“สุดารัตน” ควง ‘โภคิน’ นำทีมคาราวานสร้างไทย77จังหวัด รับฟังวิสัยทัศน์ แนวทางการแก้ปัญหา เวทีผู้ประกอบการโคราช ยืนยัน โคราชต้องเป็นเมืองหลัก ไม่ใช่เมืองผ่าน” และเป็น “มหานครของภูมิภาค”

0
235

ที่ร้านเรือนโคราช คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย นายโภคิน พลกุล นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น น.ต.ศิธา ทิวารี ได้เข้าร่วมเวทีประชุมกับผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยได้เน้นย้ำถึงความผูกพัน ของครอบครัวซึ่งเกิดและเติบโต ที่จังหวัดนครราชสีมา คุณหญิงสุดารัตน์ เคยทำธุรกิจขายผ้าไหมในตัวเมือง จึงมีความคุ้นเคย มีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง กับพี่น้องชาวโคราช ในฐานะลูกโคราชหลานย่าโม

ในฐานะคนโคราช เศร้าใจที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โคราชซบเซาต่อเนื่อง จากเมื่อก่อนเป็น “ประตูสู่อีสาน” เป็น “เมืองหลัก” แต่ปัจจุบันกลายเป็นเพียง”เมืองผ่าน” ทั้งที่ โคราช มีจุดแข็งโดยเฉพาะด้านLogitics ด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร จึงสมควรที่จะมี “ท่าเรือบก” เป็นเขตปลอดภาษีเพื่อการส่งออก ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้โคราชคึกคักขึ้นอีกครั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์เห็นว่า เมื่อก่อนโคราชเคยจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวของคนไทย ดูได้จากรถทัวร์ที่มายังโคราชมากมายในอดีต ทำให้การค้าขายเฟื่องฟู อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ได้หายไป ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เล็งเห็นถึงปัญหา และให้คำมั่นว่าจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจโคราชให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง

ส่วนนายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย ให้ความเห็นว่า หากจะเปลี่ยนแปลงประเทศต้องเปลี่ยนแปลงพรรคการเมืองก่อน พรรคการเมืองต้องมีการเปลี่ยนแปลง กลุ่มใดหรือครอบครัวใด หรือมุ่งเห็นใช้อำนาจ เงิน อิทธิพล และไม่ตักตวงแค่ผลประโยชน์ จึงต้องเชิญทุกคนมาร่วมสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดกับพรรคไทยสร้างไทย เพื่อส่งมอบให้กับลูกหลาน ที่ผ่านมา แนวคิด “อำนาจนิยม” ที่เอื้อพวกพ้อง ทำให้ประเทศถดถอย โดยใช้กลไก “รัฐราชการ”จนสร้างความยากลำบากแก่ “คนตัวเล็ก” ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ทำให้เป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชั่น

และการเพิ่มขึ้นของกฎระเบียบจาก “รัฐราชการ” เป็นตัวฉุดรั้งคนไทยให้อยู่ภายใต้พันธนาการ และที่สำคัญต้องสร้างพลัง Empower ให้ประชาชนคนตัวเล็กให้มีเสียงที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบต้องฟัง ส่วนการปลดปล่อย Liberate คนตัวเล็ก ต้องทำการกิโยตินกฎหมายที่ไม่มีจำเป็นที่ฉุดรั้งการทำมาหากินประชาชน อย่างเช่น กม.การประมงที่ออกด้วยความไม่เข้าใจทำให้ประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบจยไม่สามารถทำมาหากินได้ ดังนั้น จึงต้องออก พ.ร.ก. 1 ฉบับ แขวนการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคเป็นเวลา 3 ปี เพื่อทำsandboxทางกฎหมายโดยเร่งแก้ไขให้เสร็จสมบูรณ์เวลาดังกล่าว หากแก้ไม่เสร็จก็ต้องแขวนการบังคับใช้อีก 2 ปี จนกว่าจะแก้กฎหมายให้เสร็จ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญในด้าน
อาหาร สุขภาพ ท่องเที่ยว การเป็นศูนย์กลางคมนาคมและโลจิสติกส์ ดังนั้น หากเรามีการวางแผนที่ดีจะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนน์กลางด้านอาหาร ด้านสุขภาพ ด้านการท่องเที่ยว และด้านคมนาคมโลจิสติกส์ นอกจากนี้การลดจำนวนปีในการศึกษา จะช่วยให้ผู้ปกครองและเด็กมีภาระน้อยลง และสามารถทำตามความฝันของตนเองได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะต้องนำจุดเด่นความสามารถของแต่ละจังหวัด มาสร้างเป็น Networking กันทั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน

พรรคไทยสร้างไทยภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ในการจัดทำนโยบาย แต่น่าเสียดายที่ “รัฐราชการ” ทำให้ประชาชน “คนตัวเล็ก ” ต้องมีข้อติดขัดต่างๆในการทำมาหากิน จนเป็นอุปสรรคในการสร้างรายได้ ดังนั้น พวกเราต้องสร้างพลังempower และliberate ปลดปล่อยประชาชนให้เร็วที่สุด