“ชัชวาล-ไทยสร้างไทยร้อยเอ็ด” จี้รัฐเร่งจ่ายเงินชดเชยโรคระบาดในวัว”ลัมปี-สกิน” ชี้ต้องจริงใจเตรียมความพร้อมแก้ความเดือดร้อนประชาชนมากกว่านี้ หลังไร้วี่แววมากว่า 10 เดือน

0
207

นายชัชวาล แพทยาไทย คณะทำงานพรรคไทยสร้างไทยจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่าจากการที่ตนได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านถึงโรคระบาดในวัว”ลัมปี-สกิน” จึงได้ดำเนินการสอบถามไปยังจังหวัด เพื่อติดตามความคืบหน้าเงินชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด หลังจากผ่านมากว่า 10 เดือนแล้ว แต่ยังไร้วี่แววเงินชดเชยจากภาครัฐ ซึ่งทางจังหวัดได้ตอบกลับมาเป็นหนังสือโดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอความช่วยเหลือไปยังกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบตภัยพิบัติ ส่งไปถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ ลงวันที่ 9 ก.พ. 2565

“การดำเนินการช่วยเหลือเงินชดเชยติดขัดที่ขั้นตอนใด เหตุใดจึงมีความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งที่จังหวัดร้อยเอ็ดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว หน่วยงานรัฐทำอะไรกันอยู่ พวกท่านต้องเข้าใจว่าวัวควายของชาวบ้าน ถือว่าเป็นทรัพย์สมบัติอย่างหนึ่งของชาวนาที่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นมรดกให้กับลูกหลาน บางคนลงทุนเลี้ยงวัวควายหลายตัว ต้องมาล้มตายจากโรคระบาดวัวลัมปี-สกิน สร้างความเสียหายต่อรายได้ ซ้ำเติมความทุกข์ของประชาชนที่ต้องประสบกับมหาวิกฤตโควิด และมหาวิกฤตเศรษฐกิจของแพงอยู่ในขณะนี้”

นายชัชวาล กล่าวเพิ่มเติมว่าโรคระบาดในวัวลัมปี-สกิน ได้มีการส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปี 2563 แล้ว แต่หน่วยงานภาครัฐของไทย กลับไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือเพราะกรมปศุสัตว์ไม่มีวัคซีนป้องกันโรควัว อีกทั้งเมื่อเริ่มระบาดในไทย กลับนิ่งเงียบ ไม่มีการประกาศเตือน และให้ความรู้ชาวบ้านในการป้องกัน จนกระทั่งเกิดการระบาดในวงกว้าง ถึงจะมีการประกาศเตือนชาวบ้าน

“เมื่อมีการส่งสัญญาณจากประเทศเพื่อนบ้านว่ามีการระบาดโรคในวัวแล้ว เหตุใดจึงไม่เตรียมพร้อมรับมือจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอกับวัวควายของชาวบ้าน ซึ่งปล่อยให้ชาวบ้านดูแลวัวควายไปตามยถากรรม ต้องไปซื้อวัคซีนในตลาดมืดขวดละ 3,000 -6,000 บาท ราวกับจงใจให้มีการระบาด เพื่อให้เกิดกักตุนวัคซีนของกลุ่มทุน และเจ้าหน้าที่รัฐหากินกับพี่น้องผู้เลี้ยงวัวควายหรือไม่

ถึงวันนี้ชาวบ้านยังรอคอยความหวังเงินชดเชย ดังนั้นจึงขอให้รัฐมีความจริงใจ และมีความพร้อมในการรับมือมากกว่านี้ หยุดซ้ำเติมวิกฤตในวิกฤตของประชาชนคนตัวเล็ก เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวได้อย่างแท้จริง