“ชวลิต” ชี้แบน 3 สารพิษร้ายแรงพิสูจน์รัฐบาล”จริงใจ” หรือ “จิงโจ้” ระบุ กก.วัตถุอันตรายเป็นเพียงร่างทรงรัฐบาล

0
964

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม  สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยเป้าหมายร่วมกันของ กมธ.ว่า วัตถุประสงค์หลักของการศึกษา คือ แก้ไขปัญหาการตายผ่อนส่งของคนไทยที่ได้รับภัยจากสารเคมีร้ายแรงที่ปนเปื้อนในพืชผลการเกษตรและในสิ่งแวดล้อม 

ผมดีใจที่ กมธ.ทุกท่านหลอมรวมเป็นเอกภาพ เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยกเป็นพรรคการเมืองต่าง ๆ ทำให้การทำงานของ กมธ.เป็นไปด้วยความราบรื่น และมั่นใจว่าจะเสร็จภารกิจตามกำหนด 60 วัน ที่สภา ฯ มอบหมายไว้

ในการประชุมครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีความเห็นว่าควรแบนสารพิษร้ายแรง 3 ตัว คือ พาราควอต คลอไพริฟอส และไกลโฟเซต ในทันที ไม่ต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมอีกแล้ว เพราะมีทั้งงานวิจัยและผลกระทบที่เกษตรกรและผู้บริโภคประสบอยู่ ตลอดจนมีประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ถึง 53 ประเทศ ได้สั่งแบนสารพิษร้ายแรง 3 ตัว ดังกล่าวไปแล้ว

สำหรับกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้ประชุมเมื่อในที่ 18 กันยายน 2562 ทึ่ผ่านมา แล้วมีมติยื้อการแบน 3 สารพิษ ออกไปอีก 60 วัน โดยมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกต่อไป นั้น

ในฐานะประธาน กมธ.วิ. ขอยืนยันว่า จะผลักดันการแบน 3 สารพิษร้ายแรงต่อไปอย่างมั่นคง และขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า การรักษาชีวิตคนไทยไม่ให้ตายผ่อนส่งซึ่งรวมทั้งตัวท่านและบุคคลในครอบครัวด้วย มีความสำคัญสูงสุดมากกว่าผลประโยชน์อื่นใดซึ่งเป็นเรื่องรอง ถ้าตัดสินใจปัญหาหลักไม่ได้ ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมาอีกมากมาย

ความจริงคณะกรรมการวัตถุอันตรายก็เป็นเพียงกลไกหนึ่งในการทำงานของรัฐบาล เวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ถ้ารัฐบาลมีนโยบายในการดูแลคุณภาพชีวิตเกษตรกรและประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นผู้บริโภค คณะกรรมการวัตถุอันตรายก็คงสนองนโยบายรัฐบาลไปแล้ว

ดังนั้น หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่น จริงใจที่จะแก้ไขปัญหาการตายผ่อนส่งของคนไทย มากน้อย แค่ไหน เพียงใด

อย่างไรก็ตาม กมธ.จะยืนหยัดเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มกำลังเพราะได้ฉันทานุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยเสียงเอกฉันท์ ไม่มีผู้ใดคัดค้านแม้แต่เสียงเดียว