“ชวลิต” จี้รัฐเร่งจัดทำร่างพิธีสาร การส่งออก-นำเข้าสินค้าผลไม้ไทยสู่ตลาดจีนตอนใต้ ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน)

0
1107

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าผ่านแดนว่า ได้ดำเนินการขนส่งผลไม้จากไทยผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ไปตามถนนหมายเลข R 12 สู่จีนตอนใต้ โดยได้ประกอบกิจการขนส่งสินค้าผ่านแดนมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่การผ่านแดน ณ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ยังไม่มีพิธีสาร

การส่งออก – นำเข้าสินค้าระหว่างไทย – จีน อย่างเป็นทางการ มีเพียงพิธีสาร ฯ สินค้าผ่านแดน ณ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 (มุกดาหาร -สะหวันนะเขต)

การขนส่งผลไม้สดจากไทย เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย จากภาคตะวันออก และภาคเหนือ ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการขนส่งสินค้าให้น้อยที่สุด ระยะทางสั้นที่สุด ซึ่งจะทำให้ค่าขนส่งต่ำกว่า ช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการและผู้ส่งออกได้ ทำให้สินค้าผลไม้ของไทยถึงตลาดปลายทางเร็วขึ้น ทั้งลดอัตราการสูญเสียได้มากกว่า     

ในข้อเท็จจริง การขนส่งสินค้าผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ไปตามถนนหมายเลข R 12 เป็นเส้นทางไปสู่จีนตอนใต้ที่สั้นที่สุดเพียง 823 กิโลเมตร สั้นกว่าการข้ามสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ไปตามถนนหมายเลข R 9 ที่ยาวถึง 1,090 กิโลเมตร เพียงแต่การข้ามที่มุกดาหาร มีพิธีสารการส่งออก – นำเข้าสินค้าระหว่างไทย – จีนแล้ว ส่วนที่นครพนมยังไม่มีพิธีสาร ฯ ระหว่างไทย – จีน

นายชวลิต ฯ กล่าวว่า จากการติดตามเรื่องเดิม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2558 นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในขณะนั้น ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่ากำลังจัดทำร่างพิธีสารการส่งออก – นำเข้าสินค้าระหว่างไทย – จีนผ่านเส้นทาง R 12

ขณะนี้เวลาผ่านมาย่างเข้าปีที่ 5 ยังไม่ได้มีการลงนามในพิธีสารดังกล่าว ไม่ทราบว่ามีปัญหาอุปสรรคใด

ขอเรียนว่า ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าผลไม้ไทยทั่วทุกภาคนิยมมาใช้เส้นทาง R 12 ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่นครพนมเพราะเป็นเส้นทางไปสู่จีนตอนใต้ที่สั้นที่สุดดังกล่าวข้างต้น จนมีมูลค่าสินค้าผ่านแดน ปีละประมาณ 1 แสนล้านบาท

จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจัดทำร่างพิธีสารโดยเร็วเพื่อส่งเสริมการค้าผ่านแดนให้มีความยั่งยืน สร้างความมั่นใจกับผู้ประกอบการขนส่งสินค้ารวมทั้งเกษตรกรผู้ผลิตผลไม้ไทยจะได้มีความมั่นคงในอาชีพ