“อนุดิษฐ์” จี้ “ประยุทธ์” สร้างความกระจ่างให้ได้ว่า ส.ส.คนใดเป็นคนเอาบัตรไปเสียบแทนกัน จะได้ไม่ถูกครหาว่า “อุ้ม ส.ส.เสียบบัตร” เพิ่มขึ้นมาอีกกรณีหนึ่ง

0
824

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  กำลังอยู่บนทาง  2  แพร่งในการแก้ปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ  ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเลือกแนวทางแบบ “ศรีธนญชัย”ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าการเสียบบัตรแทนกันในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานในปัจจุบันได้ หรือจะยึดตามบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยวินิจฉัยเอาไว้ว่าการเสียบบัตรแทนคนอื่น มีผลทำให้การลงคะแนนของสภาไม่สุจริต ถือเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ยังคงเชื่อตามคำแนะนำของนายวิษณุ ก็จะทำให้การวางแผนรองรับสถานการณ์ดังกล่าวเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเชื่อนายวิษณุมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการถวายสัตย์ไม่ครบจนนำไปสู่การฟ้องร้องเอาผิด หากครั้งนี้ยังคงเชื่อตามคำแนะนำอีก ก็อาจจะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ เนื่องจากเป็นการกระทำที่สวนทางกับแนวการตัดสินของศาล รธน.

แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะลองกลับใจดูสักครั้ง ก็จะทำให้สามารถวางแผนรับมือได้อย่างถูกต้อง โดยอาจไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเลยก็ได้  เพราะเคยมีแนวทางการวินิจฉัยเอาไว้แล้วว่าให้ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้  2  ล้านล้านบาทเมื่อปี  2557 ตกไป เพราะมีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. จนทำให้กระบวนการออกกฎหมายไม่ชอบ

“ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด รัฐบาลก็ยังมีทางออกอื่นในการนำงบประมาณปี 63 เอามาใช้ได้ แต่ที่จะเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับตัวพลเอกประยุทธ์ก็คือความรับผิดชอบทางการเมืองจากการที่มี ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทนกันถึง  4  คนแม้จะพยายามอ้างว่ามี  2  คนเสียบบัตรแทนกันเพราะเครื่องไม่พอ  แต่ประธานสภาก็ฟันธงไปแล้วว่าถือเป็นความผิดเช่นเดียวกัน  จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบ” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

น.อ.อนุดิษฐ์ยังเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์เร่งสร้างความกระจ่างให้ได้ว่าใครเป็นคนเอาบัตรไปเสียบแทนกัน จะอ้างในทำนองว่า ไม่ได้ฝากใครเสียบหรือไม่ได้มอบอำนาจให้ใครเสียบบัตร แล้วก็ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเฉย ๆ ตามที่นายวิษณุแนะนำไม่ได้ เพราะจะยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงปัญหา  2  มาตรฐานของประเทศ  เพราะต้องไม่ลืมว่ากรณีนายนริศร  ทองธิราช อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เคยถูกทั้ง สนช.ยื่นถอดถอนและถูกอัยการสั่งฟ้องคดีอาญาโทษถึง  10 ปีจากกรณีเดียวกัน

“ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ถูกครหาว่า มีทั้งการอุ้มรัฐมนตรี และ ส.ส.ที่ถูกฟ้องคดีอีกหลายคน หากครั้งนี้ยังไม่ทำเรื่องใครเสียบบัตรแทนกันให้กระจ่างอีก ก็จะมีเรื่อง “อุ้ม  สส.เสียบบัตร” เพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งจะยิ่งทำให้ความชอบธรรมของรัฐบาลหมดไปเรื่อย ๆ และนั่นเท่ากับว่า  พล.อ.ประยุทธ์เริ่มนับถอยหลังทางการเมือง ตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้เลย “น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวทิ้งท้าย