ศิริกัญญา กังขา รัฐอวด GDP ฟื้นไม่จริง ชี้ หลายปัจจัยยังตกส่อเข้าภาวะถดถอย จับตากึ๋นรัฐบาลไตรมาสสุดท้าย คนละครึ่ง – ช้อปดีมีคืน อุ้มไหวหรือไม่

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบายพรรคก้าวไกล โพสเฟสบุคส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตและวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจของประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยระบุว่า แม้รัฐบาลจะบอกว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โตดีกว่าคาด แต่การที่เศรษฐกิจจะดีเท่าที่รัฐบาลให้ความหวังไว้หรือไม่นั้น ตัวเลขต่างๆ ต้องออกมาดีมาก โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐที่ต้องโตกระฉูดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน จึงยังน่ากังวลว่ารัฐบาลจะทำได้หรือไม่ “สภาพัฒน์คาดการณ์ว่า...

“ปิยวัฒน”ชี้ “บิ๊กตู่”ประกาศสงครามกับประชาชน อัดไฟเขียวจัดการม็อบเยาวชนเหตุเป็นคู่ขัดแย้งทำรัฐบาลสั่นคลอน

นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและสถาบัน รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้น ในการปฏิบัติโดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิดฝ่าฝืนกฎหมาย เพิกเฉยต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยจะดำเนินคดีต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล   การประกาศเช่นนี้ไม่ต่างจากรัฐบาลประกาศสงครามกับประชาชน มองกลุ่มผู้ชุมุมเป็นคู่ขัดแย้งและอาจจะกระทบกับความมั่นคงของรัฐบาลได้ ดังนั้นในฐานะของผู้นำบริหารจำต้องรักษาอำนาจและใช้อำนาจในการกำจัดคู่ขัดแย้งทางการเมืองของรัฐบาลให้จงได้ นายนายปิยวัฒน กล่าวด้วยว่า พลเอกประยุทธ์พูดกลางที่ประชุมรัฐสภา ว่า มองผู้ชุมนุมเป็นลูกหลาน และพร้อมที่จะถอยเพื่อให้ทุกอย่างเดินไปข้างหน้า เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงๆรัฐบาลไม่เคยคิดจะถอย แต่เลือกที่จะเดินหน้าในการใช้ทุกสรรพกำลังในการจัดการขั้นเด็กขาดกับเยาชนที่จัดกิจกรรม “อยากถามพลเอกประยุทธ์ว่าไม่อายหรือครับ เพราะการกระทำกับคำพูดที่สวนทางกัน ตั้งแต่ปี 2557 หลังการนยึดอำนาจ มาวันนี้การประกาศกระชับอำนาจครั้งล่าสุด อาจจะส่งผลให้สถานการณ์ที่การชุมนุมอาจจะขยายตัวไปทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศเดินไปข้างหน้าไมได้อย่างแน่นอน หากพลเอกประยุทธ์คิดได้และห่วงประเทศจริงอย่างที่ปากพูด ทำเพื่อประเทศสักครั้งก่อนจะกลายเป็นทรราชในสายตาประชาชนทั่วประเทศ”นายปิยวัฒน กล่าว 

“เพื่อไทย ทวงสัญญานายกฯ เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จก่อนสิ้นปี”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  กล่าวหลังจากการประชุมเตรียมการพรรคเพื่อไทย  เตรียมเสนอต่อที่ประชุม กมธ.แก้รัฐธรรมนูญของรัฐสภานัดแรกในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ย.63) ว่า  ที่ประชุม กมธ.ต้องพิจารณาเรื่องกรอบการทำงาน กรอบเวลา และการเลือกตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะกรรมาธิการ  ซึ่งผู้แทนของพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอที่ประชุม 4 ประเด็น ได้แก่   1.การเลือกประธาน กมธ.พิจารณารัฐธรรมนูญ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ  เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย  2.พรรคเพื่อไทย ยืนยันยึดในหลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า "สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น" 3.พรรคจะเสนอให้เชิญบุคคลภายนอก ทั้งตัวแทนภาคประชาชน หรือนักวิชาการ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา และร่วมให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ  ซึ่งในเรื่องนี้กรรมาธิการในส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันในวันนี้ (23 พ.ย.63)  เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมในวันอังคาร (24 พ.ย.63) ที่รัฐสภา 4.ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ควรมีกรอบระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน   โดยได้ยึดถือคำพูดของนายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวในการประชุมของรัฐสภาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า จะพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งหวังไว้ว่า นายกรัฐมนตรีจะรักษาคำพูดคำสัญญาที่ได้ให้ไว้ต่อรัฐสภาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

ผช.รมว.แรงงาน เปิดโครงการสัมมนานายจ้าง ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่สถานพยาบาล และเจ้าหน้าที่ประกันสังคม รุ่นที่ 3

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมาย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดโครงการสัมมนานายจ้าง ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่สถานพยาบาล และเจ้าหน้าที่ประกันสังคม รุ่นที่ 3 เน้นมาตรฐานการรักษาที่เท่าเทียม มีคุณภาพ ลดปัญหาการร้องเรียน การให้บริการด้านการรักษา สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ประกันตน วันที่ 23...

ประธานกมธ.เด็ก เยาวชน สตรีฯ เพื่อไทย เตรียมนำกรณีเยาวชนถูกคุมคามในสถานศึกษาเข้าที่ประชุม ยันไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ เด็กและเยาวชนต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจะแจ้งความดำเนินคดีกับนักเรียนที่ออกมาแสดงป้ายเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาว่า...

“ส.ส.เพื่อไทย” เรียกร้องรัฐบาลหยุดคุกคามนักเรียน อย่ายึดติดแก่อำนาจ จนไม่เหลียวแลอนาคตของชาติ

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักเรียนออกมาแสดงความคิดเห็นทางด้านการศึกษา และมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามนักเรียน , ยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าหลัง และปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาคงเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านนี้ เพราะมีความคิดล้าหลัง ไม่สนใจการกระจายอำนาจ ไม่ให้อิสระในการดำเนินนโยบายเพราะโรงเรียนแต่ละพื้นที่มีบริบทที่ต่างกัน จนกลุ่มนักเรียนทนไม่ไหวต้องออกมาเรียกร้องให้แก้ปัญหาต่างๆ ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องที่ทำได้ทันที คือ หยุดคุกคามนักเรียนในการแสดงออก โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการต้องปกป้องคุ้มครองการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของนักเรียน ซึ่งไม่มีครูคนไหน อยากให้ทหารตำรวจเข้ามาแทรกแซงในโรงเรียน เพียงเพราะต้องการรักษาอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายวันนิวัติ กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศมา 6-7 ปี แทนที่จะปฏิรูปการศึกษาให้ดีขึ้น แต่กลับปฏิรูปให้ถอยหลังลงคลอง สมควรแล้วที่กลุ่มนักเรียนเปรียบเทียบเป็นยุคไดโนเสาร์ ทั้งนี้ การโหวตไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ ยิ่งตอกย้ำความยึดมั่นในระบบอำนาจนิยม และได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เลยไม่คิดจะแก้ไขให้ดีขึ้น นายวันนิวัติ กล่าวต่อว่า จากการไปสังเกตการณ์การชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา เราเห็นความกล้าในเยาวชน ที่ออกมาเรียกร้องอนาคตให้ตัวเอง เห็นองค์ความรู้ในการออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งเยาวชนยุคนี้ฉลาดมาก เขามีความรู้ในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งปัญหาคือระบบการศึกษาถูกกดทับด้วยอำนาจนิยม  “จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เสียสละลาออก เพื่อลดความขัดแย้งในสังคม อย่ายึดติดแก่อำนาจ จนไม่เหลียวแลอนาคตของชาติ ซึ่งการออกหมายจับนักเรียนมัธยมเป็นความอัปยศที่สุดของระบบการศึกษาในยุคนี้ และยังซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงยิ่งขึ้น” นายวันนิวัติ กล่าว

เดินสายหาเสียงต่อเนื่อง! “ธนาธร” เยือนระยองช่วย “สว่างจิตต์” หาเสียง ลุยศึกเลือกตั้งท้องถิ่น – ลั่น จะทำให้ดูว่างบฯ 9,000 ล้าน เปลี่ยนระยองได้

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 ที่จังหวัดระยอง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมรณรงค์หาเสียงช่วยนางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เบอร์ 2 พร้อมทีมผู้สมัคร สมาชิกสภา...

“ผู้กองมาร์ค” เตือน “นายกประยุทธ์” แก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ก่อนจะเจอม็อบชุดใหม่

22 พ.ย. 2563 / ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและทีมงานไม่สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 เพราะพอหมดหน้าฝน ย่างเข้าสู่หน้าหนาวคนไทยก็จะต้องกลับมาทนกับปัญหาเดิมๆ...

ไอเดียบรรเจิด ! “ปิยบุตร” เยือน “แพร่” หนุน “สุภวัฒน์” คนรุ่นใหม่ วัย 35 ปี ชิงนายก อบจ. –...

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ จ.แพร่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมรณรงค์หาเสียงให้กับนายสุภวัฒน์ ศุภศิริ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เบอร์ 3 พร้อมทีมผู้สมัคร สมาชิกสภา อบจ. ในนามคณะก้าวหน้า โดยเริ่มต้น...

อนุสรณ์ ขอ เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช้ความรุนแรง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นักเรียนเลว ได้นัดหมายชุมนุม วันเสาร์ที่ 21 พ.ย. ที่แยกราชประสงค์ เวลาบ่ายโมง ถึง 3 ทุ่ม ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ต้องไม่สนองตอบต่อการส่งสัญญาณใช้ความรุนแรงของรัฐบาล การชุมนุมของกลุ่มนักเรียนที่มีเวลาเริ่มและยุติการชุมนุมชัดเจน หลายครั้งที่ผ่านมาก็ไม่เกิดปัญหา การบังคับใช้กฎหมายเกินจากกรอบของกฎหมาย ไม่เพียงแต่ในประเทศกังวลใจ แม้แต่ต่างประเทศก็กดดันให้เปิดเผยขี้นตอนการดำเนินการสลายการชุมนุม ขนาด ‘โจชัว หว่อง’ ยังส่งอีเมลล์ถึงบริษัทขายแก๊สน้ำตา จี้เลิกขายให้ไทย-เปิดเผยข้อมูลอาวุธ ประเทศไทยไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในแผนที่โลก การดำเนินการใดๆที่จะทำลายภาพลักษณ์ของประเทศรัฐบาลต้องระมัดระวังให้มาก รัฐบาล ต้องปรับทัศนคติตัวเอง นี่คือลูกหลาน อนาคตของชาติ การบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ไม่มีใครได้ประโยชน์ รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่อนาคตของชาติ ต้องเติบโตมาดูแลบ้านเมือง นายอนุสรณ์ กล่าว 

Stay Connected

130,125แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม

Recent Posts

130,125แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม