‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ เปิดใจ ไม่มีวันลืม ‘คนเสื้อแดง’ ถูกฆ่าโดยรัฐ ย้อนอดีตต่อสู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข มาตั้งแต่ ‘ไทยรักไทย’ จนถึง ‘พรรคเพื่อไทย’ เชิญชวนประชาชนร่วมสร้าง ‘บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม’ ให้กลับมาแข็งแกร่ง

0
72

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวที ‘ครอบครัวเพื่อไทย สมุทรปราการ บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม’ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่บ้านหลังแรกของพวกเรา แต่เป็นบ้านหลังที่ 3 หลังจากบ้านของเราถูกทุบทำลายไป 2 ครั้ง แต่พวกเขาก็ทุบรื้อได้แค่หลังคา หน้าต่างเพราะโครงสร้างที่ลงเสาเข็มใหญ่ไปแล้วยากที่จะทำลายลงได้
.
นายประเสริฐ กล่าวว่า ที่บ้านหลังแรก ‘ไทยรักไทย’ ก่อตั้งขึ้นในปี 2541 โดยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร นักธุรกิจคลื่นลูกที่ 3 ที่ฝันอยากทำการเมืองในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และการเมืองยังอยู่ในยุค ‘การเมืองรองเท้า-ปลาทู’ นักการเมืองหิ้วกระเป๋าเงินไปลงพื้นที่ก็อาจได้เป็น ส.ส. และพรรคการเมืองหาเสียงด้วยเงิน แต่ ‘ไทยรักไทย’ ได้ชักชวนคนหนุ่มสาวให้ทำการเมืองแบบใหม่ โดยอดีตนายกฯทักษิณ ขายไทยรักไทยไว้เพียงสั้นๆ ว่า ‘นโยบายที่ไทยรักไทยจะทำ มีแค่ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส’ ผ่าน 3 นโยบาย คือ พักหนี้เกษตรกร 3 ปี , 30 บาทรักษาทุกโรคและกองทุนหมู่บ้านละล้าน ที่พาไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งครั้งแรก ได้ ส.ส. 248 ที่นั่งและจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
.
“ชาวบ้านรู้โดยไม่ต้องมีใครบอก พรรคการเมืองมีหัวใจเป็นประชาชน ทำนโยบายที่ทำให้ประชาชนมีชีวิตดีขึ้นได้ยังไง ประชาชนจะกำหนดความเป็นไปของประเทศ ผ่านการแข่งขันของพรรคการเมืองได้ยังไง และเรื่องนี้ไม่ต้องสอนชาวบ้าน เพราะอีก 4 ปีต่อมา ประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ว่า ขอใช้ไทยรักไทยทำงานให้ประเทศต่อ ด้วยแลนด์สไลด์อีกครั้ง 377 เก้าอี้ จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จ” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
.
นายประเสริฐ กล่าวว่า เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และการยุบพรรคไทยรักไทย ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ทำลายสมาชิกบ้านไทยรักไทย 14 ล้านเสียง ไปจนถึงดรีมทีมของพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ 111 คน ต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ถูกให้ออกจากงานในขณะที่บ้านเมืองกำลังเจริญเติบโต
.
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สมาชิกครอบครัวไทยรักไทยที่เหลืออยู่ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมรณรงค์ ‘ไม่รับ – โหวตโน’ รัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งทำให้เห็นว่ายังมีพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนเราและร่วมต่อต้านอำนาจเผด็จการ จึงได้เดินทางกันใหม่ในบ้านหลังใหม่ที่ชื่อ ‘พลังประชาชน’ ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช’เป็นหัวหน้าพรรค และนายแพทย์สุรพงศ์ สืบวงศ์ลี หนึ่งในทีมไทยรักไทยกลับมารวบรวมสมาชิกที่แตกกระสานซ่านเซ็นให้กลับบ้าน และตั้งใจทำการเมืองกันต่อในเลือดเดิม DNA เดิม สโลแกนบนป้ายหาเสียงคือ ‘นโยบายดีๆ ใครก็พูดได้ แต่คนที่ทำได้อยู่ที่พรรคพลังประชาชน’ ทำให้ชนะการเลือกตั้ง 233 ที่นั่งและได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังรักและมั่นใจในเรา สนับสนุนตลอด 3 ยุค 3 สมัยรัฐบาล จากไทยรักไทย1 – ไทยรักไทย 2 และพลังประชาชน
.
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชาชนมีเวลาทำงานเพียง 7-8 เดือนก่อนที่จะถูกยุบพรรคอีกครั้ง แต่เราก็ทำงานอย่างเต็มกำลังภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัด เมื่อพลังประชาชนถูกยุบ เราก็รวมตัวกันมาต่อสู้ใหม่ในบ้านหลังใหม่แต่ DNA เดิมนั่นคือ ‘พรรคเพื่อไทย’ ซึ่งการถูกสั่งให้ยุบพรรคพลังประชาชน ได้ก่อเกิดคนเสื้อแดง สมาชิกครอบครัวของเราที่ร่วมทุกข์และสุขกันมาตั้งแต่ไทยรักไทย
.
“คนเสื้อแดงออกมาปกป้องบ้านและคนที่พวกเขารัก ต่อต้านรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ที่ ณ วันนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าไม่กี่เดือนต่อมา จะเกิดการฆ่า โดยรัฐบาลครั้งใหญ่ในใจกลางเมือง ไม่มีวันไหนที่ผมลืมบรรยากาศในวันนั้น จุดเริ่มต้นที่เพียงแค่พี่น้องคนเสื้อแดงหลั่งไหลกันมาเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องการเรียกร้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พวกเขามาเรียกร้องขอหีบเลือกตั้ง แต่สุดท้ายได้หีบศพกลับไป และพวกเรากลายเป็นจำเลยสังคม ไม่มีวันไหนที่ผมจะลืม” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
.
นายประเสริฐ กล่าวย้ำว่า พรรคไทยรักไทยถูกยุบเราก็ตั้งใหม่ พรรคพลังประชาชนถูกยุบเราก็ตั้งใหม่ และบ้านหลังใหม่หลังนี้ พรรคเพื่อไทย พวกเราและพี่น้องประชาชนได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ล้มลุกคลุกคลานร่วมกันมากที่สุด ตั้งแต่สร้างบ้านมาก็ว่าได้แต่เรายังต้องการสมาชิกมากกว่านี้ สมาชิกที่จะมาร่วมกันสร้างบ้านหลังใหญ่หัวใจเดิมให้แข็งแกร่งกว่าเดิม มาร่วมกันอีกครั้ง