“นิยม” อัดรัฐใจดำรีดภาษีผู้ประกอบการโปะรายได้ ช้ำหนักปิดกิจการตามมาตรการ ไม่มีรายได้เข้ายังต้องกู้หนี้มาจ่ายภาษี

0
335

นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 2 ปี ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจในหลายพื้นที่ยังคงไม่สามารถเปิดกิจการได้ หลายพื้นที่ยังคงต้องปิดร้าน ผับ บาร์ สถานบันเทิง ตามนโยบายป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด ส่งผลกระทบกับรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีในหลายพื้นที่แม้ผู้ประกอบการไม่ได้ประกอบธุรกิจ แต่ยังคงต้องจ่ายภาษีให้รัฐ โดยเฉพาะภาษีป้าย ซึ่งขัดกับหลักการของการจัดเก็บภาษี เพราะจะเก็บภาษีผู้เสียภาษีต้องมีรายได้ แต่ผู้ประกอบการหลายพื้นที่ไม่มีรายได้เข้าสรรพากรยังคงเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าเช่นเดิม 

นายนิยม กล่าวด้วยว่า รัฐบาลหมดหนทางในการจัดหารายได้ ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องเก็บภาษีทุกทาง โดยไม่สนใจว่าจะประกอบธุรกิจได้หรือไม่ ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นจำเป็นต้องทำตามนโยบายรัฐต้องเก็บ หากไม่เก็บจะโดนข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

“รัฐบาลใจดำมาก ไม่ให้ทำธุรกิจ แต่ต้องเสียภาษี ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายภาษี หากไม่จ่ายต้องปิดร้านหรือเลิกกิจการ เป็นการบีบบังคับมาก ผู้ประกอบการต้องรักษาฐานธุรกิจ หากไม่รักษาร้านหรือทำเลที่ตั้งไว้เกรงว่าหากรัฐเปิดประเทศในวันที่ 16 มกราคม 2565 จะไม่มีพื้นที่ทำมาหากิน ในภาวะเช่นนี้รัฐควรหามาตรการที่จะช่วย ไม่ควรหารีดเงินจากผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาเช่นนี้” นายนิยม กล่าว