อนุสรณ์ ขอ เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช้ความรุนแรง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นักเรียนเลว ได้นัดหมายชุมนุม วันเสาร์ที่ 21 พ.ย. ที่แยกราชประสงค์ เวลาบ่ายโมง ถึง 3 ทุ่ม ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ต้องไม่สนองตอบต่อการส่งสัญญาณใช้ความรุนแรงของรัฐบาล การชุมนุมของกลุ่มนักเรียนที่มีเวลาเริ่มและยุติการชุมนุมชัดเจน หลายครั้งที่ผ่านมาก็ไม่เกิดปัญหา การบังคับใช้กฎหมายเกินจากกรอบของกฎหมาย ไม่เพียงแต่ในประเทศกังวลใจ แม้แต่ต่างประเทศก็กดดันให้เปิดเผยขี้นตอนการดำเนินการสลายการชุมนุม ขนาด ‘โจชัว หว่อง’ ยังส่งอีเมลล์ถึงบริษัทขายแก๊สน้ำตา จี้เลิกขายให้ไทย-เปิดเผยข้อมูลอาวุธ ประเทศไทยไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในแผนที่โลก การดำเนินการใดๆที่จะทำลายภาพลักษณ์ของประเทศรัฐบาลต้องระมัดระวังให้มาก รัฐบาล ต้องปรับทัศนคติตัวเอง นี่คือลูกหลาน อนาคตของชาติ การบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ไม่มีใครได้ประโยชน์ รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่อนาคตของชาติ ต้องเติบโตมาดูแลบ้านเมือง นายอนุสรณ์ กล่าว 

“ปิยบุตร” ชี้หลักคิด “คณะก้าวหน้า” ว่าด้วยการกระจายอำนาจ – ยืนยันมุ่งมั่นเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นสู่การกระจายอำนาจสมบูรณ์

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จัดรายการสด “ก้าวหน้าทอล์ค” ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ คืนงบ คืนอำนาจให้ท้องถิ่น” ร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยถึงแนวคิดการกระจายอำนาจ ตลอดจนความเป็นมา และอุปสรรคของการกระจายอำนาจในประวัติศาสตร์ไทย และสิ่งที่เป็นแนวคิดของคณะก้าวหน้าในการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นแนวคิดธงนำในการลงสมัครับเลือกตั้งท้องถิ่น ที่จะเกิดขึ้นในวันที่...

โฆษกเพื่อไทย อัดแถลงการณ์ประยุทธ์ ผลักคนเห็นต่างเป็นศัตรูด้วยการขู่ประชาชน สร้างเงื่อนไขเพิ่มความขัดแย้ง

นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์เตรียมยกระดับการใช้กฎหมายเข้มข้นกับผู้ชุมนุมว่า เป็นการผลักดันให้สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ  และเป็นการแสดงออกของรัฐบาลอย่างเปิดเผยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ท่ีเห็นต่างคือศัตรูของรัฐบาล  ไม่ใช่ประชาชนคนไทย  ไม่ให้ความสำคัญหรือสนใจในข้อเรียกร้องของประชาชน  หากพลเอกประยุทธ์เตรียมนำกฎหมายอาญาที่มีความรุนแรงเอาผิดม็อบราษฎรตามที่คนบางกลุ่มเรียกร้อง  ซึ่งเป็นภาคต่อจากการใช้คนเสื้อเหลืองมาปกป้องรัฐบาล  เท่ากับพลเอกประยุทธ์กำลังสร้างเงื่อนไขการกระทำของตัวเอง  เล็งเห็นผลที่จะเกิดขึ้นหลังการบังคับใช้กฏหมายด้วยการผลักไสประชาชนให้เข้าใกล้หุบเหวแห่งความสิ้นหวังมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาท่าทีของพลเอกประยุทธ์  พิสูจน์แล้วว่า  ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคนตามที่ชอบกล่าวอ้าง แถลงการณ์นายกรัฐมนตรียิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย ผลักประชาชนเป็นศัตรู การไม่ระบุกฎหมายมาตราไหนซึ่งถือว่าอันตรายอย่างมากในสถานการณ์เปราะบางเช่นนี้ นางสาวอรุณี กล่าวอีกว่า  สิ่งที่ผู้ชุมนุมและประชาชนจำนวนมากทวงถามในเวลานี้ คือ ความยุติธรรมจากพลเอกประยุทธ์ในการสืบหาผู้ที่พกพาอาวุธปืนและการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาในวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีที่มีภาพคปรากฎคนเสื้อเหลืองในม็อบบางคนที่อาจจะรู้จักกับรัฐมนตรี ซึ่งในสถานการณ์เช่นการทำให้ข้อเท็จปรากฏจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม "พล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสที่จะผ่าทางตันหาทางออกให้ประเทศหลายหนทาง  แต่ไม่เลือก  ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้อีกครั้ง ว่าคนชื่อประยุทธ์กำลังปิดตายทุกทางออกและกำลังสร้างเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น" นางสาวอรุณีกล่าว.

“สงคราม”ถาม“บิ๊กตู่”ได้อำนาจแต่ชาติเสียหายจะอยู่เพื่ออะไร ชี้ 6 ปีผ่านรัฐบาลหูดับไม่เคยรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ   เปิดเผยถึงกรณีที่ รัฐบาล โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์ประกาศความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเพิ่มความเข้มข้นในการรับมือการชุมนุม โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินคดีต่างๆ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดว่ารัฐบาลไม่เคยรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนมาตั้งแต่ต้น หากพลเอกประยุทธ์รับฟังก็จะไม่เกิดความขัดแย้งอย่างแน่นอน 6 ปีที่ผ่านมา หากพลเอกประยุทธ์จริงใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติจริงและรับฟังเสียงประชาชนจริง พลเอกประยุทธ์ จะได้ยินเสียงของคนที่ตกทุกข์ได้ยาก เสียงของคนตกงาน สุดท้ายคือเสียงของผู้ประกอบการที่สะท้อนออกมาว่าไม่ไหวแล้ว ขอให้พลเอกประยุทธ์ลาออกเพื่อให้คนอื่นมาทำหน้าที่เพราะประชาชนเชื่อว่าประเทศไทยยังมีคนเก่งกว่าพลเอกประยุทธ์มาก นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การประกาศใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ต่างจากการราดน้ำมันเข้ากองไฟมันจะเผาคนราดเข้าสักวัน เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร หากพลเอกประยุทธ์จริงใจก็แค่เปิดใจรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชน ข้อไหนรับได้ก็รับ ข้อไหนรับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ  อันไหนต้องใช้เวลาก็ว่ากันไป สุดท้ายอยากให้พลเอกประยุทธ์ทบทวนตัวเองหากยังอยู่ในตำแหน่งแล้วประเทศเสียหาย เศรษฐกิจพังพินาศ อยากถามพลเอกประยุทธ์ว่าท่านต้องการอำนาจไปเพื่ออะไร

อนุสรณ์ ชี้ บังคับใช้กฎหมายสองมาตรฐาน ราดน้ำมันเข้าไปในกองเพลิง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์ เรื่องการใช้กฎหมายทุกฉบับและทุกมาตรา ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย ในขณะนี้รัฐบาลกำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธาและความเชื่อมั่นอย่างหนัก เลยพยายามใช้ทุกสรรพกำลัง ใช้อำนาจ ใช้เครื่องมือที่มี เพื่อยื้อเวลาสืบทอดอำนาจออกไปให้นานที่สุด ก่อนประกาศบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นควรย้อนกลับไปตรวจสอบพฤติกรรมที่ผ่านมาของรัฐบาลว่า รัฐบาลมีมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายกับทุกกลุ่มทางการเมืองที่ออกมาชุมนุมสองมาตรฐานหรือไม่ หรือว่าเข้มข้นแต่กับฝ่ายนักเรียนนิสิตนักศึกษา แต่ผ่อนปรนกับม็อบสนับสนุนรัฐบาล รัฐบาลพลาดแล้วพลาดอีก มีโอกาสที่จะนำพาประเทศชาติและประชาชนออกจากวิกฤติโดยการแสดงความจริงใจ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการถอนฟืนออกจากกองไฟ แต่กลับประกาศบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ซึ่งถูกต้องตั้งคำถามว่าสองมาตรฐานหรือไม่ เท่ากับเป็นการราดน้ำมันเข้าไปในกองเพลิง นายอนุสรณ์กล่าว

“การุณ”ย้ำผิดหวังสภาเมินข้อเสนอประชาชน ชี้รัฐบาลทิ้งโอกาสคลี่คลายความขัดแย้งคนในชาติ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลังการลงมติรับหลักการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับของสมาชิกรัฐสภาในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่ผ่านมา ยอมรับว่าผิดหวัง กับ ผลการลงมติ ของสมาชิกรัฐสภา ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง แม้ตนเองจะเคารพในเอกสิทธิ์ของทุกคน...

“หมอชลน่าน”จี้ชี้แจงพบคนเจ็บจากกระสุนจริงและกระสุนยาง อัดปัดสวะอ้างเป็นกลางไม่ห้ามม็อบปะทะกันลั่นตั้งกระทู้ถามกลางสภาแน่

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย  อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณะสุข เปิดเผยกรณีการสลายการชุมนุมที่ผ่ามาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ว่าไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาและไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะปี 2558 ที่มีผลบังคับใช้อยู่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกระทำการใดๆที่นอกเหนือจากกฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้  ทั้งนี้การประกาศบังคับใช้กฎหมายนั้นต้องดูพฤติกรรมของผู้ชุมนุมด้วยว่า จะมีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ปราศจากอาวุธหรือไม่ มีแนวโน้มที่จะปะทะกันหรือไม่ หรือมีแนวโน้มที่จะไปก่อเหตุความวุ่นวายหรือไม่ ไม่ใช่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้อำนาจตามอำเภอใจอย่างที่ผ่านมา การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายเป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเอง นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน มีการเขียนแนวทางชัดเจน ไม่มีการเขียนให้ใช้รถฉีดน้ำที่ผสมสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนผู้มาชุมนุมนั้น กฎหมายก็ไม่ได้บัญญัติให้ทำได้ เพราะในกฎหมายให้ใช้น้ำธรรมดา กรณีวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย และหากมีการฉีดไปที่บริเวณหน้าหรือดวงตา หากคนที่มีอาหารแพ้สารเคมีจะเป็นอันตรายหรือหากโดนตาอาจจะส่งผลให้ตาบอดได้  “ส่วนการปะทะกันของผู้ชุมนุมที่ตำรวจไม่ห้ามบอกต้องเป็นกลางนั้น เป็นการพูดแบบปัดสวะให้พ้นตัว เพราะกรณีที่เกิดขึ้นตำรวจไม่ห้ามก็เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างจงใจ  รวมไปถึงต้องสอบสวนกรณีมีการอาวุธปืน ที่มีทั้งกระสุนจริงและกระสุนยาง เจ้าหน้าที่ต้องชี้แจงและเร่งสอบหาความจริงไม่ควรออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการใช้กระสุนยางเพราะมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการจ่ายอาวุธปืนและจ่ายกระสุนยางให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ กรณีที่เกิดขึ้นทางพรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกับคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเพื่อเชิญเจ้าหน้าที่มาชี้แจงถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ความจริงกระจ่างที่สุด เพราะผู้ชุมนุมมาชุมนุมตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญที่กฎหมายรองรับ”นายแพทย์ชลน่านกล่าว  

ณัฐชา โฆษกก้าวไกล ซัดนายกฯ ออกแถลงการณ์เฮงซวย หยุดใช้อำนาจล้นฟ้าไล่ล่าประชาชน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล  กล่าวถึงแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีว่า เป็นแถลงการณ์ที่เฮงซวยที่สมกับที่ออกมาจากรัฐบาลเฮงซวย ดื้อตาใส พูดได้โดยไม่อายปากหรือละอายแก่ใจว่าที่ผ่านมาดำเนินการด้วยความจริงใจ แต่ความจริงคือซ่อนความเหี้ยมโหดอำมหิตบิดเบือนความจริงเพียงเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามถนัดของผู้นำเผด็จการที่ความกลัวกำลังเข้าตา แถลงการณ์ฉบับนี้ที่เต็มไปด้วยความขี้ขลาด  ผมขอเตือนความจำพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ไร้ศักยภาพคนนี้สักหน่อยว่า ท่านเป็นนายกครั้งแรกจากการรัฐประหาร พูดง่ายๆก็คือเอาปืนไปปล้นเขามาเยี่ยงสันดารโจรกระทำกัน แต่ต่อมาอยากชุบตัวให้สวยๆเหมือนลูกชุบด้วยการเป็นนักการเมืองก็มีลูกสมุนเนติบริกรขายวิญญาณนักกฎหมายช่วนกันร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาถึงสองรอบเพราะ...

‘ก้าวไกล’ ผิดหวังรัฐสภาปิดกั้นความฝันประชาชน หลังตีตกร่างไอลอว์วาระเเรก ‘พิธา’ ย้ำ เดินหน้าสานต่อในชั้นกรรมาธิการ ด้าน ‘ชัยธวัช’ จี้ สตช. รับผิดชอบกระทำเกินกว่าเหตุต่อผู้ชุมนุม

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และพลตำรวจตรีสุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรค นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล เเถลงต่อสื่อมวลชนหลังการโหวตพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวาระเเรก เเละประเด็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อกลุ่มผู้ชุมเมื่อวานนี้ ( 17 พย. 63 )...

สิ้นเกียรติตำรวจ! “พล.ต.ต.สุพิศาล” ตั้ง 4 คำถามเหตุปะทะ “แยกเกียกกาย” – เหตุใดไร้ จนท.ดูแลป้องกันเหตุ จงใจละเลยให้รุนแรงเป็นชนวนก่อรัฐประหารหรือไม่?

พล.ต.ต สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สส พรรคก้าวไกล ระบุ ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจ ผมรู้สึกผิดหวังกับการปฏิบัติหน้าที่กรณีเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวานเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณสี่แยกเกียกกาย ที่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดนกระสุนปืนถึง 5 ราย เสียงปืน เสียงระเบิดซึ่งดังมาจากจุดของกลุ่มคนใส่เสื้อเหลืองที่อ้างว่าปกป้องสถาบันกษัตริย์นั้น เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ถ้าตำรวจเข้มงวด และจัดกำลังมาดูแลป้องกันตรงจุดที่อาจจะเกิดการปะทะกันตลอดเวลาอย่างจุดนี้ . จากที่ได้ติดตามข่าว รวมถึงการที่พวกเรา...

Stay Connected

130,125แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม

Recent Posts

130,125แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม