วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 7, 2022
  • Home
  • News
  • ARTICLE
  • VIDEO
  • REVIEW
  • PROJECTS
  • Contact
More

    “กมธ.แรงงาน” รับเรื่องร้อนเพียบ! ปิดกิจการ – เลิกจ้างพนักงาน เล็งศึกษาตั้ง “สภาแรงงานแห่งชาติ” แก้ปัญหาลูกจ้างทั้งในและนอกระบบ

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่รัฐสภา (เกียกกาย) นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการการแรงงาน พร้อมด้วย ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ใน กมธ. การแรงงาน อาทิ นายทวีศักดิ์ ทักษิณ โฆษกคณะกรรมาธิการ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ เลขานุการคณะกรรมาธิการ...

    “ธนาธร” ติด 1ใน100 ดาวรุ่งแห่งปีของนิตยสาร “TIME”

    “ธนาธร” ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในร้อยดาวรุ่งแห่งปีของนิตยสาร “TIME” โดย TIME เขียนอธิบายว่า “…ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทราบดีว่าการคว้าอำนาจคืนมาจากคณะรัฐประหารที่ครองอำนาจในประเทศไทยอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว พรรคอนาคตใหม่ที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นมาก็ได้รับคะแนนเสียงมากถึง 17% ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในปีนี้ ไม่แย่เลยสำหรับพรรคการเมืองที่เพิ่งจะมีอายุครบ 1 ปีไปหมาดๆ อย่างไรก็ตาม ธนาธร จึงรุ่งเรือง...

    ‘ชาวเตาปูน’ โวย ‘รัฐบาล’ เกียร์ว่าง ปล่อยข้าวของแพง ค่าแรงถูก คนขาดรายได้ ทำค้าขายลำบาก ฝาก ‘เพื่อไทย’ ผลักดัน...

    พรรคเพื่อไทย นำโดย นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ส.ก. นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นางสาวธนพร กนกกุล ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางซื่อ เบอร์ 5 ร่วมกันลงพื้นที่ตลาดเตาปูน เขตบางซื่อ...

    ยุทธการโรยเกลือ คัมเเบค ! ก้าวไกล’ จ่อยื่น กมธ.ป.ป.ช. ฟันรัฐบาล พ่วงฟ้องเเพ่งคลาสแอคชั่น ‘ประยุทธ์- จุรินทร์- เฉลิมชัย’...

    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังจากได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในประเด็นการปกปิดข้อมูลของภาครัฐเกี่ยวกับการเเพร่ระบาดของโรคอหิวาแอฟริกาในสุกร (ASF) จนส่งผลกระทบอย่างมหาศาล . ปดิพัทธ์ กล่าวว่า จากที่ตนอภิปรายเมื่อวาน (17 ก.พ....

    ก้อนสุดท้าย! ไทยสร้างไทย ห่วงใยการใช้เงินกู้ 7 แสนล้าน

    บันทึกแสดงความห่วงใย (Letter of Concern) ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้อำนาจกระทรวงการคลังออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวนไม่เกิน 700,000 ล้านบาท เพื่อใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 พรรคไทยสร้างไทยตระหนักดีว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 รวมถึงผลกระทบต่างๆ...

    “ผู้กองมาร์ค” จี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ถึงเวลาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อนประเทศไทยจะลำบากไปกว่านี้

    ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ออกมาประกาศ คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ว่าจะติดลบร้อยละ 5.5 และ บมจ.หลักทรัพย์ภัทร ได้ออกประกาศว่า GDP ไทยปีนี้จะติดลบถึงร้อยละ 9 ซึ่งเป็นตัวเลขติดลบที่สูงสุดที่สุดในรอบ 20 ปี นอกจากภาวะเงินฝืดแล้ว ประชาชนก็ยังไม่มีเงินจะจับจายใช้สอย ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่...

    Must Read

    “ลดาวัลลิ์” ข้องใจ สรรหา 7 กรรมการสิทธิฯใช้เวลาเป็นปียังไม่เสร็จ

    นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การสรรหาให้ได้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)7คน เปิดรับสมัครมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 1ปีกว่า ก็ยังไม่ได้กสม.มาปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้กสม.ชุดปัจจุบัน ซึ่งเหลืออยู่เพียง3คน ยังอยู่ในตำแหน่ง แต่ไม่สามารถประชุมหรือดำเนินการใดๆได้ เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน เนื่องจากไม่มีองค์กรอิสระด้านนี้มาดูแลรับผิดชอบ นอกจากนี้ภาพลักษณ์กสม.ไทยในสายตาต่างประเทศก็พลอยเสียหายตามไปด้วย ขณะนี้มีการเปิดรับสมัครหาผู้เหมาะสมเป็นกสม.อีก1คน เพื่อให้กรรมการสรรหาคัดเลือก คาดว่ากว่าจะเสร็จในขั้นตอนนี้ก็คงราวๆกลางเดือนตุลาคม จากนั้นวุฒิสภาจะตั้งคณะกรรมาธิการมาตรวจสอบประวัติผู้ที่ผ่านการสรรหา รวม 5 คน และนำเข้าสู่การตรวจสอบและลงมติให้ความเห็นชอบของวุฒิสภา  หากผ่านไปได้ ประธานวุฒิสภาจะนำรายชื่อทั้ง5คนและอีก2คนที่ผ่านความเห็นชอบจากสนช.เมื่อปลายปี2561รวมเป็น 7คนขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นกสม.ชุดใหม่ คาดว่าคงจะเสร็จอย่างเร็วก็ปลายปี2562 อย่างช้าก็ต้นปี2563

    “อนุสรณ์” ชี้ หักหัวคิวหน้ากากอนามัย รัฐบาลต้องมีคำตอบ

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี มีกระแสข่าวการออกมาเปิดเผยข้อมูลจากโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแห่งหนึ่ง อ้างว่าได้รับการติดต่อจากนักการเมืองคนหนึ่ง ให้ผลิตหน้ากากอนามัยส่งให้กับหน่วยงานรัฐ แต่คิดค่าหัวคิวชิ้นละ 1 บาท ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นจนอาจกลายเป็นวิกฤติศรัทธาซ้ำเติมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม การหักหัวคิวของนักการเมืองคนนี้ หากมีจริงอาจเป็นสาเหตุให้ราคาหน้ากากอนามัยที่ภาครัฐนำไปขายให้กับประชาชนปรับราคาขึ้นเท่าตัว จากเดิมที่ขายอันละ 1.30 บาท ปรับราคาเป็น 2.50 บาท โดยให้เหตุผลว่าค่าวัสดุที่นำมาทำหน้ากากมีราคาแพงขึ้น แต่แท้ที่จริง คือโรงงานต้องปรับราคาขายส่งขึ้นให้กับหน่วยงานรัฐ เพราะต้องแบ่งเงินค่าหัวคิวหน้ากากอนามัยอันละ 1 บาทส่งให้กับนักการเมืองคนนี้ หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ไม่ได้แน่ ประชาชนจะไม่ทน จะออกมาร่วมขับไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งประเทศ ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขในประเทศ ขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างหนัก ทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แต่มีขบวนการหากินบนความอยู่รอดของประเทศชาติและประชาชน ถ้าทำจริงต้องถามว่า จิตใจทำด้วยอะไร มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่หรือไม่ ลำพังมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ที่จะแจกเงินแสนล้าน สู้กับไวรัสโควิด-19 กับมาตรการเชิงรับ คือการขอรับเงินบริจาคจากประชาชน ก็สับสนย้อนแย้ง นำมาซึ่งวิกฤติศรัทธาอย่างหนัก ถ้ามีขบวนการหักค่าหัวคิวหน้ากากอนามัยอีก รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ไม่ได้แน่นอน “อิเหนาเมามัด มาสารพัดเรื่อง แต่เรื่องหักค่าหัวคิวหน้ากากอนามัย หากมีจริง อยู่ไม่ได้แน่นอน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีคำตอบให้กับประชาชน” นายอนุสรณ์ กล่าว  

    “ส.ส.ชาติพันธุ์ อนาคตใหม่” ร่วมถกเวที “กมธ.ชาติพันธุ์” – ชี้ปัญหากฎหมายที่ดิน 3 ฉบับกดทับวิถีชีวิต- อัตลักษณ์ “ณัฐวุฒิ”...

    เมื่อวันที่ 20 มกราคม ณ ห้องประชุมนรสิงห์ วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฏร จัดเวทีเสวนาศึกษาปัญหาของกลุ่มคนชาติพันธุ์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการส่งเสริม และอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย โดยมี นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่...

    “หมวดเจี๊ยบ” แนะแก้วิกฤติศรัทธากระบวนการยุติธรรมด้วยการพิสูจน์ ไม่ใช่ปล่อยกองทัพไซเบอร์ดิสเครดิตผู้พิพากษา “คณากร”

    ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บทเรียนที่เกิดขึ้นจากกรณี ท่านผู้พิพากษา คณากรเพียรชนะ ยิงตัวเองบนบัลลังก์ศาลที่จังหวัดยะลา เพราะอึดอัดที่ถูกแทรกแซงการพิจารณาคดีนั้น ควรนำไปสู่การแสวงหาทางออกร่วมกันของทุกภาคส่วน ไม่ควรจะผลักภาระไปที่องค์กรตุลาการฝ่ายเดียว เพราะการแทรกแซงคดีอาจเกิดจากการที่รัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายอื่น ๆ เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมด้วยเช่นกัน ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันกอบกู้ศรัทธาของประชาชนคืนมา ด้วยการพิสูจน์ให้สังคมไทยและสังคมโลกเห็นว่าหน่วยกระบวนการยุติธรรมของไทย มีความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง ไม่มีการตั้งธงล่วงหน้า และไม่มีใบสั่งใด ๆ โดยต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำของ ศาล อัยการ และตำรวจ ว่าใช้ดุลยพินิจเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ อย่างเป็นอิสระจริง ๆ ในขณะที่รัฐบาลและกองทัพ ก็ต้องเลิกแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่ควรแก้ปัญหา โดยการปล่อยให้กองทัพไซเบอร์ออกมาปล่อยข่าวดิสเครดิตทำลายความน่าเชื่อถือ ของท่านผู้พิพากษา คณากรโดยกล่าวหาว่าท่านจัดฉากยิงตัวเองเข้าที่จุดไม่สำคัญเพราะหวังแค่บาดเจ็บไม่ต้องการให้ถึงตาย ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายการทำสงครามข่าวสาร หรือ I.O แบบที่กองทัพต่าง ๆ นิยมใช้ในยุคสงครามเย็น แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับกรณีนี้ ทั้งยังสะท้อนระดับความต่ำสูงของจิตใจคนที่พูดแบบนี้ด้วย หรือว่าเห็นว่าท่านยังไม่ตาย จึงต้องออกโรงช่วยกันรุมถล่มให้ท่านตายทั้งเป็น ซึ่งก็น่าแปลกที่กลุ่มคนที่ออกมาโจมตีท่านผู้พิพากษา ส่วนใหญ่จะเป็นพวกกระบอกเสียงรัฐบาลและกองเชียร์ลุงตู่ ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มีความเชื่อสะสมมานานแล้วว่ากระบวนการยติธรรมถูกแทรกแซงได้ ไม่ใช่เพิ่งจะมารู้สึกติดลบเพราะเห็นท่านผู้พิพากษายิงตัวเอง แต่ชาวบ้านเห็นการปฏิบัติ 2 มาตรฐานมาตลอด ตั้งแต่มีการยึดอำนาจ โดยเฉพาะภายหลังการรัฐประหาร ปี 2557 จากปัจจัยแวดล้อม 3 อย่าง คือ 1. ผู้มีอำนาจทำอะไรก็ไม่ผิด เช่น ยืมนาฬิกาเพื่อนก็ไม่ผิด หรือการจงใจกล่าวคำถวายสัตย์ฯไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญก็ไม่ผิด หรือ จะแก้ตัวว่าตำแหน่งหัวหน้า ค.ส.ช ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐก็ทำได้ เป็นต้น ปัจจัยแวดล้อมที่ 2. คือ คนที่ย้ายค่ายไปซบเผด็จการ ทำอะไรก็ไม่ผิด เหมือนได้รับโปรย้ายค่าย รับรองหลุดคดี แถมมีตำแหน่งให้ เช่น คดีของ น.ป.ช. ซึ่งทุกคนถูกส่งฟ้องหมด ยกเว้น น.ป.ช บางคนที่ย้ายฝั่งไปอยู่ พ.ป.ช.ร  กลับเป็นคนเดียวที่ไม่ถูกฟ้อง เพราะส่งฟ้องไม่ทันทำให้คดีขาดอายุความ แถมเมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้มารับตำแหน่งขึ้นตรงกับนายกฯ ในฐานะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จนถูกแซวว่ากลายเป็นสายตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปแล้ว แล้วจะให้ชาวบ้านคิดอย่างไรกับการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานเช่นนี้ ส่วนปัจจัยแวดล้อมที่ 3 คือ การที่รัฐบาลยังไม่หยุดสั่งให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงการเมือง เห็นได้จากการที่ กอ.รมน. ภาค 4 แจ้งความดำเนินคดี 12 แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านและนักวิชาการ ซึ่งไปเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง ๆ ที่ การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการใช้เสรีภาพในกรอบของรัฐธรรมนูญ และไม่เข้าข่ายความผิด เพราะไม่มีบทบัญญัตืใดของประมวลกฎหมายอาญาที่กำหนดให้การแสดงความคิดเห็นเป็นความผิด ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่สมควรกลายเป็นคดี เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นไม่ใช่การกระทำ ดังนั้น หากทุกฝ่ายค้องการกอบกู้ศรัทธาของ สังคมต่อกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือ อัยการ ก็ต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าท่านใช้ดุลพินิจของตัวเองอย่างเป็นอิสระ ไม่ได้ฟังใบสั่งของใครเพราะกลัวถูกสั่งย้าย แต่พิจารณาคดีไปตามพยานหลักฐาน ดังนั้น หากผู้ถูกกล่าวหา จาก 7 พรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการ ไม่ได้มีความผิด ก็ต้องกล้าที่จะสั่งไม่ฟ้องแม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นคนคิดต่างจากรัฐบาลก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลก็ต้องเลิกแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและอย่าใช้กองทัพเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อปิดปากคนคิดต่าง เพราะหากไม่มีการแก้ปัญหาวิกฤติศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมในครั้งนี้ ก็จะส่งผลเสียต่อประเทศ เพราะไม่ใช่แค่สังคมไทยเท่านั้นที่จับตามองเรื่องนี้ แต่สื่อใหญ่ระดับโลก เช่น BBC The New York Times หรือ AP เป็นต้น ก็ให้ความสนใจข่าวผู้พิพากษาไทยยิงตัวเองเพราะอึดอัดที่ถูกแทรกแซงการพิจารณาคดี ซึ่งถ้าไม่มีการแก้ปัญหา ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างประเทศได้.

    เพื่อไทย เตือนรัฐ รีดภาษีคริปโต ทำลายบรรยากาศลงทุน หวั่น ตลาดไม่พัฒนา ย้ำ เห็นใจรัฐบาล รายได้ไม่เข้าเป้า เอาแต่กู้ ...

    นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ กรมสรรพากรประกาศจะเก็บภาษีคริปโต ฯว่า การกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีคริปโตฯ ด้วยการหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ของกำไร และบุคคลที่มีเงินได้จากการซื้อ-ขายคริปโตนั้นจะต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย รัฐบาล กำลังทำให้เกิดความสับสนและแตกตื่นในตลาดการลงทุน โดยเฉพาะประเด็นการคิดคำณวนในการจัดเก็บภาษี เพราะบุคคลธรรมดารายใดก็ตามที่ได้รับผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัล ในรูปแบบใดก็ตามจะต้องจ่ายภาษีทั้งหมด อย่างไรก็ตาม...

    ศรีสุวรรณ สงสัยสภาพัฒน์ฯ-มท.บีบ อปท.ให้เร่งเสนอโครงการฯใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านทั้งที่ไม่พร้อมไปทำไม

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) 3 ฉบับ กู้เงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัส หรือโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.ที่ผานมานั้น แต่ปรากฏว่าการออกกฎหมายเร่งด่วนเพื่อขอกู้เงินมาใช้จ่ายดังกล่าว ไม่มีแผนงานและรายละเอียดของการใช้จ่ายเงินและการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปโดยสุจริตแต่อย่างใด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมของรัฐบาลต่อการดำเนินการดังกล่าว แต่ต้องการใช้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 มาเป็นข้ออ้างในการกู้เงินมาใช้จ่ายในฟากฝั่งของรัฐบาล โดยมีทีท่าว่าจะไม่ยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นข้อพิรุธและหลักฐานที่ชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้โปร่งใสมีธรรมาภิบาลตามที่โฆษณากล่าวอ้างมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ล่าสุดสภาพัฒน์ได้จัดประชุมผ่านวิดีทัศน์(Video Conference) ให้แก่หน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เมื่อ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้แต่ละจังหวัดสั่งให้ อปท.ต่างๆเร่งจัดทำโครงการ/กิจกรรมเพื่อขอรับงบประมาณจากเงินกู้ภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยเร็ว โดยต้องแนบเอกสารประกอบ อาทิ แบบฟอร์มแผนงาน แบบฟอร์มข้อเสนอ ประมาณการงบประมาณหรือ ปร.4/ปร.5 แบบแปลน ผังบริเวณสถานที่ดำเนินงานสำเนาแผนจังหวัด สำเนาแผนพัฒนาท้องถิ่น ภาพถ่ายสถานที่ดำเนินงานโครงการ และเอกสารสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ ฯลฯ โดยเอกสารทั้งหมดต้องจัดทำ 2 ชุด และสแกนเป็นไฟล์ PDF 1 โครงการต่อ 1 ไฟล์ เพื่อส่งให้จังหวัดภายใน 29 พ.ค.นี้ เพื่อรวมรวมส่งให้สภาพัฒน์ภายในวันที่ 5 มิ.ย. และส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นภายในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ การสั่งการดังกล่าว มีความเร่งรีบจนทำให้ท้องถิ่นหลายแห่งมีความอึดอันเป็นอย่างมาก เพราะโครงการต่างๆ ใช่ว่าจะเขียนเสร็จภายในชั่วข้ามคืนได้ เพราะต้องมีรายละเอียดค่อนข้างมาก และยังต้องบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่นด้วย ถ้าไม่มีก็ต้องเขียนเพิ่มเติมเข้าไปใหม่ และต้องให้สภาของท้องถิ่นอนุมัติเสียก่อน และถ้าสภาท้องถิ่นเห็นชอบแล้วต้องปิดประกาศให้ประชาชนทราบไม่น้อยกว่า 30 วันด้วย ตามพรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล2537 ซึ่งถ้าทำผิดกฎหมายถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)มาตรวจสอบเอาผิด ถามว่าเลขาสภาพัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รมว.มหาดไทย และนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบแทน อปท.ได้หรือไม่ ที่สำคัญยังไม่มีการวางระบบตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าวแบบมีส่วนร่วมเลย แล้วประชาชนจะเชื่อใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีไอ้โม่งเข้ามาทำการหักหัวคิวเหมือน State Quarantine นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

    “จิรายุ” เตือนบิ๊กตู่ระวังไอ้โม่งชงตั้งกก.5Gให้เซนต์ ชี้ เข้าข่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ

    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระองค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชนและกองทุน เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนในการพิจารณาในการจัดสรรและประมูล คลื่นความถี่ ของชาติเพื่อดำเนินการอนุญาติให้เอกชนดำเนินการ 5G และล่าช้ามากโดยอาจมีการดึงเรื่องรอเพื่อล๊อกสเปคหรือไม่ ทั้งนี้ กรรมาธิการบางท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด องค์กรอิสระ อย่างคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม (กสทช.)จึงไม่เร่งดำเนินการ ในการบริหารทรัพยากรของชาติที่เป็นประโยชน์สาธารณะทั้งๆที่มีความเป็นอิสระ สามารถ ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศได้แต่กลับปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปแบบสูญเปล่า นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมาธิการฯจะเรียก เลขาธิการ ของ กสทช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา ชี้แจงเพราะล่าสุด มีผู้ให้ข้อมูลมาว่า มีความพยายามที่จะแทรกแซงการทำงานของ กสทช.จาก บุคคลบางคนในรัฐบาล ที่อาจมีเอี่ยวกับผลประโยชน์กับบริษัทเอกชนบางบริษัท ที่จะเข้าประมูล หรืออาจมีการล๊อกสเปกให้กับพวกพ้อง “แหล่งข่าวบอกว่ามีรัฐมนตรีบางคน จะเสนอร่างจดหมายให้มีการตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อน5Gแห่งชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยคนในรัฐบาลทั้งสิ้น โดยพยายามไปอาศัย มาตรา11 (6) ของพรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีรัฐมนตรีถึง13คน ส่วนราชการเกือบ10 แห่งที่เหลือก็เป็นเอกชน ไปเป็นกรรมการ ที่สำคัญคนจะลงนามได้คือนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ทั้งๆที่เป็นเรื่องขององค์กรอิสระ อย่าง กสทช.ต้องดำเนินการเอง” ทั้งนี้ตนขอฝากไปยัง พวกเกิดปี”ชง”ชอบ”ชง”เรื่องอันตรายให้กับ นายกตู่เซนต์ ต้องระวังเพราะตอนนี้ไม่ใช่รัฐบาลคสช.จะใช้ ม.44แบบเดิมไม่ได้ ที่สำคัญกสทช .เป็นองค์กรอิสระ หากตั้งกรรมการชุดนี้เข้าไปล้วงลูกจะกลายเป็นการแทรกแซง องค์กรอิสระ หรือไม่  ทั้งนี้รับเรื่องจากผู้ร้องแล้ว และจะเรียก ผู้บริหาร กสทช.สำนักงานกฤษฎีฎา สภาพัฒน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และ ฝ่ายค้านจะติดตามเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญเพื่อเตรียมพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป นายจิรายุกล่าว

    ผอ.ศูนย์ดิจิทัลฯ ไทยสร้างไทย ชี้ ต้องปรับปรุงระบบแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารภัยพิบัติ แนะใช้รูปแบบ Dashboard และ Notification Center ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และสะดวก

    นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัล เพื่อสร้างพลังประชาชน พรรคไทยสร้างไทย เสนอกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพัฒนารูปแบบการอัพเดทข้อมูลข่าวสารแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน ที่ควรอยู่ในรูปแบบของแผงควบคุม (Dashboard) และศูนย์แจ้งเตือน (Notification Center) ที่ประชาชน และหน่วยงานความช่วยเหลืออื่นๆ สามารถใช้งานในรูปแบบแผนที่ (Map) เพื่อตรวจสอบข้อมูลระดับความสูงปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่ได้อย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงการไหลของมวลน้ำมายังจุดที่ตนเองพักอาศัยอยู่หรือไม่

    อมรัตน์ ก้าวไกล เผยเตรียมใช้กมธ.พัฒนาการเมืองฯเรียกกสทช.กรณีห้ามสื่อมวลชนนำเสนอข่าวปฏิรูปสถาบัน

    อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยว่า ตนจะขอเชิญ กสทช. เข้ามาชี้แจงกับ กมธ.พัฒนาการเมืองในสัปดาห์หน้า หลังจากที่ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอความร่วมมือสื่อมวลชนหลักเลี่ยงการนำเสนอเนื้อหา10ข้อเรียกร้องของกลุ่มชุมนุมที่มีต่อสถาบันหรือการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตีความว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เป็นการกระทำผิดกฎหมายและการเผยแพร่ข่าวนั้นาจเป็นการกระทำซ้ำ รวมไปถึงเลี่ยงการนำเสนอการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112

    ไทยสร้างไทยดันร่าง พรบ. อากาศสะอาด ชี้รัฐบาลควรคุ้มครองสิทธิในการหายใจของประชาชน

    วันที่ 21 มิถุนายน 2565 พรรคไทยสร้างไทย นำโดยนางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย นายวรวุฒิ โตวิรัตน์ อดีตผู้สมัคร สก. เขตสาทร นายเอกพล พงษ์พิกุล และนายภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ ว่าที่ผู้สมัคร สส. จ. เชียงใหม่ เข้าร่วมผลักดันร่าง...

    เปิดประเทศเท่ากับเปิดเศรษฐกิจ ‘วิโรจน์’ ย้ำ ต้องทำให้ได้ แนะออกดัชนีและมาตรการชี้วัด ‘ความปลอดภัย’ ให้ชัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

    19 ก.ย. 64 อาคารอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศภายใน 120 วัน ว่า การเปิดประเทศ ความหมายคือการเปิดให้ระบบเศรษฐกิจทำงาน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่เหนี่ยวนำให้เกิดกิจกรรมเศรษฐกิจอื่นอีกมาก ให้ดำเนินไปได้ใกล้เคียงภาวะปกติและควบคุมการแพร่ระบาดได้ ตามกำหนดการคือ ภายในวันที่...

    “พิชัย” ชี้ “บิ๊กตู่” ไม่มีผลงานอะไรในฐานะประธานอาเซียน เย้ย ปัญหาของไทยมากขนาดตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แนะ 3 เรื่องหลัก กองกำลังทหารร่วมอาเซียน พัฒนาเศรษฐกิจใหม่ร่วมกันพร้อมออกอาเซียนคอยน์...

    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ได้มีการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พึ่งจะเสร็จสิ้นไป จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม ในฐานะประธานอาเซียนที่ประเทศไทยไม่ได้มีโอกาสบ่อยนัก ได้สร้างผลงานให้กับอาเซียนบ้าง เพราะยังไม่มีผลงานอะไรที่คนจดจำได้เลย อย่าทำเหมือนที่เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยมากว่า 5 ปี แต่ไม่มีผลงานอะไรเลย ทำทุกอย่างเพื่อต้องการรักษาตำแหน่งเหมือนที่สื่อหลักต่างประเทศพากันวิจารณ์