“ธนาธร” ลุยปัญหาจริง “สมุทรปราการ” – เล็งเปลี่ยนคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิจากแหล่งอาชญากรรมและอุบัติเหตุสู่พื้นที่ของชุมชน – “ธัชชัย เมตโต” มั่นใจใช้ 250 ล. จากงบ อบจ. ปีละ 2.4 พันล้าน เปลี่ยนให้ดีกว่าได้

0
562

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย นายธัชชัย เมตโต ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ เบอร์ 5 พร้อมด้วยทีมผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ร่วมดูพื้นที่จริงเพื่อออกแบบนโยบายสำหรับพื้นที่ อ.บางพลี รวมทั้งพบปะประชาชนในชุมชนบางปลา และซอยสุวรรณภูมิ (ราษฎร์บูรณะ 8) ท่ามกลางการต้อนรับและเสียงตอบรับอันอบอุ่นจากชาวชุมชนที่เข้ามาให้กำลังใจพวกเราอย่างไม่ขาดสาย

นายธนาธร กล่าวว่า พื้นที่นโยบายที่เราเข้ามาดูและศึกษาในวันนี้ คือบริเวณถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำลงอ่าวไทย เป็นคลองเส้นตรงระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ซึ่งมีภูมิทัศน์ที่งดงามมาก แต่ปัญหาก็คือ พื้นที่ตามแนวถนนเลียบคลองชลประทานเป็นถนนสร้างใหม่ ยังไม่มีการติดไฟส่องสว่าง แถมหลังจากใช้งานได้ไม่นานเท่าไหร่ ถนนก็เริ่มผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อแล้วตลอดแนวเส้นทาง หนำซ้ำตลิ่งสองข้างทางยังเป็นพงหญ้ารกชัฏขึ้นสูง ไม่ได้รับการดูแล จนในที่สุด ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ได้กลายเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมและพื้นที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง เป็นปัญหาเรื้อรังสำหรับคนพื้นที่บนถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิมาอย่างยาวนานนี่คือปัญหาและความรับผิดชอบโดยตรงของสองหน่วยงาน นั่นคือ อบจ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเข้าของถนนเลียบคลองทั้งสองฝั่ง ส่วนตลิ่งเลียบคลองนั้นเป็นของกรมชลประทาน และนี่คือหนึ่งในปัญหาที่คณะก้าวหน้าสมุทรปราการ มีวิสัยทัศน์และแนวคิดที่จะเข้ามาแก้ปัญหา หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งวันที่ 20 ธันวาคมนี้

ด้าน นายธัชชัย กล่าวว่า ทีมคณะก้าวหน้าสมุทรปราการมีแนวคิดชัดเจนที่จะสร้างและบูรณะพื้นที่ตลอดแนวคลอง ให้เป็นพื้นที่ใช้สอยของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชนสิ่งที่ต้องมาอันดับแรก คือการปรับปรุงพื้นผิวถนนให้เรียบหมดจรด กลับมาใช้งานได้สะดวกอีกครั้ง และติดตั้งไฟส่องสว่างตลอดทั้งแนวถนน จากนั้น จึงเป็นการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยเพื่อชุมชน โดยการประสานงานขอใช้พื้นที่ตลิ่งจากกรมชลประทาน เข้าไปทำปรับปรุงตลิ่งทั้งสองฝั่งคลอง เคลียร์พงหญ้าออก ทำให้เป็นเลนจักรยาน มีแบริเออร์กั้นถนนกับเลนจักรยาน ทำลานจอดรถ ลานอเนกประสงค์ให้พี่น้องในชุมชนได้มาค้าขาย ทำกิจกรรมต่างๆ คืนชีวิตให้สองฝั่งน้ำ ให้ประชาชนได้มีงานทำ ทำให้เป็นพื้นที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถเนรมิตรให้เกิดขึ้นได้ด้วยงบประมาณไม่เกิน 250 ล้านบาท ทั้งการติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลส่องสว่าง ปรับพื้นผิวถนน ทำตลิ่ง ทำเลนจักรยาน ปลูกต้นไม้ ทำพิ้นที่จอดรถ เป็นงบประมาณที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ อบจ.สมุทรปราการได้รับถึงปีละกว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี รวมสี่ปีในหนึ่งวาระ 9,600 ล้านบาท

“พื้นที่ตลอดแนวทั้งสองฝั่งของคลองสุวรรณภูมิ ครึ่งบนเป็นชุมชน เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ครึ่งล่างเป็นพื้นที่การเกษตร ที่ผ่านมาถนนทั้งสองฟากฝั่งคลองมีรถยนต์ โดยเฉพาะรถบรรทุกเป็นผู้ครอบครอง แต่หากเราสามารถทำให้นโยบายนี้เกิดขึ้นได้จริง เราจะสามารถเปลี่ยนให้พื้นที่ทั้งสองฝั่งของคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ กลายเป็นพื้นที่มีชีวิตของชุมชน มีเลนจักรยานให้คนในชุมชนได้ออกกำลังกาย ได้มีสุขภาพที่ดี ลดภาระด้านสาธารณสุข แก้ปัญหาด้านยาเสพติดและอาชญากรรมได้อย่างยั่งยืน สร้างพื้นที่ค้าขายให้เป็นของชุมชน กีดกันไม่ให้ทุนใหญ่เข้าครอบครอง ทำให้เป็นพื้นที่ตลาดสินค้าจากทั้งเกษตรกร และจากชุมชนในพื้นที่อุตสาหกรรม” นายธัชชัย กล่าว