“ไทยสร้างไทย” ตอก ประยุทธ์ อ้างเศรษฐกิจไทย ปี65จะฟื้น ทั้งที่อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง เด็กจบใหม่เตรียมเตะฝุ่นเพียบ แนะผู้มีอำนาจดูแล ผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs คนตัวเล็ก ชู พักต้น-พักดอก-เติมทุน ตามนโยบายไทยสร้างไทย

0
236

นายนพดล มังกรชัย กรรมการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายรณกาจ ชินสำราญ คณะกรรมการอำนวยการ และพัฒนาพรรคไทยสร้างไทย ร่วมกันแถลงภาพรวมเศรษฐกิจปี 2565

นายนพดล ระบุว่าเส้นทางการซ่อมสร้างเศรษฐกิจของไทยในปีใหม่ 2565 จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบที่ใช้เวลาสั้นๆ ในการแก้ไข อย่างที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอ้างเนื่องในโอกาสปีใหม่กับประชาชนที่ผ่านมา หากแต่จะเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่ประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันฝ่าฟันให้ก้าวพ้นออกไปให้ได้

โดยเฉพาะปัญหาการว่างงาน จากผลกระทบการระบาดของโควิดโอมิครอน ที่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความรุนแรงหรือวิธีการป้องกัน แต่มีการแพร่ระบาดที่รวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาการจะกลับเข้าสู่สภาวะก่อนการแพร่ระบาดของโรค ต้องระดมสรรพกำลังทั้งบุคลากรและเงินในการใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ทั้งมาตรการล็อกดาวน์และมาตรการป้องกันโควิด

จึงทำให้ผู้คนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่กลับส่งผลให้ข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงขึ้น และคาดว่าสถานการณ์การว่างงานของแรงงานไทยช่วงการแพร่ระบาด COVID-19 จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีผู้ว่างงานกว่า 2 ล้านคน ในขณะที่มีบัณฑิต นักเรียนระดับอาชีวศึกษา (ปวช-ปวส) จบการศึกษาแต่ละปีกว่า 8 แสนราย หากยังไม่เร่งแก้ไขปัญหาการว่างงานก็จะยิ่งก่อตัวเป็นปัญหาที่กระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น จึงอยากให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการจับคู่งาน (Job Matching) กับนายจ้าง ผู้ประกอบการ Micro SMEs และกิจการขนาดใหญ่ จะช่วยสร้างโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งงาน Part time – Full time โดยรวบรวม platform จัดหางานของภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย โดยต้องมีกลไกการพัฒนาฝีมือแรงงาน ทักษะ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับ SMEs เพื่อให้การพัฒนาควบคู่กันไปทั้งผู้ประกอบการและแรงงาน

นายนพดล กล่าวเพิ่มเติมว่าประเด็นต่อมาคือ SME ไทย จะสูญพันธ์ไปหมด หากไม่เร่งแก้ไขปัญหา แม้ว่าภาครัฐได้มีมาตรการออกมาเพื่อช่วยเหลือ SME แต่การเข้าถึงความช่วยเหลือยังไม่สามารถทำให้ SME เข้าถึงได้โดยง่าย ทำให้ SME จำนวนมากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการภาครัฐ อาทิ มาตรการ Soft loan 1 ที่มี SME เข้าถึงเพียง 77,787 ราย วงเงิน 138,200 ล้านบาท

อีกทั้ง SME ส่วนใหญ่ที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในกลุ่มรายย่อยและรายย่อมจำนวนมาก แต่การปล่อย Soft loan 1 ที่ผ่านมา SME กลุ่มดังกล่าวได้รับวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20 ล้านบาท เพียง 25% ของวงเงินที่ปล่อยทั้งหมด 138,200 ล้านบาท ที่เหลือ 75% เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีขนาดใหญ่

“รัฐต้องเร่งออกมาตรการมา พักต้น-พักดอก-เติมทุน ให้ SME มีชีวิตรอดสามารถไปต่อได้ โดยไม่คิดดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาการพักต้น และยืดระยะเวลาการชำระออกไป รวมทั้งไม่ติดเครดิตบูโร เพื่อลดผลกระทบในระยะยาวและนำไปสู่การเป็นหนี้เสีย ต้องช่วยบรรเทาภาระหนี้ และสร้างสภาพคล่องชั่วคราวให้กับ Micro SME รายเล็กรายย่อยที่ไม่ได้รับ Soft Loan ล็อต 1 และ 2 และได้รับผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ อาทิ กลุ่มร้านอาหาร ภัตตาคาร สปา ธุรกิจบริการ ท่องเที่ยว อาชีพอิสระต่างๆ เป็นต้น“

ด้านนายรณกาจ กล่าวว่าสถานการณ์โอมิครอน ยังมีความไม่แน่นอนของมาตรการป้องกัน และมีข่าวการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาประกาศว่าได้ทำการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 100 ล้านโดส แต่ประชาชนฉีดวัคซีนที่ป้องกันโอมิครอนไม่ได้อยู่เกิน 50 % ของทั้งหมดที่ฉีดไป และระยะการฉีดเข็มแรกเกินครึ่งปีแล้ว ทำให้ภูมิลดน้อยลงหรือบางส่วนหมดไปแล้ว รวมถึงเข็ม 3 ที่กระตุ้น ก็ยังฉีดได้เพียงแค่ 6 ล้านโดส จากประชากรทั้งหมดเกือบ 70 ล้านคน (กทม 1.5 ล้านโดส จากประชากรรวมประชากรแฝงเกือบ 10 ล้าน) จึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่า 90% ของ GDP ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด ทำให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเพิ่มขึ้นทะลุ 14 ล้านล้านบาทสูงสุดในรอบ 18 ปี

“คนเมื่อมีหนี้มากขึ้น การใช้จ่ายก็ทำได้น้อยลง เงินที่ได้มาเอาไปจ่ายหนี้ก่อน ไม่สามารถเอามาใช้จ่ายในระบบได้ ทำให้กำลังซื้อขาดแคลนต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงที่จะเกิด NPL (หนี้สูญ)ในสัดส่วนที่มากด้วย”

พรรคไทยสร้างไทย จึงมีนโยบายที่จะผลักดันให้มีการจัดตั้ง กองทุนเพื่อคนตัวเล็ก (กองทุนเครดิตประชาชน) เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้เป็นที่พึ่งของประชาชนคนตัวเล็ก ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบปกติของธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ เป็นสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันดอกเบี้ยตํ่า เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมของประชาชนคนตัวเล็ก และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องมาจากปัญหาหนี้นอกระบบ ทําให้สามารถลืมตาอ้าปากใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี