“ชวลิต” จี้รัฐบาลอย่าถ่วงเวลาแก้ รธน. เร่ง กมธ.พิจารณาก่อนรับหลักการเสร็จใน 7 วัน เปิดสภาสมัยวิสามัญ สร้างความเชื่อมั่นประเทศทันที

0
149

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นประเด็นกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญในปัจจุบันว่า สังคมคลางแคลงใจว่า รัฐบาลและ ส.ว.ถ่วงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญเอง แต่ ส.ส.พรรคแกนหลักรัฐบาลซึ่งเป็น กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ รธน.ของสภา ฯ กลับเสนอญัตติศึกษา รธน.ที่ตนร่วมลงนามเสียเองก่อนรับหลักการในวาระที่ 1 เป็นสิ่งที่ผิดปกติ     

นอกจากนี้ ในการประชุมปรึกษาหารือวิป 3 ฝ่าย ที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กรุณาให้เกียรติมานั่งเป็นสักขีพยานซึ่งผมเป็นหนึ่งในตัวแทนพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมปรึกษาหารือด้วย ในการปรึกษาหารือก็ไม่มีประเด็นการขอตั้ง กมธ.พิจารณาศึกษาญัตติ ฯ ก่อนรับหลักการในวาระที่ 1 แต่อย่างใด จนท่านชวน ฯ ปรารภกลางสภา ฯ ว่า ถ้า ส.ส.ถูกหลอก ท่านก็ถูกหลอกด้วย

ประการสำคัญที่สุด กรณีที่มีการกล่าวว่า จำเป็นจะต้องศึกษาเพราะเป็นห่วงญัตติขอแก้ รธน.อาจแอบแฝงประเด็นล่อแหลมนั้น ขอเรียนว่า ญัตติขอแก้ รธน.ของพรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้เสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ฯ เป็นญัตติแรก เมื่อ 17 ส.ค.63 ที่ผ่านมา เป็นการขอแก้ มาตรา 256 ตั้ง สสร.มายกร่าง รธน.โดยไม่แตะหมวด 1 และ หมวด 2

ขอย้ำว่า ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่แน่ชัดในอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค  รวมทั้งป้องกันข้อร้องเรียนว่า อาจเป็นการขอแก้ไข รธน.ทั้งฉบับ ที่อาจขัดกับคำวินิจฉัยของศาล รธน.ในปี 2555 ซึ่งจะเห็นได้ว่า การขอแก้ไข รธน.ของพรรคเพื่อไทยหวังผลสำเร็จจริง มิใช่เพียงต้องการสร้างกระแส

จากนั้น พรรคร่วมรัฐบาลก็เสนอญัตติขอแก้ รธน ในประเด็นเดียวกัน คือ แก้ไข มาตรา 256 ตั้ง สสร.ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 มีเพียงหลักเกณฑ์การสรรหา สสร.ที่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ดังนั้น กมธ.ที่รัฐสภามีมติให้ศึกษาก่อนรับวาระ 1 นั้น ไม่ควรใช้เวลาศึกษาถึง 30 วัน เพียง 7 วัน ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และวุฒิภาวะที่มีอยู่ ก็เป็นเวลาที่เพียงพอ และถ้าจะให้ได้ใจประชาชน และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศ รัฐบาลควรเสนอขอเปิดสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตาม รธน.มาตรา 123 ซึ่งใช้เสียง

1 ใน 3 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือทั้ง 2 สภา รวมกัน

ผมเห็นว่า รัฐบาลสามารถทำได้อยู่แล้วถ้ามีความจริงใจที่จะชักฟืนออกจากกองไฟ ส่วนญัตติขอแก้ รธน.รายมาตราอีก 4 ญัตติ ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอตามไปภายหลังนั้น เป็นการดำเนินการตามผลการศึกษาของ กมธ.ศึกษาการแก้ รธน.ของสภา ฯ ซึ่งก็เป็นอำนาจ หน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในการพิจารณาตามระเบียบวาระที่ประธานรัฐสภากำหนด

ในประการสุดท้าย ในญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นร่างของประชาชน ทราบว่าอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของฝ่ายประจำ คือ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยก็จะได้ติดตามให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดต่อไป

ประเด็นสาระสำคัญในความเห็นของผมครั้งนี้ก็ คือ รัฐบาลควรแสดงความจริงใจต่อประชาชนในการแก้ รธน.ด้วยการผลักดันให้การศึกษาญัตติขอแก้ รธน.ก่อนรับหลักการเสร็จภายใน 7 วัน และเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาการแก้ รธน.ในวาระที่ 1 ในทันที ดังเช่นที่พรรคเพื่อไทยได้แสดงความจริงใจต่อประชาชนในการแก้ รธน.ดังกล่าวแล้วเช่นกัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here