“ชวลิต” เสนอทางออกการแก้ไขปัญหาคนไทยฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ

0
420

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ความเห็น ให้ข้อเสนอแนะต่อปัญหาการฆ่าตัวตายของคนไทยด้วยพิษภัยทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้

3 – 4 วันมานึ้  คงไม่มีข่าวใดสะเทือนใจเท่ากับข่าวที่พ่อกับลูกสาว วัยเพียง 5 ขวบ โดดน้ำฆ่าตัวตาย ทั้งพ่อ ทั้งลูก

จากภาพวงจรปิดย้อนหลัง เห็นภาพชัดเจนว่า พ่อตกงาน หางานไม่ได้ ต้องไปขอข้าวชาวบ้านกินกันอดตาย ก่อนไปโดดน้ำตาย และลูกซึ่งยังไม่รู้เดียงสาก็โดดน้ำตายตามพ่อ 

ขณะนี้ ข่าวคนไทยฆ่าตัวตาย ทั้งตายสำเร็จและไม่สำเร็จ โดยมีสาเหตุมาจากพิษเศรษฐกิจอันสืบเนื่องจากวิกฤตไวรัสโควิต – 19 ที่ส่งผลให้ประชาชนตกงานแบบเฉียบพลัน กระทันหัน ไม่ทันตั้งตัว ไม่มีเงินแม้จะปะทังชีวิต ทั้งตนเองครอบครัว ลูก หลาน  รวมทั้งไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเช่าบ้าน จึงไม่มีที่จะซุกหัวนอน เมื่อเกิดความเครียด หาทางออกไม่ได้ก็ฆ่าตัวตาย นี่เป็นสภาพของคนจนเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวชนบทที่เคลื่อนย้ายประชากรเข้ามาหางานยังเมืองใหญ่

เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากข่าวพบตัวเลขคนฆ่าตัวตายด้วยเหตุพิษภัยเศรษฐกิจ ปรากฎว่ามีจำนวนใกล้เคียงกับคนตายด้วยไวรัสโควิด จนเกิดเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ตามมาว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญในการป้องกันปัญหาไม่ให้คนไทยฆ่าตัวตายด้วยพิษเศรษฐกิจด้วย  

ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีหลักธรรมค้ำจุนสังคมอยู่ คือ เมตตา กรุณา จึงควรให้ความสำคัญในการรักษาชีวิตคน ที่มีสาเหตุจากทั้งพิษโรคร้ายไวรัสโควิด และพิษเศรษฐกิจ ไปด้วยกัน

ผมมีข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาคนไทยฆ่าตัวตายจากปัญหาเศรษฐกิจดังกล่าวข้างต้น ดังนี้

1.ให้อำเภอและเขต ออกประกาศและสำรวจปัญหาคนตกงานเฉียบพลันจากพิษเศรษฐกิจดังกล่าว แล้วดำเนินการช่วยเหลือทันที ไม่ชักช้า โดยไม่มีหลักเกณฑ์ยุ่งยาก ดังนี้

1.1 คนตกงานและครอบครัวทุกคน จะได้รับคูปองอาหารไว้บริโภค 3 มื้อทุกวัน และมี

กระทรวงแรงงาน กับกระทรวงพัฒนาสังคม ฯ มาร่วมสำรวจเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการมีงานทำและที่อยู่อาศัย

ให้สอบถามไปในคราวเดียวกันว่า เมื่อสถานการณ์ปกติ จะกลับบ้านในชนบท หรือไม่ ถ้ากลับให้รัฐบาลจัดส่ง

1.2 คนไทยทุกคน (เน้นคำว่าทุกคน) ทั้งที่ตกงานหรือไม่ตกงาน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ให้ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลรายละ 5,000 บาท/เดือน รวม 3 เดือน เป็นเงิน 15,000 บาท โดยสามารถนำบัตรประชาชนไปขึ้นเงินได้ทุกธนาคารทันทีแล้วธนาคารรวบรวมตั้งเบิกจากกระทรวงการคลังมาชดใช้ (ยกเว้นข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น  พนักงานรัฐวิสาหกิจ ไม่ได้รับเงินเยียวยา ส่วนคนมีฐานะจะสละสิทธิ์ไม่รับเงินเยียวยา หรือไม่ ก็ได้ โดยผู้ที่ได้รับสิทธิเยียวยาไปแล้ว ไม่มีสิทธิได้รับซ้ำ)

2. คนที่จะฆ่าตัวตาย ไม่ใช่เพียงระดับคนงานที่ตกงานโดยเฉียบพลันเท่านั้น แต่เจ้าของกิจการขนาดกลาง หรือขนาดย่อม ที่เรียกว่า SME มีเป็นจำนวนมากทึ่ได้รับผลกระทบ แม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่เมื่อเทียบสัดส่วนกับที่รัฐบาลช่วยเหลือธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งจำนวนเงินงบประมาณที่ช่วยเหลือ ทั้งจำนวนธุรกิจที่ช่วยเหลือ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับ SME ซึ่งเป็นธุรกิจของคนชั้นกลางและมีจำนวนมหาศาลที่เข้าไม่ถึงทุนให้มากกว่านี้  โดยควรสนับสนุนงบประมาณที่จะช่วยเหลือธุรกิจขนาดใหญ่เท่าที่จำเป็นจริง ๆ แล้วนำงบประมาณส่วนใหญ่มาช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ไม่ให้ล้มละลาย ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งร่ำรวยระดับประเทศอยู่แล้ว มีความสามารถเพียงพอที่จะประคับประคองธุรกิจของตนเองได้ (ที่รวยมากอยู่แล้ว ให้รวยน้อยลง ไม่ใช่รวยขึ้น ๆ)

คนเครียดทึ่จะฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจ มิได้มีเพียงคนระดับคนงานที่ตกงานโดยเฉียบพลัน

แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้าไม่ถึงทุนซึ่งมีจำนวนมาก ควรได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง

3. เกษตรกร เป็นอาชีพของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ มาเป็นเวลา 5 – 6 ปี เมื่อมาประสบกับวิกฤตไวรัสโควิต – 19 จึงเดือดร้อนเป็นทวีคูณ และปัญหาความเดือดร้อนนั้น สลับซับซัอน ทั้งปัญหาเก่า ปัญหาใหม่ 

เกษตรกรควรได้รับการเยียวยา ครัวเรือนละ 35,000 บาท ซึ่งประธานยุทธศาสตร์พรรค พท.

ได้เคยนำเสนอไว้แล้ว ซึ่งผมจะติดตามการเยียวยาเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างใกล้ชิดต่อไป

กล่าวโดยสรุป  การแก้ไขวิกฤตไวรัสโควิต – 19 ที่ผ่านมาเน้นมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งเป็นการควบคุมโรค  นับว่าได้ผลเป็น ที่น่าชื่นชม น่าสรรเสริญ 

ขณะเดียวกันมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด ก็ส่งผลเสียหายทางด้านเศรษฐกิจและสังคมตามมาอย่างมหาศาลเช่นกัน ดังเช่นมีคนฆ่าตัวตายในอัตราที่ใกล้เคียงกับคนตายด้วยพิษไวรัสโควิด – 19 ทั้งนี้ ไม่รวมความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่อาจประเมินค่าความเสียหายได้

ดังนั้น จึงเป็นหน้าทึ่ของรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร จะแก้ไขปัญหาวิกฤตไวรัสโควิต – 19 โดยวางน้ำหนักปัญหาด้านการควบคุมโรค กับปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม ให้เหมาะสมอย่างสมดุล

ทั้งนี้ มาตรการในการผ่อนคลายเพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินธุรกิจเพื่อยังชีพได้ นั้น อย่างน้อยควรมีมาตรการควบคุมตามข้อเสนอแนะของ WHO ไว้ด้วย เพื่อคลายความกังวลของผู้ที่เป็นห่วงมาตรการควบคุมโรค

ส่วนการแก้ไขปัญหาคนฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ สังคม เป็นปัญหาเฉพาะหน้า รีบด่วน ทึ่รัฐบาลต้องรีบดำเนินการโดยเร็ว ข้อเสนอแนะข้างต้นเป็นมาตรการหนึ่ง ที่ต้องการให้ถึงมือประชาชนที่เดือดร้อนโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะมีประชาชนฆ่าตัวตายมากกว่านี้