ครอบครัวเพื่อไทย ศึกษาเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนบ้านโดนกอกอุดรฯ หวังต่อยอดโอทอปสร้างคุณค่าที่มาพร้อมการยกระกับรายได้ชุมชน

0
176

นายแพทย์ชลน่าน ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.โฆษกพรรค นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ส.ส.อุดรธานีทุกเขต ส.ส. อีสานในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งผู้บริหาร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีของชาวอีสาน ที่กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยนายคำมัย ตุ้ยผุย ผู้ดำเนินพิธีพราหมณ์ และพ่อเฒ่า แม่เฒ่า ที่เป็นที่เคารพรักของคนในพื้นที่ ได้ร่วมกันสวดสู่ขวัญ ซึ่งมีความหมายถึงการอัญเชิญเทวดา ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักษ์รักษา ให้ลงมาเป็นสักขีพยานในพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้ เพื่อขอให้ผู้ที่มาเยือน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี มีความสุข มีพลังกาย พลังใจ (อยู่ดีมีแฮง) เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ทำอะไรขอให้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี “หาเงิน ให้เงินไหลกอง หาทองให้ทองไหลเข้าบ้านเรือน” โดยพ่อพราหมณ์ได้ผูกเส้นฝ้ายให้กับนางสาวแพทองธาร ด้วย โดยในระหว่างการบายศรีสู่ขวัญจะมีการร้องเรียกขวัญเป็นระยะตามประเพณีของชาวอีสาน

สำหรับพิธีบายศรีสู่ขวัญ ตามประเพณีอีสาน ทำขึ้นเพื่อเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับตัว อวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข อายุมั่นขวัญยืน เจริญก้าวหน้าประสบโชคชัย ปลอบประโลมจิตใจให้เข้มแข็งมั่นคง ปราศจากความหวาดกลัว เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้มาเยือน ซึ่งบรรพบุรุษของชาวอีสานได้เห็นความสำคัญของจิตใจที่มั่นคงในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญญาและความมุ่งมั่นทุ่มเทไปสู่เป้าหมาย สามารถเอาชนะฟันผ่าอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ พิธีบายศรีสู่ขวัญจัดทำในโอกาสอันเป็นมงคลต่าง ๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ บวชนาค แต่งงาน เลื่อนตำแหน่ง ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาสู่ท้องที่ จะต้องเดินทางไกล ย้ายที่อยู่ เป็นพิธีมงคลที่นิยมทำกันมากทั้งในงานเล็กน้อยภายในครอบครัว หรือจัดเป็นพิธีใหญ่ตามสถานการณ์ โดยผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านจะช่วยกันจัดทำพานขวัญ (พานบายศรี) นิยมใช้ใบตองจับจีบตามแบบโบราณจัดใส่พานให้สวยงาม

จากนั้น ครอบครัวเพื่อไทย ยังได้ศึกษาการย้อมผ้าด้วยดอกบัว และการทอผ้าแบบโบราณ ซึ่งเป็นการนำฝ้ายและไหมย้อมด้วยกลีบดอกบัวแดงและสายของดอกบัวแดง โดยการทำผ้าย้อมจะแบ่งออกเป็น 2แบบ คือ การย้อมเย็นด้วยกลีบบัวสด ที่ให้สีชมพูหรือสีม่วง และการย้อมร้อน ที่ให้สีน้ำตาลทอง สีเทาเงิน สีที่ย้อมจากบัวแดงจะมีความติดทนนาน สีไม่ตก ผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์ของสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอแล้ว

เส้นฝ้ายและเส้นไหมที่ย้อมด้วยสีของดอกบัวแดง เมื่อนำมาทอผ้าด้วย ‘กี่โบราณ’ (แบบใช้เท้าเหยียบ) โดยช่างทอมือรางวัลระดับประเทศ ลวดลายสวยงาม ละเอียด ปราณีต ราคาผ้าไหมย้อมดอกบัวจะอยู่ที่ผืนละกว่าแสนบาท นอกจากนี้ครอบครัวเพื่อไทยยังได้เลือกชมและซื้อผ้าฝ้ายและไหมเป็นผ้านุ่งสำเร็จ (ผ้าซิ่นในภาษาอีสาน) ราคาตั้งแต่ผืนละ 1,200 บาท และยังมีเสื้อ ผ้านุ่ง อีกหลากหลายแบบวางจำหน่ายในร้านผ้าโบราณโนนกอกด้วย โดยนางสาวแพทองธาร ได้ร่วมซื้อผ้านุ่งย้อมดอกบัวแบบสำเร็จ 2 ชิ้น ผ้าไหมทอ 1 ผืน และเสื้อผ้าฝ้ายด้วย

สำหรับชุมชนบ้านโนนกอก แต่เดิมประชาชนในพื้นที่ทอผ้าเป็นอาชีพอยู่แล้ว จนเกิดการต่อยอดเพิ่มมูลค่าจากผลงานวิทยานิพนธ์ของนายอภิชาติ พลบัวไข ที่ได้นำก้านและกลีบของดอกบัวแดงที่มีมากในพื้นที่อย่างทะเลบัวแดง หรือหนองหานกุมภวาปี ในการย้อมสีเส้นฝ้ายและเส้นไหม พบว่าได้สีสวยติดทนนานสามารถนำมาประยุกต์กับลวดลายดั้งเดิมของชาวบ้าน ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ดีขึ้น จากอาชีพเสริมไปสู่อาชีพหลัก