รังสิมันต์ โรม แนะ ไพบูลย์ นิติตะวัน อย่าทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง แสดงความเห็นที่มีแต่จะนำพาประเทศสู่ทางตัน วันนี้ทางออกเดียวของประเทศไทยคือ มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน

0
404

วันที่ 27 พฤศจิการยน 2563 รังสิมันต์ โรม พร้อมด้วย จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สส พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ พ.ศ…. ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมมาธิการในวาระเเรก จากกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จะเสนอต่อคณะกรรมาธิการให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256/13 ที่ห้ามเเตะหมวด1 – 2 เเละไม่ตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรี เเละให้คงอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช .) ไว้นั้น

รังสิมันต์ กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ที่นายไพบูลย์กล่าว ตกลงเราจะทำหน้าที่เเทน สสร. ใช่หรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้เป็นเรื่องที่อันตราย ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการ สิ่งที่เราควรคำนึงถึงมากที่สุด คือ เราจะทำอย่างไรให้ สสร.สามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ไม่ใช่เราจะไปกำหนดห้ามไว้ก่อน การกระทำของนายไพบูลย์เช่นนี้เปรียบกับการคิดเเทน สสร. เเละเท่ากับเราคิดเเทนประชาชน ซึ่งมันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการตั้งคณะกรรมาธิการเเบบนี้ เเละการที่นายไพบูลย์ กระทำเช่นนี้ เท่ากับว่า นายไพบูลย์เอาแต่ได้ ไม่ได้สนว่าการร่างรัฐธรมนูญของประชาชนจะออกมาเป็นเช่นไร ถ้านายไพบูลย์ มีความเห็นเรื่องเหล่านี้มากขนาดนี้ ตนขอเสนอว่า ให้นายไพบูลย์ไปรณรงค์ในวันที่มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อโน้มน้ามให้สสร รับฟังเหตุผล เเละเขาอาจจะออกเเบบร่างรัฐธรรมนูญในเเบบที่นายไพบูลย์ต้องการ หรือให้นายไพบูลย์ลาออกจากคณะกรรมาธิการ ไปเป็นสสร. จะดีกว่า การที่ใช้กลไกของคณะกรรมาธิการเเบบนี้เป็นเรื่องที่อันตรายถ้าเราจะห้ามไม่ให้สสร.ทำตามที่นายไพบูลย์กล่าว โดยเป็นสิ่งที่ในท้ายที่สุดเราก็ไม่รู่ว่าวันข้างหน้าประชาชนต้องการอะไร

“ดังนั้นเราต้องกลับมาสู่หลักการที่ถูกต้อง ว่ารัฐธรรมนูญที่เราต้องการเห็นในรอบนี้ คือรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน ที่เป็นสสร.ที่มาจากตัวเเทนของประชาชน ถ้าเเบบนั้นเราอย่าไปเขียนห้ามหรือจำกัดมาก เพราะเจตจำนงค์ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เพื่อสอดรับความต้องการของพี่น้องประชาชน”

ขณะที่ จิรวัฒน์ ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวเพิ่มเติมกรณีนายไพบูลย์ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นที่ประชาชนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ที่นายไพบุลย์จะเสนอให้มีการเเก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญในฉบับรัฐบาล ที่เดิมในมาตรา 256/13 ในวรรค5 ที่บัญญัติไว้ว่าห้ามแก้ไขในหมวด 1-2 โดยมีประเด็นเพิ่มเติม คือนายไพบูลย์จะเสนอให้ใส่คำว่า ให้คงบทเฉพาะกาลไว้ หมายความว่า บทเฉพาะกาลในที่นี้ 3 มาตรา คือ มาตรา269 , 272 , เเละมาตรา 279 ซึ่งเมื่อมีการเลือกสสร.เเล้ว สสร.จะดำเนินการยกร่างทั้งฉบับ เเต่ต้องมีบทเฉพาะกาลใน 3 มาตรานี้เอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในกรณีนี้คือนายไพบูลย์ต้องการที่จะให้ 3 มาตรา ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 คงไว้ในรัฐธรรมนุญฉบับใหม่ กรณีนี้นายไพบูลย์จะตอบสังคมอย่างไร เมื่อท้ายที่สุด สสร.นี้ ทำเพื่อประโยชน์ของใคร หรือเพื่อประโยชน์ในการเเก้ไขปัญหาประเทศ หรือเพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น เมื่อท้ายที่สุดผมคิดว่า ต้องให้ประชาชนเเละสื่อมวลชนร่วมติดตามในการทำหน้าที่ของสสร.ให้ดี เพราะการกระทำดังกล่าวของนายไพบูลย์ ไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชนโดยเเท้จริง เพราะในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3 มาตรานี้ จะต้องถูกเเก้เเละถูกเสนอญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอีกครั้ง ซึ่งในประเด็นการยกเลิกอำนาจสมาชิกวุฒิสภา เเละยกเลิกอำนาจการปฏฺิรูปประเทศจะต้องถูกนำเสนอด้วยกัน

“สสร.ที่เราตั้งขึ้นมาต้องเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เเต่การแก้ไขปัญหาระยะสั้นที่จะเกิดขึ้น คือความขัดเเย้งมันอยู่ในรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้นรัฐธรรมนูญรายมาตราที่เป็นปัญหาต้องถูกเเก้ไข ซึ่งถ้าการกระทำของนายไพบูลย์เกิดขึ้นจริง จะเป็นบ่อเกิดของความขัดเเย้งอีกครั้งในการเมืองไทย “

เมื่อถามถึงกรณีว่า การตั้งสสร. จะเป็นการตีเช็คเปล่าหรอไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า เราอย่าไปใช้วาทะกรรมในการตีเช็คเปล่า หาเรากล่าว่านี่เป็นการตีเช็คเปล่า การที่สภาผู้เเทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็คือ ตีเช็ตเปล่าเหมือนกันหมด ที่เรากล่าวว่าให้ สสร.มาจากการเลือกตั้งนั้น มันเป็นกระบวนการที่เราสร้างความชอบธรรมที่จะทำให้่รัฐธรรมนูบฉบับต่อไป เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรมได้รับการยอมรับ เป็นกระบวนการหนึ่งที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยการเลือกตั้งจะนำทุกฝ่าย ทุกกลุ่มการเมืองที่มีความเห็นเหมือนกัน เเละเเตกต่างกันบ้าง เข้าไปสู่กระบวนการที่พูดคุยกันอย่างสันติ นี่คือหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทางการเมืองในระยะยาว เเต่เมื่อเราบอกว่านี่คือการตีเช็คเปล่า เเสดงว่า เราไม่ไว้ใจประชาชน เราไม่เชื่อว่าตัวเเทนของประชาชนจะสามารถร่างรัฐธรรมนูญที่ดีได้ ซึ่งหากเราไปดูคุณสมบัติในการเลือกสสร.ของร่างรัฐบาล หลายเรื่องไม่ได้เเตกต่างจากการเลือกสส. ถ้านั่นคือการตีเช็คเปล่าเเล้วมันออกมาไม่ดี เราคงไม่มีคุณสมบัติไปร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน

สรุปว่าประเทศนี้เราจะไม่ไว้ให้ประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญชองประชาชนใช่หรือไม่ ตนยืนยันว่าการที่มี สสร. ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า สิ่งที่เรากำลังทำ คือเรากำลังออกเบบว่า เราต้องการเห็นการร่างรัฐธรรมนูญที่เป้นของประชาชน โดยพรรคก้าวไกลเราก้มีความเห็นในหลายเรื่อง ที่เราพร้อมที่จะรับฟัง เเละรณรงค์ผลักดันความคิด เเต่ท้ายที่สุดเรามีความเห็นว่า สสร .ที่มาจากประชาชนต้องเป็นคนหาข้อยุติด้วยกันเอง เเละถ้าเราต้องการเเก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของการเเก้ไขปัญหาของประเทศที่ทุกคนสัมผัสได้ ว่าเรากำลังมีวิกฤติ อย่าซ้ำในกรณีที่เรากำลังมีปัญหาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มันไม่ชอบธรรมต่อประชาชน ดังนั้นผมขอให้กรรมาธิการทุกคนช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยการสร้างกระบวนการที่ สสร.มีความเป็นประชาธิปไตย ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุดอย่าไปใช้กระบวนการเเบบให้มี สสร.แต่งตั้งเเบบร่างรัฐบาลกำลังทำ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปก็ยังคงมีปัญหา เเละสุดท้ายประเทศชาติก็ไม่เกิดการพัฒนา รังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้าย