“หมวดเจี๊ยบ” ชี้การสลายชุมนุมของ รบ.ประยุทธ์ขัดหลักสากล ซัด!เอาชนะเด็กด้วยวิธีที่เลือดเย็น เหมือนเรียลลิตี้เกมส์ล่าสัตว์โชว์ของผู้มีอำนาจ

0
206

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่ามาอ้างว่ายึดหลักสากลในการสลายการชุมนุมของเด็กและเยาวชนที่สี่แยกปทุมวัน รัฐบาลหยุดโกหกได้แล้วเพราะการสลายการชุมนุมเมื่อคืนนี้ มันไม่ได้เป็นไปตามหลักสากล

ในประเทศที่เจริญแล้ว ก่อนที่รัฐบาลของเขาจะใช้กำลังสลายม็อบ จะต้องเล็งเห็นแล้วว่าจะเกิดสถานการณ์จลาจลที่ควบคุมไม่ได้ จึงต้องใช้กำลังเข้าระงับสถานการณ์

แต่ก่อนที่จะถึงขั้นตอนใช้กำลัง เขาจะต้องเปิดโต๊ะเจรจากันก่อน จึงจะเป็นไปตามหลักสากล

แต่รัฐบาลประยุทธ์ ยังไม่ได้แสดงให้สังคมเห็นเลยว่า ได้ใช้ความพยายามจนถึงที่สุดแล้วในการเปิดเวทีพูดคุยเจรจากับผู้ชุมนุม ก่อนที่จะใช้กำลังเข้าสลาย

ที่สำคัญ ผู้ชุมนุมก็ยังไม่ได้ก่อเหตุจลาจลและไม่ได้ใช้ความรุนแรง ทั้งยังประกาศแล้วว่าจะเลิกชุมนุมตอนสี่ทุ่ม จึงไม่มีเหตุอันควรให้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ส่วนการที่เจ้าหน้าที่พูดใส่โทรโข่งเพื่อขับไล่ผู้ชุมนุมให้กลับบ้านนั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นการเจรจาตามหลักสากล

ซึ่งน่าสังเกตว่าการเร่งรัดสลายการชุมนุมแบบลัดขั้นตอนม้วนเดียวจบแบบนี้ มันแตกต่างจากแนวทางที่ทุก ๆ รัฐบาลในอดีตเคยปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมแต่ละสีเสื้อ

และเจ้าหน้าที่พิเศษของสหประชาชาติด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ชื่อ Clement Voule ได้ทวิตข้อความไปทั่วโลก แสดงความกังวลในประเด็นนี้ ที่การใช้กำลังปิดกั้นเสรีภาพของผู้ชุมนุม โดยไม่มีการเปิดโต๊ะเจรจา

ทั้งนี้ การที่รัฐจะดำเนินการใด ๆ ต่อเด็กและเยาวชน จะปล่อยให้อารมณ์ความแค้นหรือความสะใจมามีอิทธิพลเหนือจิตใจไม่ได้ แม้รัฐบาลจะถูกด่าทอจากผู้ชุมนุม ก็ต้องมีความอดทนอดกลั้น เพราะนั่นคือหน้าที่ของรัฐบาลที่ดี

หากรัฐบาลมองว่าใครมีพฤติกรรมจาบจ้วงและผิดกฎหมายรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะดำเนินคดีได้ตามกฎหมายบ้านเมือง เพราะทุกคนต้องรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง

แต่ขอฝากถึงรัฐบาลประยุทธ์ว่าในการต่อสู้ทางความคิดกับเด็กและเยาวชนนั้น ต้องใช้ความดีในการเอาชนะจิตใจเด็ก ๆ ไม่ใช่ความอำมหิต

หากรัฐบาลคิดว่า เด็ก ๆ โดนนักการเมืองหลอกใช้ รัฐบาลก็ต้องใช้ความดีงามและชี้แจงเหตุผลที่ดีกว่าเพื่อแย่งชิงพวกเขากลับไปในแนวทางที่ต้องการ ไม่ใช่ใช้อาวุธวิ่งไล่ยิงน้ำสีฟ้าผสมสารเคมีทำร้ายพวกเขา ทั้งนี้ แผลกายใช้เวลาไม่กี่วันก็หาย แต่แผลใจนั้นอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อลบทิ้ง

ที่สำคัญ การเอาชนะเด็กด้วยวิธีที่เลือดเย็น แล้วปล่อยให้พ่อแม่นั่งดูการถ่ายทอดสดเรียลลิตี้เกมส์ล่าสัตว์โชว์ของผู้มีอำนาจ โดยที่ฝ่ายหนึ่งมีอาวุธครบมือ แต่อีกฝ่ายหนึ่งหิ้วกระเป๋านักเรียนวิ่งหนี ทั้ง ๆ ที่ ยังสวมชุดนักเรียนอยู่นั้น มันสะเทือนใจคนดูทั้งประเทศ และไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะยิ่งเลวร้ายลง ถ้ายังไม่หยุดใช้วิธีการที่อำมหิตและเลือดเย็นในการปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนคนไทย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here