อาสาไทยสร้างไทยเขต คลองเตย-วัฒนา นำทีมหมอ-พยาบาลอาสา ลุยตรวจโควิดเชิงรุกต่อเนื่องชุมชนตลาดเอกมัย 30 จี้รัฐเยียวยาหาแหล่งทุน-ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิกฯ หลังเตรียมเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้

0
122

นายภัชริ นิจสิริภัช อาสาไทยสร้างไทย เขตคลองเตย-วัฒนา นำทีมหมอ-พยาบาลอาสา ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกโควิดครั้งที่ 15 ในโครงการ ”ตรวจกับโก้” ที่ชุมชนตลาดเอกมัยซอย 30 พร้อมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องกันโควิด และมอบหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน โดยได้รับความสนใจมาจากประชาชนมาร่วมตรวจหาเชื้อเป็นจำนวนมาก

นายภัชริ กล่าวว่า โครงการ”ตรวจกับโก้” ครั้งที่ 15 ที่ชุมชนตลาดเอกมัย 30 ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ 1 ใน 3 ของเขตวัฒนา ที่ประกอบด้วย 3 ชุมชนหลัก คือชุมชนนวลจิต นวลจันทร์ และนวลน้อย โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม อีกทั้งมีประชากรแฝงในชุมชนเป็นจำนวนมาก จึงได้นำทีมหมอ-พยาบาล และทีมอาสาไทยสร้างไทย มาลงพื้นที่ตรวจเชิงรุก และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในพื้นที่ชุมชน

“สิ่งที่น่าเป็นห่วง และน่ากังวลใจมากที่สุด หลังจากลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนชุมชนเขตวัฒนา ที่แม้ว่าสถานการณ์โควิดจะเบาบางลง แต่พบว่าหลายคนยังฉีควัคซีนไม่ครบตามจำนวนเข็ม หรือยังไม่ได้รับวัคซีน แต่ไม่แสดงอาการ ดังนั้นจึงได้ประสานงานคุณหมอ-พยาบาลอาสาจากเครือโรงพยาบาลธนบุรี ในการลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกโควิดฟรีในชุมชนตลาดเอกมัย 30 โดยมีกระบวนการหากพบเชื้อ จะมีรถพยาบาลรับไปดำเนินการรักษาในทันที ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจมาร่วมตรวจเป็นจำนวนมาก”

นายภัชริ กล่าวเพิ่มเติมว่านโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่จะต้องมีมาตราการรองรับสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการ์โควิดมากว่า 2 ปี ทำให้เงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ ดังนั้นควรมีแหล่งทุนสินเชื่อ เพื่อเยียวยากลุ่มคนเหล่านี้

“เอกมัย-ทองหล่อ เป็นพื้นที่ที่มีร้านธุรกิจกลางคืนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งการเปิดประเทศ เพื่อรับนักท่องเที่ยว แต่ยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิกฯ จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งที่ไม่สมเหตุสมผล ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลเร่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯโดยด่วน เพื่อให้กลุ่มธุรกิจกลางคืนสามารถเปิดร้านได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งเม็ดเงินมหาศาลหมุนเข้าสู่ระบบการคลัง”

นอกจากนี้หากพิจารณา ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อจากการตรวจ RTPCR เฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ 8,000 – 10,000 ราย แต่ตัวเลขการตรวจ Rapid Antigen Test กลับไม่ลดลง ที่ประมาณ 10,000 ราย เมื่อรวมกันแล้วยังอยู่ที่ 20,000 ราย ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยยังมีผู้ติดเชื้อ ที่จะต้องเร่งกระจายชุดตรวจ ATK ให้กับประชาชนอย่างรวดเร็ว สะดวก และทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนสามารถได้รับการรักษาตามขั้นตามได้อย่างทันท่วงที และยังเป็นการป้องการการแพร่ระบาดโควิดอีกด้วย

ทั้งนี้ โครงการ”ตรวจกับโก้”จะขยายระยะเวลาของโครงการไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จากเดิมที่โครงการจะสิ้นสุดในครั้งถัดไป เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนจำนวนมาก แสดงความต้องการมายังอาสาไทยสร้างไทย เพื่อจัดกิจกรรมลงพื้นที่ตรวจโควิดเชิงรุกซ้ำในเขตคลองเตย-วัฒนาอีกหลายชุมชน โดยครั้งหน้า จะจัดตรวจเชิงรุกที่ตลาดพระโขนงในเสาร์ที่ 16 ตุลาคมนี้