“ทัศนีย์” อัดมหาดไทยยึดอำนาจท้องถิ่น ชี้ 10 ปีไร้เลือกตั้ง เหตุมหาดไทยหวงอำนาจและงบประมาณ

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่รัฐบาลยังคงไม่ยอมจัดให้มีการเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นทั้งนายกองค์การบริหารจังหวัด และนายกองค์กรบริหารท้องถิ่นนานเกือบ 10 ปี  ส่งผลให้พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์มาก เพราะท้องถิ่นหลายพื้นที่ไร้การพัฒนา ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยหวงอำนาจ รวมทั้งอ้างคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ไม่พร้อม  อ้างต้องรอกฎหมาย ทั้งๆที่กฎหมายท้องถิ่นพร้อมแล้ว  แต่คนทีไม่พร้อมน่าจะเป็น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมากกว่าที่ต้องการรวบอำนาจและงบประมาณเพื่อต้องการบริหารงบประมาณเอง  นางสาวทัศนีย์ กล่าวด้วยว่า...

อนุสรณ์ ชี้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ทะลุ 2 แสน นับถอยหลังรัฐบาล

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี แนวร่วมนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน นัดหมายชุมนุมครั้งหน้าในวันที่ 23 กันยายน ที่ลานคนเมือง วันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภา เพื่อไปสังเกตการณ์การประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐบาลต้องคิดวิเคราะห์ให้ดี อะไรคือปัจจัยหลักที่มีคนออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลใจกลางเมืองหลวงพร้อมๆกันมากกว่า 2 แสนคน หากนับรวมคนที่ติดตามและมีส่วนร่วมทางการชุมนุมจากแพลตฟอร์มการสื่อสารรูปแบบต่างๆ อาจทะลุมากกว่า 10 ล้านคน ถ้ารัฐบาลคิดจะเบี้ยว ข้อเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนคนรุ่นใหม่ ระวังจะจบไม่สวย ที่ผ่านมากลุ่มมวลชนได้แสดงให้เห็นว่าพยายามรักษามาตรฐานการชุมนุมในแบบปัญญาชน เคลื่อนไหวด้วยพลังอันบริสุทธ์ หลีกเลี่ยงการปะทะ ไม่มีการใช้อาวุธ หรือความรุนแรง ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหา ต้องตัดสินใจเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงใจโดยเร็ว ภูมิคุ้มกันรัฐบาล วิกฤติติดลบ ไม่มีเหลือติดหน้าตัก วิกฤติเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สุกงอม รัฐบาลไม่ควรทำตัวเป็นเจ้าของส.ว. ถ้าเสียงส่วนใหญ่ส.ว. ต้องการถอดสลักปัญหา ยินยอมให้ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯก็ควรให้ส.ว.ดำเนินการตามนั้น ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงสั่งการเพราะกลัวตัวเองเสียผลประโยชน์ “เวลา 6-7 ปี ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาสมามากแล้ว ถ้ารัฐบาลยังอยากลากยาว สืบทอดอำนาจ แช่แข็งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระวังจะจบไม่สวย” นายอนุสรณ์ กล่าว  

กระทรวงแรงงาน ลั่นกลอง! จัด Job Expo Thailand 2020 มหกรรมการจัดหางานครั้งยิ่งใหญ่ พบกับงานทั่วประเทศ กว่า 1 ล้านอัตรา

กระทรวงแรงงาน จัดงาน Job Expo Thailand 2020 มหกรรมการจัดหางานครั้งยิ่งใหญ่ระดับประเทศ  วัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาการว่างงาน-ตกงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประธานในพิธี ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน ท่ามกลางสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  ณ กระทรวงแรงงาน ห้องประชุมจอมพลป. พิบูลสงคราม วันที่ 19 กันยายน 2563 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การจัดงาน Job Expo Thailand 2020 ในครั้งนี้ เพื่อสนองรับนโยบายรัฐบาล โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต้องการจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด -19 คลี่คลายลง ในการส่งเสริมการมีงานทำแก่ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นให้คนไทยต้องมีงานทำในทุกพื้นที่ สนับสนุนการจ้างงานที่มั่นคงและต่อเนื่อง เน้นเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบการในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตของประเทศไทย ภายในงาน Job Expo Thailand 2020 ประกอบไปด้วย โซนไทยไม่ทิ้งกัน ล้านงานเพื่อล้านคน จากการออกบูธของหน่วยงานและองค์กรชั้นนำจากทั่วประเทศ ที่รวบรวมตำแหน่งงานกว่า 1 ล้านอัตรา พร้อมเสิร์ฟสู่คนว่างงาน โดยตำแหน่งงานว่าง จากกรมการจัดหางานจำนวน 106,312 อัตรา ตำแหน่งการจ้างงานโดยภาครัฐ จำนวน 410,415 อัตรา ตำแหน่งงานต่างประเทศ จำนวน 112,242 อัตรา ตำแหน่งงานพาร์ทไทม์ จำนวน 66,881 อัตรา งานที่คาดว่าจะจ้างแรงงานไทยทดแทนแรงงานต่างด้าว จำนวน 44,150 อัตรา การจ้างงานกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ จำนวน 260,000 อัตรา และงานสำหรับผู้สูงอายุ สำหรับผู้พิการ มารวมตัวกันเพื่อจับคู่ “งาน กับ คน” โดยผู้สนใจสมัครงานสามารถลงทะเบียนผ่านแพลทฟอร์ม ไทยมีงานทำ.com ซึ่งระบบจะมีการประมวลผลจับคู่งานที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของแต่ละบุคคล ช่วยย่นระยะเวลาในการเดินหาสถานประกอบกิจการอีกด้วย อีกทั้งผู้เข้าร่วมงานสามารถพัฒนาทักษะอาชีพภายในโซนร่วมใจ สร้างงาน พัฒนาอาชีพ สลับเปลี่ยนหลักสูตรไม่ซ้ำกันตลอดวันงาน อาทิ แนะแนวอาชีพ อบรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน สาธิตและฝึกปฏิบัติการประกอบอาชีพอิสระ ธุรกิจเฟรนไชน์ เป็นต้น

“อนุสรณ์” เตือน กองเชียร์รัฐบาล ยกระดับการสื่อสารทางการเมือง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย สนับสนุนการชุมนุม ไม่รับผิดชอบต่อสังคม ว่า ถ้าการออกมาตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะด้วยความปรารถนาดี แล้วถูกตีความว่าเป็นการไม่รับผิดชอบต่อสังคมไปเสียหมด ตรรกะนี้ไปต่อได้ยาก สิ่งที่คุณหญิงสุดารัตน์ ทวิต ไม่ได้เป็นจุดยืน หรือความเห็นที่แตกต่างจากครูบาอาจารย์นักวิชาการ ที่ออกมาวิเคราะห์และประเมินว่า รัฐบาลกำลังปลุกผีโควิดกลับมาใหม่ กลบพิษเศรษฐกิจที่วิกฤติ กลบกระแสการชุมนุมของนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชน ถ้ากองเชียร์รัฐบาล จะไปไล่โกรธทุกคนที่แสดงความเห็นแบบนี้...

“ภูมิธรรม” ชี้ รปห. 19 ก.ย.49 จุดเริ่มต้นกระบวนการบิดเบี้ยว เผยลูกหลายตื่นรู้ ปชต.แล้ว

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงบทเรียนการรัฐประหารปี 2549 ระบุว่า หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549  ได้เกิดการรัฐประหารรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยที่มี ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี  โดย...”คณะรัฐประหาร” ที่เรียกตัวเองว่า “ คมช.” การรัฐประหารในครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบทอดอำนาจของเผด็จการสีเขียว ซึ่งยังได้ทำการต่อเนื่องอีกครั้งในปี 2557 โดยคณะ “คสช.” ที่เป็นต้นทางการสืบทอดอำนาจต่อมาของคณะรัฐบาลปัจจุบัน การรัฐประหารที่เป็นมรดกจาก “คมช.” สู่ “คสช.” คือจุดเริ่มต้นของกระบวนการต่างๆ ที่บิดเบี้ยว ทั้งนี้ด้วยเหตุผลเดียวคือ  การทำลายคณะบุคคลที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ทำลายระบบความยุติธรรมของประเทศ  ขัดกับหลักนิติธรรมจนขาดความน่าเชื่อถือ อีกทั้งตัดตอนกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ ในกลไกการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยของสังคมไทย จนส่งผลกระทบรุนแรงถึงระบบการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ที่รวมศูนย์อำนาจผ่านกลไก สว. ระบบเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ไร้ทางออกที่กำลังส่งผลให้ประเทศและประชาชนกำลังจะล่มสลาย การใช้งบประมาณในการฟื้นฟูระบอบทหารด้วยการจัดซื้ออาวุธที่ไม่ได้มีความจำเป็นเพียงพอ เมื่อเทียบกับการขาดไร้ความมั่นคงทางปากท้อง ส่งผลต่อการไร้ความสุขและความหวังในชีวิตของประชาชนไทย สังคมไทย  โดยผู้นำรัฐบาลทหารที่พยายามสร้าง “รัฐทหาร” ขึ้นใหม่ ได้นำพาประเทศถอยหลังกลับไปอย่างยากที่จะฟื้นตัวกลับมา มาถึงวันนี้…ผมคิดว่ากระบวนการเรียนรู้ประชาธิปไตยของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ ได้เริ่มต้นอีกครั้งอย่างมีพัฒนาการ เพราะในช่วงเวลานับตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 นั้น  ท่ามกลางบริบทของสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และหลักการที่บิดเบี้ยว สองมาตรฐาน พวกเขาล้วนเรียนรู้ และเติบโตขึ้นมาซึ่งได้กลายเป็นที่มาของแนวคิดเสรีภาพ ความเสมอภาค และความยุติธรรมของสังคม คำถามสำคัญที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ตั้งคำถามกับความล้มเหลวของกระบวนการต่างๆ ที่ผ่านมา และเป็นส่วนหนึ่งของการตกผลึกทางความคิดที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงอันเป็นเหตุผลในการนัดชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน นี้

พรรคสามัคคีไทย ชี้ ปิดธรรมศาสตร์ เสมือนปิดกั้นเสรีภาพของประเทศ แนะ ผู้บริหาร มธ. เปิดพื้นที่ อย่าผลักลูกศิษย์เผชิญอันตรายข้างนอก

นายวิษณุ ดันนอก ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าประเทศไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤตทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการบริหารงานของฝ่ายรัฐบาล ที่ไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสร้างความขัดแย้งในหมู่ประชาชนด้วยกัน โดยเฉพาะประเด็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา จนนำมาสู่การชุมนุมของ นิสิต นักศึกษาอยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ 19 กันยายน มีการนัดชุมนุมใหญ่ ทั้ง นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ตนมีความคิดเห็นว่าการแสดงออกในครั้งนี้ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สามารถกระทำได้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ดังนั้นรัฐบาล หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องจัดหาพื้นที่ ที่มีความปลอดภัย ให้กับกลุ่มผู้ชุมมุมให้มีพื้นที่ได้แสดงออกถึงข้อเรียกร้อง รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ชุมนุม อย่าให้มีเหตุการณ์จากมือที่สามที่อาจจะก่อเหตุสร้างความวุ่นวายได้ ที่สำคัญรัฐบาลต้องไม่นำกฏหมายมาเล่นงานกลุ่มผู้ชุมชุม ที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล และรัฐบาลต้องเร่งจัดเวทีเจรจากับทุกฝ่ายอย่างจริงใจด้วย  นายวิษณุ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไม่เปิดพื้นที่ให้กับ นิสิต นักศึกษาได้ชุมนุมนั้น ตนมองว่าเป็นการผลัก นิสิตนักศึกษา ที่เป็นลูกหลานของตนเองให้ไปเผชิญกับอันตรายข้างนอกที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักการของผู้สถาปนามหาวิทยาลัย การปิดธรรมศาสตร์ จึงเปรียบเสมือนการปิดกั้นเสรีภาพของประเทศ ดังนั้นหากมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น จากมือที่สามหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผู้บริหารหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะต้องรับผิดชอบ

“ชวลิต” แปลกใจ “พล.อ. ประยุทธ์” ขอแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ตัวท่าน “ถึงเวลาแสดงสปิริต”

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย เผยรู้สึกแปลกใจ ต่อแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ปรามการชุมนุมใน 19 ก.ย.63 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ให้ระวัง "การระบาดของโควิด" และ "ขอแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน" นั้น

‘สุชาติ’ ห่วงใยครอบครัวกรณีล่าม สนร.ริยาด เสียชีวิตจากปอดติดเชื้อ ขอพระราชทานดินฝังศพประกอบพิธีทางศาสนา

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวกรณีการเสียชีวิตของนายหมัด มะมิน ล่ามประจำสำนักงานแรงงานซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากปอดติดเชื้อจากแบคทีเรียที่ดื้อยา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยติดเชื้อโควิด -19 เพราะไปช่วยคนงานกลับประเทศ แต่รักษาจนหายแล้ว มีเพียงอาการจากระบบทางเดินหายใจ โดยได้กลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 2 กันยายนทีผ่านมา และเสียชีวิตวันนี้ (18 ก.ย.63) เวลา 12.00...

โอกาสแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตกำลังจะหมดแล้ว ! “ธนาธร” ร่วมวงเสวนา “ประเทศไทยในอีกทศวรรษ” – ชี้ครบรอบ “รัฐประหาร 49” เป็น 14 ปี ที่ประเทศย่ำถอยหลัง...

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมเสวนาเนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ จัดโดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหัวข้อ "ประเทศไทยในทศวรรษหน้า"...

“การุณ” ชี้“บิ๊กตู่”โยนบาปอ้างม็อบทำเศรษฐกิจไทยวิกฤติซ้ำ อัดผู้มีอำนาจอาศัยโควิดข่มขู่ประชาชน

วันที่ 18 กันยายน 2563 นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เรื่องการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ในโลก พร้อมขอประชาชน ลุกขึ้นมาตั้งการ์ดของตัวเองให้สูงขึ้นอีกครั้ง...

Stay Connected

130,223แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม

Recent Posts

130,223แฟนคลับชอบ
9,058ผู้ติดตามติดตาม