วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 24, 2021
  • Home
  • News
  • ARTICLE
  • VIDEO
  • REVIEW
  • PROJECTS
  • Contact
More

    “เพื่อไทย”ฉะประกันรายได้ทุบราคายางพาราลด20บาทต่อกิโล ใน 3 วัน ชี้เกษตกรกังขารัฐออกนโยบายอุ้ม 5 เสือยางพารา ทำเกษตรกรทุกข์หนัก

    นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคายางพาราทั่วประเทศตอนนี้น่าเป็นห่วงมาก  ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศนโยบายประกันรายได้เกษตรกรราคายางมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะยางพาราเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายยางพาราทั้งน้ำยางดิบและยางก้นถ้วย ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด  จากเดิมราคายางพาราไม่ดีตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเข้ามาบริหารประเทศ ราคายางตกต่ำมาโดยตลอด  ราคายางยางก้อนถ้วย ราคาไม่เกิน 15 บาท  แต่ภายหลังมีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ราคายางเริ่มขยับ เพราะยางพาราเป็นที่ต้องในอุตสาหกรรมทางการแพทย์  ส่งผลให้ราคาน้ำยางสดปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด ทั้งนี้ราคาน้ำยางสด กก.ละ 62-65 บาท ในขณะที่ยางก้อนถ้วยกก.ละ 25-26 บาท เกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศกำลังมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น นายวิสุทธ์ กล่าวด้วยว่า  ภายหลังจากที่รัฐบาลอนุมัติโครงการประกันรายได้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเพียงแค่ 3 วันส่งผลทำให้ชาวสวนยางต้องทุกข์หนักทันทีทั้งที่เพิ่งฟื้น เพราะราคายางพาราทุกประเภทมีการปรับตัวลดลง  โดยราคาน้ำยางสดลดลงทันทีจาก 62 บาทต่อกิโลมาอยู่ที่ 42 บาทต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มว่าราคาจะลดต่ำลงอีก ในขณะที่ราคายางก้อนถ้วยตกลงมาอยู่ที่ 16 บาท  โดยพ่อค้าที่รับซื้ออ้างว่าราคายางที่หายไปให้ไปรับเงินจากรัฐบาลแทน ดังนั้นมาตรการที่ออกมาจึงเป็นมาตรการที่ทำลายกลไกตลาด และทำร้ายเกษตรกรมากกว่าช่วยเหลือเกษตรกร “ เป็นที่น่าประหลาดใจว่าหลายเดือนที่ผ่านมา ช่วงที่ราคาย่างตกต่ำ รัฐบาลไม่มีมาตรการใดๆออกมาให้ความช่วยเหลือเกษตรกร แต่พอราคายางกำลังดีขึ้นรัฐบาลกลับประกาศนโยบายส่งผลให้ราคายางปรับตัวลดลงทันที รัฐบาลใช้อะไรคิด เพราะเมื่อกลไกตลาดตามธรรมชาติดีอยู่แล้ว รัฐบาลมาทุบราคาสินยางพาราทำไม ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศสงสัยว่ารัฐบาลต้องการอะไรในการออกมาตรการทุบราคายางที่เกษตรกรหวังจะลืมตาอ้าปากได้ หรือรัฐบาลมีอะไรกับ 5 เสือยางพาราหรือไม่จึงออกมาตรการช่วยนายทุนยางพารามากกว่าที่จะช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง”นายวิสุทธิ์ กล่าว  

    วิโรจน์ ก้าวไกล อัดยับ ปรับครม.ประยุทธ์2/4 ชี้เป็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง เอื้อพวกพ้อง ระบบมุ้งไม่สิ้นซากสังคมไทย ย้ำชัด เพื่อรักษาอำนาจให้รัฐบาล ไม่เห็นหัว...

    วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ครั้งที่2 หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศรายชื่อรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ( 23 มี.ค. 64 ) วิโรจน์ กล่าวว่า. การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ประยุทธ์ 2/4 กับชื่อรัฐมนตรี ก็สะท้อนได้ชัดว่า เป็นการปรับตำแหน่ง เพื่อการขยับสับเปลี่ยนขั้วอำนาจเท่านั้น ไม่ได้มุ่งที่จะหาคนที่เหมาะสม...

    “ชลน่าน” ย้ำคราบน้ำตาคนจนคือใบเสร็จที่ชัดเจน อัด “บิ๊กตู่”คือโฆษะบุรุษพูดอย่างทำอย่างแนะเลิกสะกดจิตตัวเอง

    นายแพทย์ชลน่าน  ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า ฝ่ายค้านมีการเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพื่อที่ต้องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาตอบข้อสงสัยของฝ่ายค้าน ถึงประเด็นที่ได้ถามไป โดยเฉพาะในเรื่องการรับผลประโยชน์การนำเข้าแรงงานเถื่อนที่ส่งผลให้เกิดการระบาดของไวรัสโควิดรอบใหม่ แต่พลเอกประยุทธ์ ไม่ตอบแต่มาการันตรีว่าทั้งตัวเอง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าไม่มีใครรับผลประโยชน์แน่นอน  สุดท้ายออกมายอมรับกลางสภาว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง แต่ท้าฝ่ายค้านเอาข้อมูลมา ทั้งๆ ที่เป็นความรับผิดชอบของพลเอกประยุทธ์ ในการดำเนินทำความจริงให้ปรากฏแต่ก็ไม่รับผิดชอบ  ดังนั้นวันนี้คำพูดที่ออกมาจากปากโฆษะบุรุษจะสามารถเชื่อได้หรือไม่  เพราะผ่านมาไม่เคยรักษาคำพูดตัวเองได้เลย โกหกมาตลอด ตั้งแต่บอกไม่คิดรัฐประหาร  ไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่แต่ออกคำสั่งให้นักการเมืองขังนักการเมือง ไปพูดต่อหน้าประชาคมโลกว่า จะเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ยึดอำนาจปี 57 จัดเลือกตั้งปี 61 นี่คือเร็วที่สุด อ้างไม่ต้องการอะไร แต่ใช้เงินภาษีประชาชนสร้างบ้านพักหลังใหญ่ในค่ายทหาร ฟรีทุกค่าใช้จ่าย ทั้งๆที่ผิดกฎหมายมายาวนานแต่คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ องค์กรอิสระตั้งมากับมือจึงไม่องค์กรไหนกล้าเอาผิด นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า พลเอกประยุทธ์ตอบคำถามของฝ่ายค้านตามโพยที่บรรดาข้าราชการเขียนให้ตอบไม่จำเป็นต้องใช้สมองเพราะตอบไม่ได้ กรณีเหมืองทองชัดเจนว่า ปากกล้ารับผิดชอบแต่ผู้เดียว แต่เอาทรัพย์แผ่นดินไปจ่ายค่าทนาย 600 ล้านบาททำไมพลเอกประยุทธ์ไม่จ่ายเอง หากแพ้ขึ้นมาคงเอาภาษีพี่น้องประชาชนไปจ่ายค่าโง่แทนคนบ้าอำนาจแน่ๆ “ถ้าจะถามหาใบเสร็จ คงต้องให้พลเอกประยุทธ์เลิกสะกดจิตตัวเอง ว่า รักประเทศมากกว่าใคร เก่งกว่าใคร และประชาชนรักรัฐบาลนี้มากที่สุด  ฝ่ายค้านอยากให้พลเอกประยุทธ์ทราบว่า ใบเสร็จจองการบริหารแผ่นดินที่ไร้ประสิทธิภาพ คราบน้ำตาประชาชน ที่ไปรอการแจกทานของรัฐบาล บ้างคนได้ บางคนไม่ได้ นี่คือใบเสร็จที่ดีที่สุดน้ำตาประชาชนที่ไหลออกมาจากความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่รัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว 

    “การุณ”จี้รัฐสอบหักหัวคิวโครงการเงินกู้4แสนล้าน อัด “บิ๊กตู่”คงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้กดหัวประชาชน

    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่รัฐบาลประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะไม่สามารถกลับไปทำมาหากินได้ตามปกติ โดยทุกคนตั้งข้อสังเกตุว่า ถึงวันนี้สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายแต่รัฐบาลไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่อย่างใด ส่วนข้ออ้างของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่ายังไงก็ไม่ยกเลิก...

    “จิรายุ” ประธานกรรมาธิการศาลอัยการฯ แนะญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเหตุการณ์เทอร์มินอล 21 หลังรับเยียวยาจากรัฐบาล ยังมีโอกาสฟ้องเรียกค่าเสียหายทั้งทางแพ่งและทางปกครองได้

    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ อัยการ ฯกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะมอบเงินเยียวยาให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมาจากรัฐบาล นั้น ขอเรียนไปยังญาติผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตว่า เมื่อท่านได้รับค่าเยียวยาแล้ว ตนเห็นว่าในกรณีดังกล่าวนี้ต้องไม่เป็นการตัดสิทธิผู้ที่ได้รับความเสียหายที่จะสามารถ ฟ้องร้องหน่วยงานต้นสังกัด ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องในกรณีการประมาทเลินเล่อ ละหลวม ละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวมิให้เกิดขึ้น หากผู้ที่ได้รับความเสียหายยังคงติดใจที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายต่อบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งในทางคดีแพ่งและคดีปกครอง นายจิรายุกล่าวอีกว่าในกรณีลักษณะคล้ายกันเช่นนี้ ในต่างประเทศนอกจากรัฐบาลจะต้องเยียวยาผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตแล้ว ยังสามารถฟ้องร้องทางแพ่งและทางปกครองกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้อีกด้วย เพราะแต่ละชีวิตที่สูญเสียไป มีภาระหน้าที่ในการรับผิดชอบครอบครัวและหน้าที่การงานที่แตกต่างกันไป เงินเยียวยาเพียงเล็กน้อยไม่สามารถชดเชยความสูญเสียอันใหญ่หลวงนี้ได้ของแต่ละครอบครัวได้เพียงพอ

    ศรีสุวรรณ จ่อร้องเอาผิดจริยธรรม ผช.รมต.ยุติธรรม ปมให้คนไปเรียนภาษาอังกฤษและให้สอบแทน

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายสิระ เจนจาคะสส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กับนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม(ผช.รมต.) เกิดความขัดแย้งกันกรณีออกมาเปิดโปงว่ามี ผช.รมต.ให้คนไปเรียนภาษาอังกฤษและให้สอบแทน ตามหลักสูตร ป.เอกของสถาบันภาษา ม.รามคำแหง เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ โดยมีการเผยแพร่หลักฐานเป็นเอกสารทางราชการจากสถาบันภาษา ม.รามคำแหงด้วยนั้น  การกระทำดังกล่าว เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมเป็นอย่างมากกระทั่งพรรคพลังประชารัฐต้นสังกัดของ ผช.รมต.ดังกล่าวต้องสั่งสอบแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องภายในของพรรคดังกล่าว อีกทั้ง ผช.รมต.คนดังกล่าวไม่ได้เป็น ส.ส. ดังนั้นการสอบสวนเอาผิดจะต้องดำเนินการตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง 2551 เป็นหลัก ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนหลายข้อ อาทิ ข้อ 8 ข้อ 9 แบะข้อ 10  ที่กำหนดไว้ขัดเจนว่า ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรมคุณธรรมและศีลธรรม ทั้งโดยส่วนตัวและโดยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา ของประชาชน ดังนั้น ประมวลจริยธรรมดังกล่าวกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่กํากับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการการเมืองท่ีนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นไปตามระเบียบในกรณีที่พบว่ามีการประพฤติ ปฏิบัติตนที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้นายกรัฐมนตรีดําเนินการ ลงโทษตามความร้ายแรงแห่ง การกระทําโดยทันที ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นร้องต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อลงโทษ ผช.รมต.ดังกล่าว เพื่อสร้างบรรทัดฐานของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มิได้เป็น ส.ส.ต่อไปโดยจะไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 19 เม.ย.64 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

    Must Read

    “สมคิด” แนะรัฐบาลถ้าไม่ผิดอย่าดิ้นไปก่อน ย้ำอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านมีข้อมูลจัดเต็มทุกด้าน

    นายสมคิด เชื้อคง  ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน  หรือ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะมีขึ้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้   พรรคร่วมฝ่ายค้านมีการเตรียมข้อมูล หลักฐานต่างๆไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ข้อมูลที่มีอยู่จะมีทุกเรื่อง ทั้งสังคมเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีหลายข้อมูลที่ได้รับมาพบว่า การทำงานของรัฐมนตรีหลายท่านมีข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากล และหลายเรื่องส่อว่าจะไม่โปร่งใส   ดังนั้นทางพรรคฝ่ายค้านมีการจัดเตรียมข้อมูลในอภิปรายครบทุกประเด็นอย่างแน่นอน และแสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสของรัฐบาลให้ประชาชนได้รับทราบ นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่กระบอกเสียงของรัฐบาลให้ความเห็นว่า ฝ่ายค้านควรอภิปรายเฉพาะรัฐบาลนี้ไม่ควรไปผูกโยงรัฐบาลที่ผ่านมา   ถือเป็นการพูดที่แสดงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน  การอภิปรายไม่ไว้วางใจจำเป็นที่จะต้องพูดถึงเรื่องรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะนายกรัฐมนตรีก็คนเดียวกัน รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจก็คนเดิมๆ ดังนั้นไม่พูดถึงคงไม่ได้  เพราะการกระทำในอดีตส่งผลความเสียหายให้ประเทศมาจนถึงปัจจุบัน ฝ่ายรัฐบาลอย่าร้อนตัวจนต้องแสดงออกมา ประหนึ่งตีปลาหน้าไซและการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คนในฝ่ายรัฐบาลไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว “ส่วนรัฐบาลจะมีการตั้งองครักษ์พิทักษ์พลเอกประยุทธ์  เพื่อทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองพลเอกประยุทธ์ในสภา  คอยป่วนการอภิปรายของฝ่ายค้านก็ว่ากันไป ให้ประชาชนเห็นเอง ทั้งนี้ฝ่ายค้านไม่กังวล ทางที่ดีรัฐบาลควรปล่อยให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน รัฐบาลก็ชี้แจงสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปราย  รัฐบาลไม่ควรดิ้นหรือเดือดร้อนไปก่อน หากไม่ผิดจะเดือดร้อนไปก่อนทำไม ดังนั้นการออกมาดิ้นของฝ่ายรัฐบาลแสดงว่ายอมรับว่าผิดจริงอย่างนั้นหรือ”

    “เพื่อไทย” ชี้ “ประยุทธ์” คิดไม่เป็น ทำ SMEs กำลังจะตายกันหมด ห่วง มองไปทางไหนเจอแต่หนี้ แต่ไม่มีรายได้ แนะ...

    นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยกล่าวในการอภิปรายงบประมาณปี 65 ที่รัฐสภาว่า ตอนนี้ไปที่ไหนก็มีแต่เสียงประชาชนต่อว่าความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาวัคซีนและการจัดการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ในฐานะที่ตนเคยทำงานในภาคธุรกิจ และเป็นรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรม จึงเข้าใจความลำบากของธุรกิจ SMEs ที่ลำบากกันอย่างมากจากเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำมาตลอด และยังต้องมาเจอกับวิกฤตการณ์ไวรัสโควิดที่ทำเศรษฐกิจทรุดหนัก แล้วรัฐบาลแทบไม่ช่วยเหลืออะไรเลย อีกทั้งปัจจุบันโลกกำลังพูดถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตการณ์โควิด แต่ไทยยังอยู่ในวิกฤตอยู่เลย คนเจ็บเกินแสนคน และคนตายเกินพันคนแล้วจากไวรัสโควิด และยังจะพุ่งขึ้นต่อไม่หยุด และไม่รู้จะจบเมื่อไหร่...

    หมออ๋อง ก้าวไกล ย้ำ ก้าวไกลไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน ฯ ยันเร่งเครื่องฟ้องกลับหมอวรงค์ฐานหมิ่นประมาท ซัดแรงหมอวรงค์เอาสถาบันมาอ้าง เพื่อเอื้อตัวเองสู่เส้นทางการเมือง

    ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงจากกรณีที่นายเเพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี ล่ารายชื่อประชาชนคัดค้านแก้ม.112 ซึ่งเป็นญัตติที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ไขต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เเละล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น.

    “ฟิล์ม-รัฐภูมิ” เรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่ถูกสั่งปิดตามมาตรการควบคุมโควิด เพราะถึงแม้จะไม่มีคำสั่งล็อกดาวน์ แต่การสั่งปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ไม่ต่างจากการล็อกดาวน์

    นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในขณะนี้ว่าผู้ที่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคมส่วนหนึ่งก็คือกลุ่มคนในวงการบันเทิง รวมถึงผับ บาร์ คาราโอเกะ นักดนตรีอิสระ เพราะถูกมองว่าทำงานอยู่ในสถานที่ที่เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด แต่ต้องไม่ลืมว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นเพียงคนทำมาหากินเลี้ยงชีพตนเองเหมือนกับคนกลุ่มอื่นๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องเข้มงวดควบคุมให้สถานบริการต่างๆเป็นไปตามกฎระเบียบเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด “ส่วนมากคนในธุรกิจบันเทิงจะไม่ได้อยู่ในระบบสวัสดิการของรัฐไม่ว่าจะเป็นประกันสังคมหรือสิทธิ์อื่นๆ ทั้งที่คนเหล่านี้เป็นผู้ที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจของประเทศและเสียภาษีตามกฎหมาย มาตรการเยียวยาที่ออกมาถึงบ้างไม่ถึงบ้าง ต้องแย่งกับลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ บางครั้งคนไม่มีทางเลือกในชีวิตมากนัก เพื่อที่จะเข้าถึงสวัสดิการของรัฐหรือการศึกษาที่ดีพอ แต่ด้วยระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบปัจจุบันทำให้คนไทยยังติดอยู่ในวังวน โง่...

    “ศรีสุวรรณ” จี้ ป.ป.ช.สอบ “บิ๊กตู่-ครม.” ส่งศาลฎีกาวินิจฉัยปมถวายสัตย์ไม่ครบ ชี้โทษหนักถึงขั้นปลดออกทั้ง ครม.

    วันนี้เวลา 10.00 น.ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องกล่าวหา พลงอ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้ง 35 คน ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย กรณีเปล่งวาจาถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระมหากษัตริย์ด้วยข้อความที่ไม่ครบถ้วนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ม.161 ประกอบ ม. 5 เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง...

    สุรเชษฐ์ ก้าวไกล ซัด ก.คมนาคมไม่รอบคอบ ส่งผลสภาพัฒน์ตีกลับรถไฟรางคู่เฟส2

    วันที่ 8 กันยายน 2563 สุรเชษฐ์  ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล แสดงความคิดกรณีที่มีกระแสข่าวสภาพัฒน์ ตีกลับรื้อทางคู่รถไฟเฟส2ว่า กรณีเช่นนี้เป็นเพราะความไม่พร้อมของกระทรวงคมนาคมในการคิดให้ขาด ไม่มีรายละเอียดในการตอบข้อสงสัยให้ครบ จึงต้องเริ่มกระบวนการเสนอโครงการใหม่ คงไม่ใช่เพราะสภาพัฒน์อยากชะลอโครงการรถไฟทางคู่เพราะไม่เห็นด้วยกับโครงการ โดยตนเชื่อว่าสภาพัฒน์น่าจะเข้าใจประเด็นนี้ว่าการลงทุนรถไฟทางคู่มีความจำเป็นและสภาพัฒน์ก็คงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทาง จากถนนเป็นราง จากรถส่วนตัวเป็นระบบขนส่งสาธารณะ เพราะนั่นคือทางออกที่ดีที่สุดของประเทศซึ่งมีการตกผลึกทางความคิดร่วมกันแล้วระหว่างข้าราชการและนักวิชาการ...

    “วรวัจน์” ชี้อนุฯงบสัมมนาฝ่ายรัฐบาล ลักหลับฝ่ายค้าน อนุมัติงบ100ล.ให้มูลนิธิ เอกชนกลางดึก ส่อไม่ถูกต้อง

    วันที่ 7  ธันวาคม  2562  นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณ ด้านการฝึกอบรม   สัมมนาประชาสัมพันธ์   ค่าจ้างเหมาบริการ  ค่าจ้างที่ปรึกษา  การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี   ค่าเช่า  และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ   ของส่วนราชการ  งบเงินอุดหนุน  งบรายจ่ายอื่นๆ และทุนหมุนเวียนเปิดเผยว่า  ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯพบว่า มีประเด็นอนุมัติ เม็ดเงินงบประมาณตรง ให้ภาคเอกชน ซึ่งมิใช่หน่วยรับงบประมาณ ตามพรบ.วิธีการงบประมาณปี61 จึงขอให้นำเรื่องเข้าปรึกษาในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณชุดใหญ่และขอปิดประชุม เมื่อเวลาเที่ยงคืนเศษ แต่ปรากฎว่าเมื่อเวลาตี1 ของคืนดังกล่าว อนุฯกรรมาธิการซีกรัฐบาล ได้ตามอนุฯกรรมาธิการซีกรัฐบาลจนครบองค์ประชุมและอนุมัติงบประมาณ100ล้านบาทให้มูลนิธิ พระยาสุริยานุวัตร ที่มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ โดยสภาพัฒน์ที่มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นเลขาธิการ และเป็นคนเดียวกับผู้นำเสนอ จึงนำเรื่องดังกล่าวไปทักท้วงวิธีดำเนินการในคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ  ทั้งนี้การจัดตั้งมูลนิธิดังกล่าว มีความพยายามจัดตั้งในปี 2561 แต่ติดปัญหาจึงเพิ่งจะเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนเมษายน2562 จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า การรีบร้อนผ่านงบประมาณ จำนวนดังกล่าว มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และเป็นการถูกต้องหรือไม่

    “ศรีสุวรรณ” ข้องใจ รมว.ศึกษาธิการซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนระวังจะซ้ำรอยเดิม

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ. มีนโยบายจัดการเรียนการสอนออนไลน์ หลัง คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบให้เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในเดือนพฤษภาคม ออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 63 โดยการเรียนการสอนออนไลน์ดังกล่าว ศธ.เตรียมดำเนินการที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน เพื่อใช้สื่อสารสองทางระหว่างนักเรียนและครูผู้สอนนั้น การดำเนินการดังกล่าว มีครูผู้ปกครองมาร้องให้สมาคมฯสื่อไปยังรัฐบาลด้วยว่า กำลังจะเป็นปัญหาซ้ำรอยเดิมที่รัฐบาลก่อนหน้านี้เคยทำมาและล้มเหลวไปแล้วโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผล 6 ประการ คือ  1)ทุกวันนี้ เด็กปัจจุบัน มีมือถือเป็นส่วนใหญ่ แค่ลำพังเราสอนอยู่ตรงหน้ายังไม่ตั้งใจเรียนเลย คิดหรือว่าเด็กอยู่บ้านจะนั่งดูครูไลพ์สอน มานั่งเรียนบทเรียนออนไลน์ ถ้าเด็กไม่ยอมดูจะบังคับยังไง เด็กในเมืองกับชนบทความรับผิดชอบต่างกันมาก เด็กประถม มัธยม ไม่ใช่เด็กมหาลัยที่เค้าจะมีสมาธิมานั่งเรียนแบบนี้ได้ ยังไงต้องมีครูคอยควบคุม ทุกวันนี้เด็กไทยใช้เทคโนโดยไม่มีการควบคุมดูแล ที่ผ่านมาถึงได้พังไม่เป็นท่า เตรียมตัวปวดหัวแน่นอนครูไทย  2)แท็บเล็ตที่ ศธ.จะจัดสรรมา จะมีความโปร่งใสไร้ทุจริตได้อย่างไร ครั้งที่แล้วราคา 15,000 ได้สเป็คราคาไม่ถึง 5,000  รุ่นที่แล้วทุกวันนี้ทุกโรงเรียนได้ใช้ไหม เคยมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหรือไม่ว่าอุปกรณ์ไอทีแต่ละชิ้นที่จัดสรรมา ราคาเป็นยังไง แพงกว่าท้องตลาด 3-4 เท่าหรือไม่  3)สงสารครูไทย เพราะก่อนจะใช้ออนไลน์ เอาจริงๆครูทำเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวต้องเอามาอบรม สอนครูใช้รับตรวจแท็บเล็ต แล้วไปสอนนักเรียนใช้กันวุ่นวาย จะใช้เป็นก่อนโควิด-19 หายหรือไม่  4)เลื่อนเปิดเรียนแล้วก็เลื่อนไป แต่อย่าคิดระบบเรียนออนไลน์ให้วุ่นวาย ถ้าทำจริงจะแจกยังไง ต้องให้มารับที่โรงเรียนหรือไม่ ก็เสี่ยงโควิดอีก จะสอนนักเรียนใช้เบื้องต้นยังไง ในเมื่อยังพบเด็กไม่ได้ จะให้ผู้ปกครองสอนใช้หรืออย่างไร แล้วถ้าแจกมันคุ้มค่าจริงไหม เด็กจะใช้เรียนจริงหรือเปล่า ระบบอินเตอร์เน็ตครอบคลุมแล้วหรือยัง คิดเยอะๆนะท่าน รมว. อย่าสักแต่จะแจก 5)ผู้ปกครองอย่าดีใจว่าจะได้ของฟรี ทุกวันนี้ห้ามลูกหลานติดเกมส์มือถือได้หรือยังเรียกมากวาดบ้าน เรียกมากินข้าว เหนื่อยกันไหมครับ อย่าคิดว่าลูกฉันเก่ง ฉันยังเข้าไม่เป็นเลย แบบนี้ไม่ใช่เก่งเทคโนโลยีนะครับ เพราะเล่นกันแต่เกมส์ ดูแต่ YouTube ไม่ได้ขนขวายหาความรู้ที่มีมากมายเลย จนทำอะไรกันไม่เป็นแล้ว บางคนก็หายจากบ้านไปอยู่บ้านเพื่อน อยู่กับร้านค้าที่มีWiFiฟรี จนไม่สนการบ้าน ไม่ช่วยงานบ้าน ตามหาตัวกันทุกวัน จริงไหมครับ

    ไทยลำดับหล่น!! “อนุสรณ์” ชี้ รัฐบาลจัดงบไม่เอื้อต่อการเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันของ 141 ประเทศ โดยไทยอันดับแย่ลง ตกจากอันดับ 38 ไปอยู่ที่อันดับ 40 ว่ารัฐบาลจะโยนบาป หรือโทษปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลักคงไม่ได้ เพราะประเทศในอาเซียน อย่างเช่น เวียดนามสามารถพัฒนาก้าวกระโดดขึ้นมา 10 อันดับ เป็นสิ่งบ่งชี้ว่า ต้องวัดกันที่ฝีมือ อย่าไปโทษปัจจัยภายนอกอย่างเดียว...

    “เพื่อไทย” ห่วง “ประยุทธ์” สร้างหนี้ล้น ลูกหลานลำบาก ชี้ ไม่เปลี่ยนผู้นำประเทศลงเหว ขนาดบริหารเรื่องวัคซีนยังล้มเหลว แนะ พัฒนากรอบคิดให้เหมือน...

    วันที่ 25 พฤษภาคม นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 7ปีของการเป็นนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาพร้อมกับฉายาดีแต่กู้ ไม่ใช่เวลาจะมาอวดหรือมาโชว์ผลงานรัฐบาล แต่ต้องขอสำนึกจากรัฐบาลที่ยังไม่ออกมารับผิดชอบต่อชีวิตคนไทยทั้งประเทศ ที่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับโรคโควิด-19 โดยไม่ได้วางแผนรับมือปกป้องชีวิตประชาชน ไม่จัดวัคซีนให้ทันต่อสถานการณ์  รัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่วันนี้เรากลับเจอรัฐบาลที่ไม่รับผิดชอบ เสียดายโอกาสประเทศ มีหนี้หัวโตมองไม่เห็นอนาคตลูกหลาน “ขอเวลาอีกไม่นาน เปิดเพลงให้ประชาชนฟังมา 7 ปี ไม่นานถึงขนาดคนจนจะหมดประเทศท่านและคณะก็ยังอยู่  จนเปลี่ยนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาทร เทวกุล มาเป็นนายสมคิด จตุศรีพิทักษ์  ต่อด้วยนายปรีดี ดาวฉายและนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ คนปัจจุบัน แต่ท่านไม่ไว้ใจใคร  กุมบังเหียนคุมเศรษฐกิจเอง คนไทยสำลักความสุขเป็นหนี้กันถ้วนหน้า  พล.อ.ประยุทธ์ใช้งบประมาณประเทศเกือบ 21 ล้านล้านบาท แต่ขับเคลื่อนประเทศได้เพียง 3ลัานล้านบาท มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย หนี้สาธารณะทะยานสูง งบประมาณปี 2564 ใช้ไปไม่คุ้มค่า กู้เงินมา 1ล้านล้านที่ให้เหตุผลว่า กู้มาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนในช่วงวิกฤติโควิด-19 แต่กลับไม่ครอบคลุม  ไม่มีการวางแผนรับสถานการณ์ ใช้วิธีแจกเงินแบบไร้ทิศทาง ไม่ทันความเดือดร้อนของประชาชน ต้องถูกด่าก่อนจึงจะแจกและนี่ยังจะมาลักหลับด้วยการออกพรก.เงินกู้  7 แสนล้านโดยไม่ผ่านกลไกสภาฯ  ทำเหมือนสมัยยึดอำนาจที่ไม่ต้องรอการตรวจสอบ ถึงขั้นที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องไปยื่นศาลปกครองให้เพิกถอนการออกพรก.กู้เงิน เพราะเชื่อว่าเป็นกลไกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ นี่หรือคือผลงานที่คนในรัฐบาลออกมาชื่นชมว่าผลงานรัฐบาลตลอด 7 ปีดีเยี่ยม ยอดเยี่ยมตรงไหนมีแต่ยอดแย่ ถ้าได้รางวัลคงได้เพียงรางวัลบู้บี้เท่านั้น “ สมัยนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำการปราบปรามยาเสพติด มาเป็นวาระแห่งชาติ ทำทุกนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ทำได้จริง ขึ้นเงินเดือนผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท, ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท, พักหนี้เกษตรกรรายย่อย, เงินเพิ่มกองทุนหมู่บ้าน, ตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดละ 100 ล้านบาท, ขยายกองทุนพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน หรือเอสเอ็มแอล ทำได้หมด  พอตัดภาพมาที่ยุคพล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ยุคคสช.มาทำอะไรได้บ้าง สิ่งที่ทำได้คือ ยึดอำนาจและดำเนินคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ ยึดทรัพย์ จนศาลปกครองกลางสั่งยกเลิกคำสั่งให้ 'ยิ่งลักษณ์' ชดใช้ 35,000 ล้านบาท-เลิกอายัดทรัพย์ คดีจำนำข้าว ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากรัฐบาล ณ ปัจจุบัน “วันนี้สิ่งที่คนไทยต้องเสียคือเสียโอกาส จากเดินนำต้องมาเดินหลังสุดเพราะปฏิวัติ ไม่มีใครคบค้าสมาคม มีปัญหาค้าขายไม่ได้ ผู้นำกู้เก่งแต่หาเงินไม่เก่ง  หนี้ท่วม ถึงขั้นที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ออกแรงเตือนว่าการกู้เงินเพิ่มอีกถึง 7 แสนล้านบาทจะยิ่งทำให้หนี้สาธารณะพุ่งทะลุเกิน 9 ล้านล้านบาท และหนี้จะทะลุเกิน 60% ของจีดีพี เพราะการเก็บรายได้ในปีนี้จะขาดมากกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้สถานะทางการคลังของไทยย่ำแย่ลงไปอีก นั่นหมายถึงประเทศและลูกหลานรุ่นต่อไปต้องแบกหนี้หัวโต ขณะที่ตอนนั้นพวกท่านคงล้มหายตายจากไปหมดแล้ว  “เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่กู้มาเพียงพอสำหรับการดูแลประชาชนและจัดหาวัคซีนที่ดีให้กับประชาชน แต่วันนี้ประชาชนกลับต้องเผชิญกับสายพันธุ์ของโควิดทุกสายพันธุ์แต่กลับเจอวัคซีนที่ประชาชนไม่มั่นใจ แถมยังมาเจอนายกรัฐมนตรีฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 ในวันที่ประชาชนรอฉีดแอสตร้าเซนเนก้า แต่ไม่มีสำหรับประชาชน วันนี้ประชาชนอยากมีวัคซีนทางเลือก เพราะทุกคนอยากมีทางรอด ไม่ใช่รอดเพียงเพราะการการันตีจากรัฐบาล “มีอยู่เรื่องเดียวที่รัฐบาลนี้ประสบความสำเร็จ อยากสงบให้จบที่ลุงตู่  สงบจริงๆ หันไปทางไหนเงียบสงบราวป่าช้าไม่มีใครทำได้ ยุคลุงตู่ทำได้จริง ขนาดพัทยาเมืองที่ไม่เคยหลับใหล จะต้องสงบนิ่ง กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรหันไปทางไหนเงียบสนิท ร้านค้าในตำนานทยอยปิดตัว หนี้สินล้นพ้นตัว คนถึงร้องเรียกหาผู้นำประเทศอย่างพี่โทนี่ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ออกมาแนะและห่วงใยประชาชนชี้ทางรอดให้ประเทศ ถ้าลองนำวิธีคิดมาปฏิบัติจะฟื้นเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างแน่นอน  เสียดายโอกาสประเทศไทย  วันนี้ยังไม่สาย พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกเถอะค่ะ อย่าทิ้งมรดกบาปไว้ให้ลูกหลานต่อไปอีกเลย “นางสาวตรีชฎา กล่าวทิ้งท้าย

    อนุสรณ์ ชี้ ทางเลือกประยุทธ์ เหลือน้อย

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทางเลือกเหลือน้อยลงทุกขณะ หลังจากนายปรีดี ดาวฉายอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลาออก โดยทำสถิติรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดของประเทศ การปรับครม.ครั้งที่ผ่านมา อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนรูดม่านปิดฉากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  2 ทางเลือกสุดท้าย คือ ลาออกหรือ ยุบสภา เชื่อว่า ทีมที่ปรึกษาคงกำลังหาแนวทางกันอยู่ ถ้าผ่านพ้นเดือนกันยายนนี้ไปได้ ถือว่า ปาฏิหาริย์สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ สารพัดม็อบทั้งจากกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ผุดขึ้นทุกหย่อมหญ้า สโลแกนที่เคยหาเสียงว่า เลือกความสงบจบที่ลุงตู่ วันนี้ ไม่มีอยู่จริง แต่คนที่ต้องจบ อาจเป็นตัวพล.อ.ประยุทธ์เอง จะเกิดภาวะสุญญากาศทางการบริหารในหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ ในแต่ละหน่วยงานจะอารยะขัดขืน หยุดรอดูการเปลี่ยนแปลงเพราะดูจากปฏิกิริยาของคนในสังคมพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะรอดยาก หากยังพอมีความจริงใจจะถอดสลักความขัดแย้งจากสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ก็ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะปัญหาการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน จากกติกาการเลือกตั้ง ที่สร้างปัญหา ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกอย่างหนักในประเทศปัญหาในเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ 2 เรื่อง คือ 1.ต้องใช้ระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ตรงตามเจตนารมณ์ในการเลือกตั้งส.ส. ของประชาชน 2.ต้องยกเลิกบทเฉพาะกาล ตัดสิทธิ์ ส.ว. ไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประยุทธ์ จะหลบหลังโควิดตลอดไปไม่ได้ เพราะการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ ที่มาที่ไม่ชอบธรรม กติกาที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน จนทำให้เกิดสภาพรัฐบาลปะผุ เตี้ยอุ้มค่อม น่ากลัวไม่แพ้โควิด” นายอนุสรณ์กล่าว   

    ณัฐวุฒิ“ก้าวไกล” ฟัน“คดีธรรมนัส” ดูจากพยานหลักฐานและข้อ กม.แล้ว เชื่อศาล รธน. วินิจฉัยเป็นอื่นไม่ได้ ธรรมนัสไม่รอด ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง

    นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลให้สัมภาษณ์ถึงต่อกรณีศาล รธน.ได้นัดอ่านคำวินิจฉัยคดี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าเคยต้องคำพิพากษาของศาลในประเทศออสเตรเลียให้จำคุกและถือว่าต้องพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.และ รมต. ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 5 พ.ค. นี้ ว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยแม้ ร.อ.ธรรมนัส จะได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจ แต่เมื่อพวกตนพิจารณาพยานหลักฐานต่าง ๆ...