‘สุทิน คลังแสง’ ลั่น ‘เพื่อไทย-คนเสื้อแดง’ ยืนหยัดยึดมั่นอุดมการณ์ เดินหน้าสู่แลนด์สไลด์ ด้วยพลังบริสุทธิ์ของประชาชน เพื่อชัยชนะอย่างมั่นคงและยั่งยืน

0
79

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวบนเวที ‘ครอบครัวเพื่อไทย สมุทรปราการ บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม’ ที่จังหวัดสมุทรปราการว่า เมื่อได้ฟังเรื่องราวของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดความรู้สึก 2 อย่าง คือ หวานชื่นและขื่นขม เพราะทั้งเคยได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่และถูกกระทำอย่างโหดร้าย
.
นายสุทิน ขยายความว่า ‘หวานชื่น’ ก็คือ เราก่อตั้งพรรคเพียง 2 ปี ก็สามารถชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยพลังบริสุทธิ์ของประชาชนล้วนๆ ชนะเลือกตั้ง ได้นายกรัฐมนตรีติดต่อกันถึง 4 คน เพราะเราชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง ทุกสถานการณ์ ทุกกติกา ส่วน ‘ขื่นขม’ ก็เพราะเราถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรมและโหดร้าย ทั้งถูกยึดอำนาจโดยคณะรัฐประหาร 2 ครั้ง ในปี 2549 และ 2557 และถูกยุบพรรคอีก 2 พรรรค อีกทั้งผู้นำพรรคก็ยังถูกกลั่นแกล้ง โดนดำเนินคดีต่างๆ นาๆ ไม่เว้นแม้แต่มวลชนและผู้สนับสนุน ที่ต้องโดนเล่นงานไปด้วยทั้งถูกฆ่า กดดัน คุกคาม เล่นงานทั้งทางกฎหมายและทางธุรกิจ
.
“มวลชนผู้สนับสนุนพรรคที่สำคัญ ก็คือ คนเสื้อแดง ที่มีชะตากรรมร่วมกับพรรค ต้องถูกฆ่าไม่ต่ำกว่า 99 ศพ ถูกจับกุมคุมขัง ถูกคุกคามจนต้องหลบหนี ทำให้ต้องสิ้นเนื้อประดาตัวและหลายคนครอบครัวต้องล่มสลาย ประสบการณ์ที่ขมขื่นเหล่านี้ หากเป็นพรรคการเมืองอื่น นักการเมืองกลุ่มอื่นที่ไม่มีอุดมการณ์มั่นคงคงไม่มีวันนี้ วันที่มีอุดมการณ์เดิมที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนและเป้าหมายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
.
“ดังนั้นวันนี้ยังต้องมาถามกันอีกหรือว่าพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงจะสู้หรือไม่ และจะสู้แค่ไหน การยืนหยัดอย่างทระนงในอุดมการณ์ของพรรคและคนเสื้อแดง คือสัญญาณที่ชัดเจนในวันนี้” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยประกาศย้ำแนวทางของพรรคอีกครั้ง
.
นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้เราจำเป็นที่จะต้องตามหาประชาธิปไตย เอาความเป็นธรรมให้กับพี่น้องทั้งแผ่นดิน ที่ผ่านมาเราสู้เพื่อคนจนและสู้เพื่อคนทั้งแผ่นดิน ที่ผ่านมามีคนกล่าวหาว่าเราสู้ไม่จริง สู้ไปกราบไป แต่จากประสบการณ์ทั้งหวานชื่นและขื่นขม ทำให้เราต้องตั้งสติและปัญญาในการต่อสู้รอบใหม่ ชัยชนะที่จะได้มา เราจะไม่แลกด้วยการสูญเสียแม้แต่ชีวิตเดียวหรืออิสระภาพของลูกหลานเราแม้แต่คนเดียว
.
นายสุทิน กล่าวต่อว่า การต่อสู้ไม่ว่าสมรภูมิไหน คู่กรณีใด ประสบการณ์การต่อสู้ในอดีต คือ ตัวกำหนด ดังนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนยุทศาสตร์ยุทธวิธี เพราะไม่มีกองทัพใด การต่อสู้ใด ที่กำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีเดิมๆ ที่เคยเพลี่ยงพล้ำหรือพ่ายแพ้ แต่ประสบการณ์ได้สอนและย้ำเตือนให้เราต้องยึดมั่นในอุดมการณ์เดิม เป้าหมายเดิมอย่างมั่นคง เพียงแต่ยุทธวิธีอาจปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้ติดกับดักและตกหลุมพลางที่เขาวางไว้
.
“ประสบการณ์ของเราได้ให้ข้อสรุปว่าเราต้องยืนหยัดบนวิถีที่โลกยอมรับ ตามหลักยุติธรรมและสันติวิธี ซึ่งชัยชนะที่เราชนะตลอด คือ สมรภูมิการเลือกตั้ง วันนี้เราจะสู้ในสมรภูมิที่เราได้เปรียบ คือ การเลือกตั้ง ที่เราจะชนะอย่างเบ็ดเสร็จ มั่นคงและยั่งยืน การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ซึ่งอาวุธเดียวที่เรามีก็คือ เสียงอันบริสุทธิ์ของประชาชน เป็นอาวุธสำคัญของเราที่จะทำให้ได้รับชัยชนะอย่างมั่นคงและยั่งยืน เราจะเชิญชวนทุกคนกลับมาร่วมกันต่อสู้ครั้งนี้ในครอบครัวเพื่อไทย ตามเป้าหมาย แลนด์สไลด์ ที่เป็นทางออกให้ได้รับชัยชนะและทำให้พวกเราได้รอยยิ้มกลับมาทั้งแผ่นดิน” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว