“เพื่อไทย” ร่วมวางพวงมาลารำลึก 6 ตุลา 19 โฆษกพรรคชี้เหตุการณ์นี้คือจุดเริ่มต้นวงจรอุบาทว์ฉุดรั้งประเทศ หวังพรรคการเมืองและประชาชนทุบรื้อโครงสร้างป้องกันความรุนแรงโดยรัฐอีก

0
394

นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และนายสุธรรม แสงประทุม อดีตนักศึกษานักเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ 6 ตุลา นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค และนายกฤตนัน สุทธิธนาเลิศ สมาชิกพรรค เข้าร่วมวางพวงมาลาเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยนางสาวอรุณี กล่าวว่า เนื่องในวันครบรอบ 45 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ขอแสดงความรำลึกถึงเหล่าวีรชนทุกท่าน และเชื่อว่าการต่อสู้ในตอนนั้นคนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงความเสียสละของผู้วายชนม์แล้ว ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนของสังคมไทยที่ทำให้การยึดอำนาจรัฐประหารของเผด็จการเป็นสิ่งที่เลวร้ายและนำมาซึ่งความตกต่ำของประเทศจนถึงทุกวันนี้ เป็นหนึ่งในรูปแบบของความอำมหิตที่รัฐใช้กับผู้ชุมนุมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และสุดท้ายประเทศไทยก็ตกหลุมวนอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนา โดยมี 4 ขั้นตอนหลัก คือ

1.การสร้างสังคมที่ “อยุติธรรม” เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 การกลับเข้ามาในประเทศของจอมพลถนอม ที่ไม่เคยได้รับโทษใดๆ ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นชนวนเหตุความรุนแรง เช่นเดียวกับปัจจุบัน การชุมนุมของเยาวชนทั้งหลายก็เกิดจากการอึดอัดคับแค้นใจต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นสังคม

2.ใช้สื่อสารมวลชนอย่าง “อยุติธรรม” เพื่อสร้างวาทกรรมลดทอนคุณค่า โดยกรณี 6 ตุลา ผู้ชุมนุมถูกลดทอนคุณค่าการเรียกร้องความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทำให้กลายเป็นปีศาจคอมมิวนิสต์ ปีศาจญวน จนมาถึงปัจจุบันเยาวชนที่ออกมาชุมนุมถูกลดทอนคุณค่าให้เหลือเพียง พวกชังชาติ หรือพวกสามกีบ โดยสื่อบางกลุ่ม หรือหน่วยไอโอ

3.เผด็จการเข่นฆ่ากระทำการรุนแรงกับประชาชน ในกรณี 6 ตุลา รัฐระดมกำลังพลและอาวุธสงครามล้อมฆ่าประชาชนที่ไร้ทางสู้ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ปัจจุบันรัฐเริ่มเพิ่มระดับความรุนแรงในกดปราบผู้ชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่แก๊สน้ำตา ฉีดน้ำแรงดันสูงที่ผสมสารเคมี เอากระบองไล่ทุบตี ตระเวนขึ้นรถกระบะไล่ยิงกระสุนยาง และมี “มือมืด” ใช้กระสุนจริงด้วย

4.บังคับให้ถูกลืม กรณี 6 ตุลา การล้อมฆ่าถูกทำให้ลืมเลือน ใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะถูกรื้อฟื้น เมื่อเทียบกับการชุมนุมในปัจจุบันมักจะมีข่าวสังคมสร้างดราม่าเข้ามาแทรกเกือบทุกครั้ง ดังนั้นพรรคการเมืองและประชาชนจะต้องร่วมกันรื้อทุบโครงสร้างเหล่านี้ไปให้ได้ เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ยุติธรรมกลับคืนมาจะได้ไม่ต้องมีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2529 เกิดขึ้นซ้ำอีก

“หากรัฐบาลซึ่งมีที่มาจากเผด็จการทหาร ที่ยึดอำนาจมาจากมือของประชาชนยังคงปกครองประเทศ วงจรอุบาทว์ จะหมุนวนซ้ำไปเรื่อยๆ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทยจะถูกลดทอน ด้อยค่า สิทธิและเสรีภาพจะไม่มีค่าไปกว่าความมั่นคง และท้ายที่สุดระบอบการปกครองของไทยที่ชื่อว่าประชาธิปไตยจะไม่สามารถพัฒนา 7 ปีที่ผ่านมาก็เกินพอแล้วสำหรับเผด็จการทหาร” นางสาวอรุณี กล่าว