ก้าวไกล ย้ำจุดยืนคว่ำร่างพรก. 5 แสนล้าน ไม่ต่อลมหายใจประยุทธ์ ชี้ กู้ซ้ำซาก ไม่ตรงจุด ไม่ครอบคลุมงบสาธารณสุข วัคซีนสำหรับประชาชน

0
102

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่อาคารัฐสภา พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เเถลงต่อสื่อมวลชน ถึงจุดยืนของพรรคก้าวไกลในการอิปรายร่างพรก. พรก.เงินกู้5แสนล้าน​บาท ที่มีการบรรจุวาระเข้าที่ประชุมสภาฯในวันนี้

พิจารณ์ กล่าวว่า สำหรับร่างพรก.เงินกู้ 5 แสนล้านที่จะเข้าในวาระที่ประชุมในวันนี้ พรรคก้าวไกลเข้าใจถึงสถานะการเงิน การคลังของประเทศที่อนุญาตมีช่องว่างให้กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กู้เงินเพิ่มเติมได้อีก เเต่ต้องเรียนว่าจากการหารือของพรรคก้าวไกล ก็ยังคงยืนยันมติเดิมว่าพรรคก้าวไกลไม่สามารถที่จะเห็นชอบอนุญาตให้รัฐบาลนี้กู้เงินเพิ่มเติมอีก 5 เเสนล้านบาท โดยตนขอสรุปเหตุผลดังกล่าวใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ ล้มเหลว มักง่าย เเละเสียหาย ในประเด็นเเรก ล้มเหลว คือเราเห็นเเล้วจากการกู้เงินผ่านพรก.1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมา งบด้านสาธารณสุขที่เบิกจ่ายได้ล่าช้าในส่วนของการเยียวยาประชาชนที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรืองบประมาณในการฟื้นฟูประเทศอีก 4 แสนล้านบาทที่ไม่เกิดผล โดยในประเด็นนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลก็จะอภิปรายเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างนี้ว่าเป็นอย่างไร จะอภิปรายให้เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลนี้

หากเราย้อนไปตอนที่พรก.1 ล้านล้านบาทเข้าสู่สภา พรรคก้าวไกลได้อภิปรายและมีข้อเสนอต่อรัฐบาลโดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข เราเสนอให้รัฐบาลนั้นกันออกมาจาก 1 ล้านล้านบาท จำนวน 1แสนล้าน เร่งจัดหาวัคซีน กระจายวัคซีน กระจายความเสี่ยง ใช้วัคซีนหลายตัว และที่สำคัญเราบอกเเล้วในครั้งนั้นว่า ต้องเตรียมอุปกรณ์ทางการเเพทย์ ความพร้อมด้านสาธารณสุขต่างๆ หากมีการเเพร่ระบาดในระลอกที่ 2 และ 3 เกิดขึ้น เเต่รัฐบาลนี้ไม่ได้นำพากับข้อเสนอเหล่านั้นทำให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ในวันนี้ และต่อมาคือความมักง่ายที่รัฐบาลต้องการให้สภาแห่งนี้พิจารณาอนุญาตให้กู้เงินอีก5 แสนล้าน เเต่นำเสนอเพียงกระดาษ 5 แผ่น แล้วโครงการหรือเเผนงานคร่าวๆเท่านั้นว่าจะใช้เงินอย่างไร ซึ่งตอนกู้1 ล้านล้านก็ทำแบบนี้ เเละก็ล้มเหลวไปเเล้ว ดังนั้นหากรอบนี้จะมาทำเเบบเดิม มาขอสภาแบบเดิมมันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะพิจารณาอนุมัติ

พิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า ที่มันหนักหนากว่าตอนกู้ 1 ล้านล้านบาทก็คือ การที่กำหนดไว้ในพรก. การใช้จ่ายภายใต้ 3 แผนงาน คือด้านสาธารณสุข ด้านเยียวยา เเละด้านฟื้นฟู ในรอบ 5 แสนล้านบาทนี้จะสามารถใช้ข้ามไปมาได้ ซึ่งอันนี้ก็เปรียบเสมือนการตีเช็คเปล่าให้กับพลเอกประยุทธ์ โดยที่ไม่มีการวางแผนอะไรเลย

“เราเห็นว่าพรก ฉบับนี้ควรถอนออกไปครับ หากรัฐบาลคิดว่าจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจริงๆเพื่อเยียวยาพี่น้องประชาชน ให้ถอนพรก.ฉบับนี้ออกไป แล้วไปทำแผนงานที่ชัดเจนว่าจะใช้เงินอย่างไร ด้วยโครงการอะไร ผ่านหน่วยงานอะไร มีเป้าหมาย มีตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังคืออะไร เเล้วทำเป็นพรบ.กลับสู่สภา ด้วยการชี้เเจงที่เหมาะสม ด้วยเเผนงานที่ชัดเจน เเละด้วยเป้าหมายที่วัดผลได้ โดยพรรคก้าวไกลยินดีที่จะผ่านพรบ.ฉบับนั้น “

ในประเด็นที่สาม การผ่านพรก.ฉบับนี้เปรียบเสมือนเป็นการต่ออายุ ต่อลมหายใจให้กับรัฐบาลนี้ รวมถึงเป็นการต่อเวลาให้กับรัฐบาลนี้ที่จะสร้างความบอบช้ำ ให้กับประเทศมากขึ้นอีก เราเห็นเเล้วผ่สนเเผนการคลังระยะปานกลาง ว่างบประมาณในปี 2566 มีเเผนวางไว้เเล้ว โดยจะตั้งงบประมาณอยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท คาดการการจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 2.46 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องกู้เพิ่มอีก 740,000 ล้านบาท หากการใช้จ่าย 5 แสนล้านที่จะขอผ่านในวันนี้ ล้มเหลวอีก โอกาสที่เราจะจัดเก็บรายได้ปานกลางที่วางเอาไว้ก็จะพลาดเป้าอีก แล้วเราก็จะกู้เพิ่มอีกเเล้วรัฐบาลก็จะต้องไปแก้ตราสังที่มัดตัวเองไว้ จากเพดานเงินกู้ที่ตั้งไว้ 60 % ของ GDP ที่รัฐบาลเป็นคนร่างไว้เอง ต้องไปแก้ไขเพื่อให้ตัวเองสามารถกู้ได้เกินเพดาน 60% ของ GDP และถ้าหากว่าการจัดหาวัคซีนที่จะใช้เป็นโดสเพิ่มเติมในโดสที่ 3 โดสที่ 4 เพื่อป้องกันการเเพร่ระบาดสายพันธุ์ใหม่ทำได้ล้มเหลว เคราะร้ายเราอาจจะมีการแพร่ระบาดในระลอกต่อไปอีก เเละรัฐบาลนี้ก็ต้องกลับมาขอกู้เงินกับสภาอีกครั้ง

พิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ผมคิดว่าทางออกของประเทศไทยในตอนนี้ ถึงเวลาเเล้วที่เราจะต้องหยุดรัฐบาลนี้ หยุดการบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และขอย้ำว่าในวันนี้พรรคก้าวไกลจะลงมติไม่รับร่างพรก.ดังกล่าวเเละไม่ให้ผ่าน เเละสำหรับการอภิปรายของพรรคก้าวไกลในวันนี้ เราเตรียมผู้อภิปรายไว้ 11 ท่าน โดยจะเริ่มจากณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ เป็นผู้อภิปรายคนเเรก และจะปิดท้ายด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค โดยจะใช้เวลาตามที่จัดสรรไว้ประมาณ 115 นาที