สมาคมไร่อ้อยก็คงเป็นพรรคการเมือง ! “พรรณิการ์” ยัน “คณะก้าวหน้า” ส่งผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นได้ – ชี้คดีความที่โดนเพราะฝ่ายตรงข้ามประเมินว่าอาจมีชัย อบจ. หลายพื้นที่ – ไม่หวั่นลุยเดินหน้าช่วยผู้สมัคร 42 จว.หาเสียงต่อ

0
299

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ตึกไทยซัมมิท ทาวเวอร์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติตั้งคณะกรรมการสืบสวนคณะก้าวหน้า คดีดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง โดยระบุว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้คดีความข่มขู่และปิดปาก ทุกครั้งที่เราโดนแบบนี้ก็ถือเป็นนิมิตหมายว่า เขากำลังประเมินว่าเรากำลังประสบความสำเร็จ เช่นในครั้งนี้ก็คงเห็นว่ามีโอกาสูงที่คณะก้าวหน้าจะชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายจังหวัด จึงง้ดมุกเดิมเอามาใช้ เพื่อประสิทธิภาพการหาเสียงช้าลง ทำให้ประชาชนไขว้เขวในการลงคะแนน แต่อย่างไรก็ตามเรายืนยันว่า ไม่อาจที่จะหยุดยั้งการเดินหน้าหาเสียงใน 42 จังหวัดที่เราส่งผู้สมัครได้ เพราะวันนี้ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง และคดีความที่เกิดขึ้นนี้มีแต่จะทำให้ประชาชนให้ความสนใจกับการหาเสียงมากขึ้น ซึ่ง กกต. ควรจะต้องของคุณคณะก้าวหน้า ที่ทำให้ประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับข้อกล่าวหานี้ ขณะที่ กกต. เองนอกจากขึ้นป้ายแล้ว แทบไม่เห็นงานประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งอื่นใดเลย

“เรายืนยันกับผู้สมัคร และประชาชนทุกคนว่า เราทำตามกฎหมายทุกประการ เพราะสิทธิ์ที่เราโดนตัดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีเพียง 3 เรื่อง คือ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ตั้งพรรคการเมือง และแทรกแซงครอบงำพรรคการเมือง สิทธิ์นอกเหนือจากนั้นยังอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในฐานะประชาชน สิทธิ์ในการรวมตัว สิทธิ์ในการแสดงออก ยังอยู่ครบทุกประการ และเราทุกคนขึ้นทะเบียนเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครทุกคน เพราะฉะนั้น ทุกอย่างเป็นเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งก่อนนี้ก็เคยมีตัวอย่างมาแล้ว กรณีที่ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากสุดท้าย กกต.ยืนยันเอาผิดจริงๆ ก็อยากทราบว่าใช้ข้อกฎหมายข้อใดมาเอาผิด” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นมีหลายกลุ่มส่งผู้สมัครลงแข่งขัน เพราะข้อบังคับไม่ได้ระบุอยู่แล้วว่าต้องสังกัดพรรคการเมือง ดังนั้น กลุ่มต่างๆ ก็ส่งลงแข่ง ขณะที่คณะก้าวหน้าก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ส่งผู้สมัครลงในหลายๆ พื้นที่ ซึ่งก็เป็นเรื่องทำได้ แต่ถ้าข้อบังคับท่านระบุว่าพรรคการเมืองจะต้องส่ง ถ้าไม่ลงในนามพรรคการเมืองจะลงสมัครไม่ได้ แล้วคณะก้าวหน้าเราทำ อันนี้ต่างหากที่จะเป็นพฤติกรรมเข้าข่ายเลียนแบบพรรคการเมือง ดังนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่มีสารพัดกลุ่มทั่วประเทศไทยส่งเต็มไปหมด แล้วมีคณะก้าวหน้าเพียงกลุ่มเดียวที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งถ้ากล้าทำแบบนั้น ก็อยากรู้เหมือนกันว่าประชาชนจะมองเรื่องนี้อย่างไร

“อะไรที่ทำให้เรามีพฤติกรรมเหมือนพรรคการเมือง ถ้าเราตั้งกลุ่มขึ้นมาแล้วส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. อย่างนี้สิทำพฤติกรรมเหมือนพรรคการเมือง เพราะเราทำไม่ได้ เราไม่ใช่พรรคการเมือง จึงส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ได้ แต่ตรงกันข้าม เราส่งผู้สมัครลงรับสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเราไม่ได้เป็นพรรค ซึ่งสามารถทำได้ เพราะโดยปกติ เลือกตั้งท้องถิ่นก็ไม่ต้องลงในนามพรรคการเมืองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น แทนที่จะถามพวกเราว่า เราจะอธิบายตัวเองอย่างไรว่าเราไม่ได้ทำตัวเหมือนพรรคการเมือง ควรไปถาม กกต.กลับว่า เราทำอะไรเหมือนพรรคการเมือง อยากให้ลองไปเปิดนิยามของพรรคการเมืองดู ใจความสำคัญ คือ ต้องมีสมาชิกพรรค แต่สำหรับเราไม่มี และเป็นกลุ่ม ซึ่งประชาชนทุกคนมีสิทธิรวมกลุ่มและขับเคลื่อนทางสังคม ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเชียร์ผู้สมัครของตัวเองและเดินทางไปสนับสนุนผู้สมัครของตัวเอง” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อข้อถามที่ว่า กรณีที่มีการจัดองค์กรเหมือนพรรคการเมือง คือมีกรรมการบริหาร มีเลขาธิการ ต่างๆ น.ส.พรรณิการ์ ถามกล้บว่า “ถ้าอย่างนั้น สมาคมไร่อ้อย ก็คงเป็นพรรคการเมือง”