อนุสรณ์ ชี้ ส.ว.กลัวตกงาน กอดอำนาจโหวตนายกฯ จี้ รัฐบาลการ์ดอย่าตก เชื่อ องค์การเภสัชฯกระชับเวลานำเข้าวัคซีนทางเลือกได้

0
513

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ผลการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ร่าง โดยผ่านเพียงร่างเดียว ว่า ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังกับการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านเพียงร่างเดียวคือการแก้ไขระบบเลือกตั้งไปใช้บัตรเลือกตั้งสองใบของพรรคประชาธิปัตย์ นอกนั้นอีก 12 ร่างตกหมด แม้แต่เรื่องที่ทำเพื่อประโยชน์ประชาชน ส.ว.ก็ตีตกหมด เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชน ระบบประกันสุขภาพ ร่างที่เสนอให้ปิดสวิตช์ ส.ว. ทั้งสองฉบับถูกปัดตกทั้งหมด ทั้งๆ ที่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. มากที่สุดและเกินกึ่งหนึ่งของเสียงในรัฐสภา แต่กลับต้องตกไปเพราะเสียงของ ส.ว.ไม่ถึงเกณฑ์ 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับคสช.กำหนด ก่อนหน้านี้มีส.ว.บางส่วนออกมาโยนหินถามทางพร้อมตัดอำนาจโหวตนายกฯ แต่ผลการโหวตที่ออกมาก็สะท้อนชัดว่าส.ว.ชุดนี้ถูกตั้งมาเพื่อการใด โหวตตามพิมพ์เขียวของกลุ่มคนที่ตั้งมาหรือไม่ ส.ว.ส่วนใหญ่ยังคงลุแก่อำนาจที่ตนเองได้มาโดยคณะรัฐประหาร ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย

“ส.ว.พลาดโอกาสที่จะคืนอำนาจในการโหวตนายกฯให้กับผู้แทนของประชาชน เบียดบังเอาอำนาจประชาชนมาเป็นของส.ว.เหมือนกลัวตกงาน เลยต้องกอดอำนาจโหวตนายกฯไว้ให้นานที่สุด” นายอนุสรณ์ กล่าว 

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังพบผู้ติดเชื้อสูง ว่านอกจากคลัสเตอร์โรงงานที่ระบาดหนัก โควิดไปทำเนียบหลายรอบ ไปสภาก็หลายหน ทั้งศบค.และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องเร่งทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมและต้องคำนึงผลกระทบอย่างรอบด้าน มาตรการการคัดกรองในสถานที่ที่มีคนไปประชุมกันเป็นจำนวนมากต้องยกระดับไม่หละหลวม เป็นไปได้อย่างไรที่ปล่อยคนมีไข้เข้าไปนั่งประชุมร่วมรัฐสภา ก่อนหน้านี้สภาระมัดระวังเกรงว่าจะเกิดคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้างรัฐสภา มาครั้งนี้ถ้าเกิดคลัสเตอร์ประชุมร่วมรัฐสภา ประเทศจะสูญเสียความเชื่อมั่นไปมากขนาดไหน บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติงานส่วนหน้า ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเสนอแนะ ด้วยความห่วงใย รัฐบาลต้องฟังผู้ปฏิบัติงานด้วยการที่แพทย์ออกมาเปรียบเทียบว่าสภาพการทำงานด่านหน้า เหมือนหมู่บ้านบางระจัน ขอปืนใหญ่แต่ได้ปืนแก๊ป หวังพึ่งวัคซีนยี่ห้อเดียวเปิดประเทศไม่ได้  ปัญหาเตียงรองรับผู้ป่วยหนักไม่เพียงพอ วนกลับมาอีกระลอก รัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางแก้ไข

“เป้าหมายฉีดวัคซีน 150 ล้านโดสยังห่างไกล สภาพที่วัคซีนยังไม่มา หรือมาไม่ครบ  ชีวิตประชาชนต้องถูกสังเวยอีกกี่ราย แม้แต่แพทย์ พยาบาลยังส่งเสียงว่าไม่ไหวแล้ว รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการออกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนทางเลือกยี่ห้อโมเดอร์น่าที่จะนำเข้าประเทศไทยในเดือนตุลาคม อาจล่าช้าไม่ทันการณ์ ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่วิกฤติในขณะนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่องค์การเภสัชกรรม จะกระชับขั้นตอนการนำเข้าวัคซีนทางเลือกให้เร็วขึ้น ขั้นตอนการร่างสัญญาเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ สัญญาซื้อขาย สัญญาบริการ เพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณา คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาซื้อขาย (Supply Agreement) ได้ในต้นเดือน ส.ค.2564 นั้นองค์การเภสัชกรรมมีบุคลากรระดับมืออาชีพ บริษัทคู่สัญญามีความพร้อมเรื่องเอกสาร เพราะมีการจัดทำเอกสารเสนอขายวัคซีนเป็นปรกติอยู่แล้ว น่าจะกระชับเวลาให้เร็วขึ้นได้ รวมถึงขั้นตอนการประสานงานกับโรงพยาบาลเอกชน เพื่อคาดการณ์การจองวัคซีน ความชัดเจนเรื่องราคาที่จําหน่ายให้กับโรงพยาบาล การประชุมบอร์ด การให้โรงพยาบาลแจ้งยืนยันจํานวนวัคซีนที่สั่งซื้อ การรับคำสั่งซื้อพร้อมงบประมาณจากโรงพยาบาล หากองค์การเภสัชกรรมสามารถกระชับเวลาเพื่อให้การเซ็นสัญญาสั่งซื้อจากเดิมที่คาดว่าประมาณเดือน ส.ค.2564 สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น จะสามารถแบ่งเบาภาระของแพทย์ พยาบาล และบุลากรทางการสาธารณสุขได้

“สถานการณ์วันนี้ เตียงล้น คนป่วยหนัก หากวัคซีนทางเลือกมาได้ไว จะเป็นกำลังเสริมกับวัคซีนที่มีอยู่ ด้วยศักยภาพขององค์การเภสัชกรรม เชื่อมั่นว่าสามารถกระชับเวลาให้วัคซีนทางเลือกเข้ามาได้เร็วขึ้นได้” นายอนุสรณ์ กล่าว