มรดกบาปของผีเร่ร่อน! “โรม” อภิปรายเดือด ชี้กรณี “ศรีนวล” ตัวอย่างปัญหา รธน.40 – อัด ส.ว. มีอำนาจล้น ร่วมเลือกนายก-พิจารณา กม. – ปลุกไล่ผีออกจากบ้าน

0
779

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่รัฐสภา (เกียกกาย) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ร่วมอภิปรายในญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยระบุว่า วันนี้พรรคอนาคตใหม่ มีจำนวน ส.ส.ลดลง เนื่องจากมี ส.ส.งูเห่า ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนถึงวิกฤตของรัฐธรรมนูญได้เป็นอย่างดี เพราะอดีต ส.ส.ของพรรค คือคุณศรีนวล บุญลือ ได้ทำให้ประชาชนตระหนักแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา เพราะได้หลงคิดว่า ตัวท่านได้คะแนนสูงสุดจากความนิยมชมชอบของประชาชน แต่หารู้ไม่ว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไปดูให้ดี คะแนนนั้นเกิดจากพรรคการเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ เป็นที่อยู่ของคนที่หลากหลายอุดมการณ์ เป็นของสมาชิกพรรค เป็นของกรรมการบริหารพรรค เราอยู่ในวิกฤตการณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้ ส.ส.หลงคิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ที่มีความสง่างาม และเข้าสู่สภาได้เพราะประชาชนเลือกมา แต่ไม่เป็นไร ให้กาลเวลา และประชาชนได้พิสูจน์ โดยตนอยากจะฝากเอาไว้ว่า พรรคการเมืองที่จะรับ ส.ส.งูเห่า โปรดคิดให้ดี

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญ 2560 สร้างขึ้นมาด้วยความต้องการหวงอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการยึดอำนาจ และเกิดจากความต้องการในการแสวงหาอำนาจต่อไป แม้จะไม่ได้อยู่ในยุคของการรัฐประหารแล้วก็ตาม เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ขาดความชอบธรรมในทางประชาธิปไตย แล้วทำให้อำนาจของประชาชนด้อยลง ในขณะอำนาจของคณะรัฐประหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กิจการ ผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของประชาชน ไม่สามารถทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกจากนี้ ตัวปัญหาที่สำคัญคือ ส.ว. ซึ่งตามบทเฉพาะกาลมีจำนวนทั้งสิ้น 250 คน ไม่มีประชาชนคนใดเป็นผู้เลือก หากมาจากการแต่งตั้งโดยคนไม่กี่คน คือ คสช. ซึ่งมีสมาชิกทั้งสิ้น 15 คน แต่ ส.ว. ชุดนี้กลับมีอำนาจที่มากมายมหาศาล สามารถเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งอาจจะบอกว่าลำพังแค่ 250 คน ไม่มากพอที่จะเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้ แต่หากบวกกับ ส.ส. 126 คน มากเพียงพอที่จะเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้

“การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนไทยไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 35.5 ล้านคน มาเลือกพวกเราในสภาแห่งนี้ ให้มามีโอกาสใช้อำนาจแทนพวกในสภาแห่งนี้ แต่ปรากฏว่าในวันที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ว. 250 คนซึ่งมาจากการสรรหาโดยคน 15 คนบวกกับ ส.ส. 126 คน ถ้าคิดเป็นสัดส่วนคือ 9 ล้านคน กลับเพียงพอที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ผลที่ตามมาก็คือ จากการที่เราไม่มีการเลือกตั้งมาเป็นเวลานาน ก็อาจมีพรรคการเมืองตัดสินใจไปเข้าร่วม แล้วทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกมนตรี สืบทอดอำนาจได้ นี่คือปัญหาการที่ 1 ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ประการต่อมา คือ ส.ว. มีอำนาจในการพิจารณากฎหมายที่ตัวเองเห็นว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ในฐานะพรรคการเมือง ตนสัญญาไว้กับประชาชนว่า ตนและพรรคอนาคตใหม่ เราจะผ่านร่างกฎหมายในเรื่องของการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แต่เมื่อสักครู่ก็ได้รับหนังสือว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แน่นอนต้องให้พลเอกประยุทธ์ เซ็น แต่สิ่งที่จะตามมา คือ ส.ว.จะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายการปฏิรูป และเข้ามามีส่วนในการพิจารณาด้วย อยากถามว่า มีประชาชนคนไหนเลือก ส.ว.มา คนที่เลือกส่วนใหญ่เป็นนายพล ซึ่งพวกเขาเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไปตัดทอนอำนาจของกองทัพ สุดท้ายกฎหมายก็อาจจะตกไปก็ได้ แล้วสิ่งที่เราสัญญาไว้กับประชาชนจะมีความหมายอะไร ดังนั้น การที่ ส.ว.มีอำนาจมากขนาดนี้เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ

“เรื่องของการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะฝ่ายค้าน เพราะบทบาทของฝ่ายค้าน คือการเข้าไปตรวจสอบการทำงานของฝั่งรัฐบาล หากแต่อำนาจที่เราใช้ และเป็นอำนาจที่มีความหมายที่สุด คืออำนาจในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อให้ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วสามารถถอดถอนพลเอกประยุทธ์ ออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ผลปรากฏว่า ส.ว. ที่ไม่มีประชาชนคนไหนเลือก ก็สามารถที่จะเอาพลเอกประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป สรุปแล้ว พลเอกประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของผมเลยใช่ไหม ท่านจะอยู่อย่างนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเรื่อยๆ ท่านจะใช้อำนาจ ใช้คำพูด ดูถูกประชาชน บริหารประเทศไม่เป็น เศรษฐกิจล้มเหลวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆใช่ไหม” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรามีความหวังดีต่อประเทศชาติ ประเทศของเราเปรียบเสมือนบ้านของเราหลังใหญ่ ที่เราใช้น้ำพักน้ำแรงในการสร้างขึ้นมา แต่วันนี้บ้านของเราเปรียบเสมือนบ้านผีสิง บ้านนี้มีผีเร่ร่อน เป็นกลุ่มผีเร่ร่อนเข้ามา ที่หลงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าที่ ตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นเจ้าที่ ผีนี้ได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่า ได้โปรดขายวิญญาณให้ข้าหน่อย แล้วหลังจากขายวิญญาณแล้ว ผีเหล่านี้ก็จะไปผุดไปเกิด แต่ปรากฏว่าทันทีที่เราทำสัญญาขายวิญญาณแล้ว แต่ผีเหล่านี้ไม่ยอมไปผุดไปเกิด และยังคงไม่ยอมให้พวกเราได้สร้างบ้านแห่งนี้ให้สวยงาม ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาเริ่มต้นด้วยการขับไล่ผีตนนี้ออกไปจากบ้าน ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปรียบเสมือนเป็นมรดกบาปของผีเร่ร่อนตนนี้

“เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่มีกิจกรรมที่สกายวอล์ค มีพี่น้องประชาชนตะโกนคำมาประโยคหนึ่งว่า ‘ประยุทธ์ออกไป’ ถ้าท่านยังคงยืนยันว่าจะยังคงอยู่ในอำนาจแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผมเป็นห่วงจริงๆ จากประสบการณ์ต่างประเทศ ท่านจะอยู่ไม่ได้ ประสบการณ์ในต่างประเทศสอนมาตลอดว่าท้ายที่สุด เผด็จการจะพินาศเสมอ” นายรังสิมันต์ กล่าว