้นสภาพ”

วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านอันประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย มารวมตัว ณ ที่แห่งนี้ ในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งของการเมืองไทย เวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับประเทศไทย ประเทศไทยวันนี้เรากำลังอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด เผชิญวิกฤตในทุกมิติ “วิกฤตตัวผู้นำ” นายกรัฐมนตรีที่ไร้ศักยภาพ ขาดความน่าเชื่อถือ นำพาประเทศมาถึงทางตัน เป็นรัฐบาล “หมดสภาพ” ในการบริหารราชการแผ่นดิน อีกทั้งยังจะ “สิ้นสภาพ” ในมิติความถูกต้องตามตัวบทกฎหมายด้วยปมวาระนายกรัฐมนตรี 8 ปี “วิกฤตเศรษฐกิจ” ที่สร้างความทุกข์ยากแก่พี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส ทำลายสถิติการเพิ่มขึ้นของคนจน...

เลือก ส.ก. เพื่อไทย คืนความมั่งคั่งให้คนกรุงเทพฯ ‘บรู๊ค–ดนุพร ปุณณกันต์’ ชี้เพื่อไทย คือ คำตอบสุดท้าย เพื่อคนกรุงฯ กลับมากินดีอยู่ดี ขับเคลื่อนเมืองหลวงด้วยนโยบายที่ทำได้จริง

“ความกินดีอยู่ดีควรเริ่มต้นที่เมืองหลวงคือกรุงเทพฯ” บรู๊ค-ดนุพร ปุณกันต์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย กล่าวในคลิปวิดีโอ ‘ทำไมต้องเลือก ส.ก. เพื่อไทย’ ซึ่งเผยแพร่ในเพจพรรคเพื่อไทย . ดนุพร ปุณณกันต์ซึ่งผ่านการทำงานการเมืองมาแล้ว 17 ปี ผ่านการทำหน้าที่เป็น ส.ส.กทม. และรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาแล้ว มองเห็นปัญหาของคนไทยทั้งในระดับประเทศและปัญหาของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะความยากจนและปากท้องที่เป็นเรื่องใหญ่ . ปัญหาความยากจนเป็นเรื่องใหญ่ ผมเคยลงพื้นที่แถวคลองเตยและชุมชนต่างๆ ตอนปี 2554 มีโอกาสลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ...