ไทยสร้างไทยดันร่าง พรบ. อากาศสะอาด ชี้รัฐบาลควรคุ้มครองสิทธิในการหายใจของประชาชน

0
80

วันที่ 21 มิถุนายน 2565 พรรคไทยสร้างไทย นำโดยนางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย นายวรวุฒิ โตวิรัตน์ อดีตผู้สมัคร สก. เขตสาทร นายเอกพล พงษ์พิกุล และนายภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ ว่าที่ผู้สมัคร สส. จ. เชียงใหม่ เข้าร่วมผลักดันร่าง พรบ. กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดฯ ร่วมกับเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย (Thailand Clean Air Nerwork: CAN) เพื่อเรียกร้องสิทธิของประชาชนที่จะหายใจอากาศสะอาด ไม่ให้รัฐบาลปัดตกจากการพิจารณาโดยรัฐสภา

ประเทศไทยเผชิญกับปัญหามลภาวะทางอากาศเป็นระยะเวลานาน ทั้งปัญหาฝุ่นพิษในเขตภาคกลางและกรุงเทพฯ ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ และปัญหาควันไฟป่าในภาคใต้ ซึ่งงานวิจัยในปี พ.ศ. 2559 พบว่าร้อยละ 87 ของประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงกว่าค่ามาตรฐานปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งกำหนดไว้เข้มงวดกว่ามาตรฐานปลอดภัยของประเทศไทย

มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ นำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ รวมทั้งยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้มีการคำนวนต้นทุนทางสังคมว่าความเสียหายจากมลพิษทางอากาศของประเทศไทยสูงถึง 2.06 ล้านล้านบาท โดยกรุงเทพฯ รับผลกระทบถึง 556,327 ล้านบาท นครราชสีมา 98,649 ล้านบาท และเชียงใหม่ 49,184 ล้านบาท ยังไม่รวมความเสียหายต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเขตจังหวัดภาคเหนือที่มลพิษทางอากาศของไทยมักมีความรุนแรงในช่วง High season ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน

ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถเข้าไปบริหารจัดการได้ แต่รัฐบาลไทยยังคงไม่สามารถจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุที่กฎหมายในปัจจุบันกระจัดกระจายและขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเด็นว่าด้วยการรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษ การกำหนดมาตรฐานของมลพิษทางอากาศที่ไม่เข้มงวด และการฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายจากมลพิษ อีกส่วนหนึ่งคือการทำงานที่ซ้ำซ้อนและขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในการจัดการกับมลพิษฯ ที่ไร้ประสิทธิภาพและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

ในที่นี้ การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายที่บูรณาการกระบวนการจัดการปัญหาเข้าด้วยกัน ในรูปของ ร่าง พรบ. กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดฯ (Clean Air Act) ที่รับรองสิทธิในการหายใจ “อากาศสะอาด” แก่คนทุกคนโดยสมบูรณ์ และกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการอำนวยการและกำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพอย่างบูรณาการ

ร่าง พรบ. กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดฯ นอกจากจะเป็นกรอบการทำงานเชิงบูรณาการและกำหนดหน้าที่ให้รัฐปฎิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังสร้างกลไกให้ประชาชนและภาคประชาสังคมรับรู้และเข้าไปมีส่วนรวมในกลไกการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ ในรูปแบบของการบังคับให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลและจัดกลไกให้ประชาชนมีบทบาทในการตัดสินใจและเรียกร้องความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางหลักธรรมาภิบาลและหลักการพัฒนาที่ยังยืน

“หากรัฐบาลปัดตกร่าง พรบ. ฉบับดังกล่าว ก็จะเป็นการชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เห็นถึงความสำคัญของสิทธิในการหายใจ “อากาศสะอาด” ทั้งยังไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจัง และเท่ากับว่ารัฐบาลไม่ได้สนใจคุณภาพชีวิตของคนไทยแต่อย่างใด” นางสาวธิดารัตน์กล่าว