“อนุสรณ์” ชี้ รัฐล็อกดาวน์เจ็บแต่ไม่จบ อัด”ประยุทธ์” ต้องออกไปโดยเร็ว ชี้ มิอาจวางใจ แม้ศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามนายกฯใช้ข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมสื่อ แนะ การเคลื่อนไหว 7 สิงหา ทุกฝ่ายต้องไม่ใช้ความรุนแรง

0
558

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสถานการณ์เผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ที่รุนแรง โดยพบผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ว่าผู้ติดเชื้อผู้เสียชีวิตจากโควิด–19 ทุบสถิติทำนิวไฮทุกวัน ผู้ติดเชื้อทะยานปักหลักทะลุ 20,000 คนมา 4 วันติด ผู้เสียชีวิตทะลุ 200 คน และมีแนวโน้มไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลเลิกพูดได้แล้ว ประเทศไหนก็เจอปัญหานี้ รัฐบาลแก้ปัญหาได้ เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้ออันดับต้นๆ ของโลกและเอเชีย สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร และอยู่ในอันดับสุดท้ายดัชนีการฟื้นตัวจากโควิด-19 พบการระบาดคลัสเตอร์ใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด หยุดเอาจำนวนคนหายป่วยมาไอโอ เพราะคนติดเชื้อมีโอกาสหาย แต่คนตายไม่มีโอกาสฟื้น ประชาชนไม่รู้สถานการณ์มาถึงจุดพีคสูงสุดแล้วหรือยัง มาตรการล็อกดาวน์ล็อกแล้วล็อกอีก ยังไม่เห็นวี่แววยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง คนตายคาบ้าน ตายข้างถนน ผู้ป่วยติดค้างตามบ้านเกลื่อนประเทศ ชะตากรรมคนไทยแขวนอยู่บนเส้นด้าย ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดตามยถากรรม คอยความหวังวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในไตรมาส 4 ก็ยังคาดหวังได้ยาก การล็อกดาวน์ของรัฐบาลอาจสูญเปล่า เจ็บแต่ไม่จบ เจ็บแล้วเจ็บอีก เจ็บไปเรื่อยๆ โดยที่รัฐบาลอยู่ในสภาวะล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ เวลาที่เหลือต้องมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้มากขึ้น ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง ATK ให้มากขึ้น เพื่อแยกคนแยกโรค ทำการรักษา ยุติการระบาดให้ได้เร็วที่สุดและต้องเยียวยาประชาชนให้ทั่วถึง

“พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก ต้องมีการเปลี่ยนคณะผู้บริหารโดยเร่งด่วน เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจของพวกไร้ความสามารถ ไม่ให้มีโอกาสกลับมาได้อีก ถึงจะหยุดวิกฤตได้” นายอนุสรณ์ กล่าว


“อนุสรณ์” ชี้ มิอาจวางใจ แม้ศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามนายกฯใช้ข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมสื่อ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ศาลแพ่งมีคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราวห้ามนายกฯ ใช้ข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 29 ให้อำนาจ กสทช.ฟันเฟคนิวส์-ตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสื่อ จนกว่ามีคำสั่งอย่างอื่น ว่า ถ้าปล่อยให้มีการใช้อำนาจที่เป็นการลิดรอนสิทธิแทรกแซงสิทธิเสรีภาพของประชาชน เชื่อว่าประเทศไทยจะต้องถูกตั้งคำถามจากนานาอารยประเทศ หลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตว่าอาจทำให้ประเทศไทยไม่ได้รับการยอมรับจากสายตาต่างประเทศ เป็นหลักฐานและใบเสร็จสำคัญว่ารัฐบาลพยายามใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพและแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

“ประชาชนวิตกกังวล และไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ที่พยายามปิดปากสื่อ ปิดปากประชาชน แม้จะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ก็ไม่อาจไว้วางใจได้ เพราะรัฐบาลอาจหาเครื่องมืออื่นมาลิดรอนสิทธิประชาชนได้อีก ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันจับตาและเฝ้าระวัง” นายอนุสรณ์ กล่าว


“อนุสรณ์” ชี้ การเคลื่อนไหว 7 สิงหา ทุกฝ่ายต้องไม่ใช้ความรุนแรง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กลุ่มเยาวชนปลดแอก กลุ่มราษฎร และอีกหลายเครือข่าย ได้ประกาศนัดชุมนุมในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2564 ว่า ขอฝากความห่วงใยไปยังทุกภาคส่วน หวังว่าทุกฝ่ายจะไม่ใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่มีการบังคับใช้กฎหมายไปในทางที่มิชอบ ไม่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการปราบปรามผู้ชุมนุม ไม่ปล่อยให้มีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์แล้วโยนความผิดให้ผู้ชุมนุม เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุม จนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้ชุมนุมและประชาชน หากเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการขัดหลักกฏหมาย หรือผิดหลักสากล อาจถูกดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดได้

“การเคลื่อนไหวหลายครั้งที่ผ่านมาความรุนแรงไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าต้องอดทนอดกลั้นให้มากและไม่ใช้ความรุนแรง” นายอนุสรณ์ กล่าว