ชัชชาติ เบอร์ 8 จับมือ ปวีณา ลุยหาเสียง 3 เขต ประเวศ-สายไหม-บึงกุ่ม มั่นใจนโยบายรายเขตแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยได้แน่นอน

0
77

14 พฤษภาคม 2565 – ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ หมายเลข 8 ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากตัวแทนชุมชน 3 เขต ร่วมกับ ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป และ ปวีณา หงสกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เริ่มต้นจากชุมชนศูนย์ร่วมใจพัฒนา เขตประเวศ จากนั้นเดินทางต่อไปยังชุมชนเคหะวัชรพล 3 เขตสายไหม และชุมชนสุวรรณ์ประสิทธิ์ เขตบึงกุ่มตามลำดับ โดยปัญหาหลักที่ชุมชนสะท้อนออกมาคือ ปัญหาทางเดินริมคลองไม่มีไฟส่องสว่างตามทางเดิน ปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ ปัญหาศูนย์เด็กเล็กขาดแคลนทรัพยากร และงบประมาณ ชัชชาติกล่าวว่าปัญหาทั้งหมดที่ชุมชนแจ้งมาจะถูกนำไปใส่ไว้ในระบบ “นโยบายรายเขต” บนเว็บไซต์ chadchart.com เพื่อป้องกันการซุกปัญหาไว้ใต้พรม และให้ประชาชนสามารถติดตามการแก้ไขปัญหาได้

ชัชชาติ เสนอนโยบายในการแก้ไขปัญหาหลักจากทั้ง 3 เขต ด้านปัญหาการขาดแคลนไฟส่องสว่างตามทางเดินริมคลอง สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายจัดทำทางเดินริมคลองให้มีประสิทธิภาพ สว่าง ปลอดภัยน่าเดิน จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามทางเดินริมคลองต่าง ๆ เช่น ไฟส่องสว่าง รั้ว กล้องวงจรปิด ให้กระจายไปตามทางเดินริมคลองต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ พัฒนาแผนที่ทางเดินริมคลองทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถใช้ทางเดินริมคลองเป็นทางเลือกในการเดินทาง

ส่วนปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังตามชุมชน ชัชชาติเสนอนโยบายยกระดับถนน เพิ่มขนาดท่อระบายน้ำ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากตามชุมชนที่เป็นพื้นที่ต่ำ และชุมชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อเกิดฝนตกเฉียบพลัน รวมถึงนโยบายในการขุดลอกท่อระบายน้ำขั้นต่ำ 3,000 กิโลเมตรต่อปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากชุมชนไปสู่ระบบอุโมงค์ระบายน้ำ

สำหรับปัญหาศูนย์เด็กเล็กที่ขาดแคลนทรัพยากร ชัชชาติเสนอนโยบาย พัฒนาคุณภาพและการให้บริการของศูนย์เด็กเล็กให้ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มอายุ 3 เดือนถึง 6 เดือน เพิ่มค่าตอบแทนบุคลากร และงบประมาณค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็ก เพื่อให้ศูนย์เด็กเล็กสามารถดูแล สร้างพัฒนาการ และการเรียนรู้ให้เด็กอย่างมีประสิทธิภาพ

ชัชชาติ เน้นย้ำว่า การรวบรวมปัญหาของแต่ละพื้นที่แล้วนำมารวบรวมอยู่ใน “นโยบายรายเขต” จะทำให้สามารถเลือกนำนโยบายเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และรวดเร็ว รวมถึงสร้างความโปร่งใสผ่านการแจ้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาตลอดเวลาผ่านระบบออนไลน์ ให้ประชาชนสามารถติดตาม และตรวจสอบได้ทันที