“ณัฐวุฒิ” ก้าวไกล ชี้การไล่จับกุมผู้ผลิตเนื้อหา 18+ ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศ แนะถึงเวลายกเครื่อง กม. คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศทั้งระบบ

0
479

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. เข้าจับกุมนักแสดง Content 18+ ชื่อดังพร้อมแฟนหนุ่ม ในข้อหาผลิตสื่อลามกอนาจารและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ว่าตนไม่เห็นด้วยกับการไล่จับผู้กระทำความผิดเป็นรายบุคคล พร้อมชี้หาก ตร. ต้องการคุ้มครองเยาวชนและป้องกันมิให้เกิดความรุนแรงทางเพศ อาจต้องหันมามองความจริง และช่วยกันผลักดันการแก้ กม.เพื่อคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พร้อมกับกำหนดอายุและเงื่อนไขการเข้าถึงบริการทางเพศ และ Content 18+ ทั้งระบบ

โดยเมื่อครั้ง กมธ. วิ.ศึกษาปัญหาข่มขืนกระทำชำเราฯ ได้ศึกษาเราพบว่าปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ มีปัจจัยมาจากหลายด้าน ทั้งปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์เพศของผู้กระทำความผิดเอง ปัญหาการบังคับใช้ กม. ซึ่งจากรายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เช่น ในปี 2561 รับแจ้งเหตุความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา 2158 คดี แต่จับกุมผู้กระทำความผิดได้เพียง 1926 คดี หรือในปี 2562 รับแจ้งเหตุ 1805 คดี แต่จับกุมผู้กระทำได้เพียง 1597 คดี ทำให้ผู้กระทำความผิดจำนวนหนึ่งยังลอยนวลเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้ไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความว่าไม่รู้มีอีกเท่าไร ปัญหาขาดมาตรการแก้ไขพฤติกรรมผู้กระทำความผิด ปัญหาการขาดการสอนเรื่อง “เพศวิถีศึกษา” ในสถาบันการศึกษาที่ถูกต้อง รวมจนถึงการไม่ยอมรับการมีอยู่ของการค้าประเวณี ไปจนถึง sex toy ต่างๆ

“กมธ.ชุดดังกล่าวได้เสนอต่อสภาฯ และสภาฯ ได้เสนอรายงานต่อ ครม. ให้แก้ไขปัญหาเป็นระบบ ตั้งแต่การแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา ในเรื่องการแก้ไขนิยาม การใช้วิธีการใหม่ๆ กับผู้กระทำความผิดซ้ำ เช่น การใช้ยาปรับฮอร์โมนเพศ การสอนเรื่องเพศวิถีศึกษา การเพิ่มช่องทางในการร้องเรียนผ่านหน่วยงานและการช่วยเหลือผู้เสียหายในรูปแบบสหวิชาชีพ และที่สำคัญในรายงานได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการแก้ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 และการศึกษาเรื่อง sex toy ในฐานะปัจจัยที่อาจนำไปสู่การลดความรุนแรงทางเพศด้วย แม้ รบ.จะได้ตอบกลับรายงานมา แต่ยังไม่เห็นท่าทีว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจและจริงจังแต่ประการใด” นายณัฐวุฒิระบุ

ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ทำ Content 18+ หลายรายที่ทำผ่านแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ต่างยืนยันตรงกันว่าลักษณะงานที่เขาทำเป็นอาชีพ และเป็นมืออาชีพ เป็นงานให้บริการทางเพศ หรือ sex worker เหมือนผู้ให้บริการทางเพศที่ให้บริการกับผู้ซื้อบริการโดยตรง เพียงแต่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีฯ ยังไปกำหนดห้ามไว้ การปลดล็อคหรือยกเลิก กม.ดังกล่าว จึงเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่า สำหรับการเข้าถึงบริการนั้น ระบบเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถกำหนดเงื่อนไขหรืออายุของผู้เข้าถึงได้ ซึ่งการที่ทำให้อาชีพนี้ขึ้นมาบนดิน โดยมี กม.รองรับและกำกับ น่าจะแก้ไขปัญหาการล่อลวงเด็กและเยาวชน การค้ามนุษย์ การเรียกรับสินบน ไปจนถึงการลดปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ อีกทั้งกลุ่มดังกล่าวยังสนับสนุนเรื่อง sex toy ในฐานะวัตถุทางการแพทย์ และสนับสนุนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาที่เข้าใจและเคารพความแตกต่างของมนุษย์ทุกเพศสภาพ ซึ่งหลายเรื่องตรงกันกับที่พรรคก้าวไกลต้องการผลักดัน ทั้งเรื่องการเสนอญัตติเกี่ยวกับการศึกษาภาพยนต์และของเล่นผู้ใหญ่ของ ส.ส.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และการยกร่าง พรบ.การค้าประเวณีและคุ้มครองผู้ให้บริการฯ ของ ส.ส.ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เป็นต้น

“แทนที่จะ รบ. และผู้บังคับใช้ กม. จะแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศในสังคมอย่างเข้าใจและเป็นระบบ แต่กลับเลือกไม่ยอมรับความเป็นจริง พยายามทำให้ผู้ให้บริการทางเพศไม่มีตัวตน เป็นผู้ผิดต่อ กม. เป็นความเสื่อมโทรมของสังคม จะยิ่งนำไปสู่ช่องทางที่ลงใต้ดินมากยิ่งขึ้น ยากต่อการควบคุม เป็นช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์ และท้ายสุดปัญหาการข่มขืนกระทำเราหรือการล่วงละเมิดทางเพศก็ไม่ได้ลดลงแต่ประการใด ท่านอาจหยุดยั้งศีลธรรมบางอย่างที่ท่านเชื่อเช่นนั้นในระยะเวลาหนึ่งได้ แต่ไม่อาจหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาได้” นายณัฐวุฒิกล่าวในที่สุด