“ชวลิต” เผยข่าวลือหนาหูร่าง รธน.แท้ง ก่อนพิจารณาวาระ 3 แต่ยังเชื่อศาล รธน.ร่วมสร้างความเชื่อมั่นประเทศ

0
95

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย

ให้ความเห็นต่อข่าวลือหนาหูว่า ก่อนถึงวันรัฐสภามีมติเห็นชอบการแก้ไข รธน.ในวาระที่ 3 ใน17 มี.ค.64 นั้น ศาลรธน.จะพิจารณาญัตติของนายไพบูลย์ นิติตะวัน กับคณะ ที่ขอให้ศาล

รธน.วินิจฉัยว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไข รธน.ทั้งฉบับ ได้หรือไม่ ซึ่งมีข่าวลือหนาหูว่า ศาล รธน.จะวินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจ อันจะส่งผลให้ร่างแก้ไข รธน.ที่ผ่านวาระที่ 2 ไปหยก ๆ แท้งทันที

ผมไม่ขอกล่าวถึงเจตนารมณ์ในการแก้ รธน. ของพรรคการเมืองอื่น จะขอกล่าวถึงเฉพาะพรรคเพื่อไทยเท่านั้น  จำได้ติดตาว่า เจตนารมณ์ในช่วงยกร่างแก้ รธน. เราถกเถียงกันมากจนตกผลึกทางความคิดว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอแก้รธน.โดยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งก็เท่ากับแสดงเจตนารมณ์ไม่แก้ทั้งฉบับ

จากนั้นเมื่อเข้ามาสู่การพิจารณาในชั้น กมธ. ปรากฎว่า กมธ.ก็มีเจตนารมณ์ชัดเจนเช่นกันว่า ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2

ดังนั้น  ทั้งเจตนารมณ์ของพรรคการเมือง และเจตนารมณ์ของ กมธ.เห็นสอดคล้องต้องกันว่า การแก้ รธน.ปี 2560 นี้ไม่ต้องการแก้ทั้งฉบับ จึงแสดงเจตนารมณ์ไว้เป็นหลักฐานมาแต่แรกเริ่ม

ประการสำคัญต่อมาก็ คือ คำวินิจฉัยของศาล รธน. ที่ได้วางบรรทัดฐานกระบวนการแก้ รธน.ไว้นั้น ศาล รธน.เคยมีคำวินิจฉัยที่ 18 – 22/2555 ไว้ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยตาม รธน.ปี 2550

แต่ปัจจุบัน รธน. ปี 2550 ถูกยกเลิกไปแล้ว และใช้ รธน. ปี 2560 อยู่ โดยกระบวนการแก้ไข รธน.ล้วนเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน รธน.ปี 2560 มาตรา 256 ทุกประการ 

เฉพาะอย่างยิ่ง นอกจากความเห็นของพรรคการเมืองทุกพรรค, นโยบายรัฐบาล, กมธ.แก้ รธน. และรัฐสภา ล้วนมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันจนรัฐสภาพิจารณาญัตติแก้ รธน.วาระที่ 2 เสร็จสิ้นแล้ว

ดังกล่าวข้างต้น     

ประเด็นหรือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ศาล รธน. ควรนำมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในประการสุดท้าย เป็นความเห็นทางสังคม และความเห็นทางการเมือง ทั้งจากประชาชนในประเทศ และชาวโลก นั่นก็ คือ “ความเชื่อมั่นประเทศ” แม้เป็นนามธรรม แต่ก็สำคัญยิ่งในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประชาคมโลก

กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดของประเทศ ถ้ากติกาที่ออกมาภายหลังการรัฐประหารไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง  เอารัดเอาเปรียบกัน และไม่เป็นประชาธิปไตย เห็นได้ชัดว่ากระทบความเชื่อมั่นประเทศอย่างยิ่ง ทั้งความเชื่อมั่นของประชาชนในประเทศ ตลอดจนความเชิ่อมั่นของชาวโลก ซึ่งส่งผลด้อยค่าประเทศไทยให้ตกต่ำในสายตาชาวโลกลงอย่างมาก

ปัจจุบันทุกพรรคการเมืองซึ่งมาจากประชาชนล้วนมีมติเห็นชอบกับการแก้ รธน.รัฐบาลก็แถลงนโยบายมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ รธน.

รัฐสภาก็ได้ดำเนินการพิจารณาร่าง รธน.ของ กมธ.ในวาระที่ 2 แล้วเสร็จไปเมื่อ 25 ก.พ.64 ที่ผ่านมา เหลือเพียงขั้นตอนให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ วาระที่ 3 ใน 17 มึ.ค.64 เท่านั้น

ด้วยข้อมูลและเหตุผลที่ไล่เรียงมาเป็นลำดับ ทั้งนี้ ยังไม่รวมการเรียกร้องการแก้ รธน.จากภาคประชาชน นิสิตนักศึกษา ผมจึงยังเชื่อว่า ศาล รธน. จะร่วมกันหาทางออกจากปัญหา เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศ  คลี่คลายวิกฤตรัฐธรรมนูญลงได้  

ผมและประชาชนจำนวนมาก ยังมีความหวังครับว่าประเทศไทยจะมี รธน.ของประชาชนในเร็ววัน ไม่อยากไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เสียทั้งเวลา

เสียทั้งงบประมาณ ที่สำคัญ เป็นการดูถูกประชาชน เหมือนเล่นปาหี่ หลอกลวงกันกลางวันแสก ๆ หากญัตติแก้รธน.ต้องแท้งลงเสียก่อน

ขอคนไทยช่วยกันภาวนาว่า ในการแก้ไข รธน.จากนี้ไปจะเป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม