“เจตุบัญชา” ไทยสร้างไทย หนุนกรุงเทพเป็น World Class Street Food ดันรายได้ช่วยคนตัวเล็ก ทวงพื้นที่เสน่ห์ของอาหารไทย และยกระดับศักยภาพอาหารไทยไปทั่วโลก

0
337

วันที่ 4 พ.ย. เจตุบัญชา อํารุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ผ่านเพจเฟสบุ๊ค หนุ่ย – เจตุบัญชา ระบุว่า หลายคนคงจะเคยทราบข่าวที่ทางสำนักข่าว CNN ได้ทำการเผยแพร่เมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุดในโลกจำนวน 23 เมือง ผลปรากฏกรุงเทพของเราได้รับเลือกให้เป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุดในโลกอันดับหนึ่งต่อเนื่องสองปีซ้อน ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีให้เราคนไทยได้ภูมิใจกัน โดยหากพูดถึงอาหารริมทางหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ สตรีทฟู้ด ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนต้องเคยซื้อหรือกินอาหารจากร้านข้างทางกันไม่มากก็น้อย ซึ่งร้านเหล่านี้มีความสำคัญต่อประเทศเราอย่างปฏิเสธไม่ได้ สตรีทฟู้ดในประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่มากครับ โดยในปัจจุบันมีสตรีทฟู้ดอยู่มากกว่า 103,000 ร้านทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าตลาดสูงกว่า 270,000 ล้านบาทต่อปี และหากไม่มีโควิดคาดการณ์ว่าปัจจุบันอาจมากกว่า 3 แสนล้านบาท นอกจากจะเป็นโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว ก็ยังเป็นที่พึ่งของผู้มีรายได้น้อยที่สะดวกรวดเร็วที่สำคัญคือราคาไม่แพงอีกด้วยครับ

ผมจึงอยากสนับสนุนการพัฒนาการจัดการสตรีทฟู้ดอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการวางมาตรการในการรักษาความสะอาด ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ควรได้รับการจัดการและวางกฎระเบียบอย่างเป็นรูปธรรมด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนครับ เราต้องหันกลับมาสร้างมาตรฐานอาหารไทย เพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นแฟรนไชส์ที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก ที่ผ่านมาเราถูกเบียดบังจากแบรนด์อาหารต่างประเทศ เราต้องลดนำเข้าแบรนด์อาหารต่างประเทศ แล้วมาเน้นสร้างมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นระบบ เพราะในด้านของรสชาติและคุณภาพของวัตถุดิบเราดีกว่าเค้าแน่นอน ขาดก็แต่การบริหารจัดการที่ดีก็เท่านั้น ยกตัวอย่างอาหารเกาหลี สตรีทฟู้ดเกาหลี ที่ปัจจุบันส่งออกไปทั่วโลก

ผมเชื่อว่าหากเราร่วมมือกันพัฒนาสตรีทฟู้ดไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศเท่านั้น แต่ในภาพรวมผลที่จะตามมาทั้งสุขอนามัยที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน ทั้งช่วยให้มีนวัตกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องสตรีทฟู้ดเพิ่มมากขึ้น เช่น รถเข็น ภาชนะ อุปกรณ์ประกอบอาหารต่างๆ จะเป็นตัวช่วยส่งเสริมธุรกิจสตรีทฟู้ด และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมในอีกทางหนึ่ง

ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะประกาศให้กรุงเทพเป็น World Class Street Food เพื่อเป็นการทวงพื้นที่เสน่ห์ของอาหารไทย และยกระดับศักยภาพอาหารไทยซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยให้ไปทั่วโลก ดังนั้นการพัฒนาด้านความสะอาดและด้านความเป็นระเบียบ จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่เราทุกคนทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการต้องมานั่งจับเข่าคุยกัน เพื่อหาแนวในการพัฒนาที่ยั่งยืนให้สมกับคำว่า“สวรรค์ของอาหารริมทาง”