“ชวลิต” เผยรู้สึกซาบซึ้ง ฯ แม้ไม่ใช่ญาติผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ขอทุกภาคส่วนน้อมนำเป็นแนวทางแก้ปัญหาประเทศ

0
52

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นต่อการพระราชทานอภัยโทษอดีตนักการเมือง และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายท่านในช่วงนี้ว่า แม้ผมไม่ใช่ญาติ หรือบุคคลในครอบครัวของผู้ทึ่ได้รับพระราชทานอภัยโทษดังกล่าวก็ตาม  แต่ในฐานะคนไทยซึ่งเป็นพสกนิกร ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงทรงมีพระเมตตากับพสกนิกรของพระองค์

ในการทำงานการเมืองที่ผ่านมา ผมให้ความสำคัญกับการศึกษาเรื่องแนวทางสร้างความปรองดองของคนในชาติ ซึ่งรายงานผลการศึกษาได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อไม่นานมานี้

ดังนั้น ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ผมจึงหวังที่จะเห็นความปรองดองของ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน และหวังที่จะเห็น ส.ว.ซึ่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเช่นกัน ได้ทำหน้าที่จนครบเทอมตามรัฐธรรมนูญ โดยมีอำนาจ หน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายเป็นหลัก ละอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหน้าที่ของผู้แทนประชาชน

ส่วนรัฐบาล โดยหัวหน้ารัฐบาล คือ นายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศมากว่า 6 ปีแล้ว  ด้วยระบบที่เป็นอยู่เห็นได้ว่า ก่อนเกิดปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด – 19  รัฐบาลไม่อาจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนได้ ยิ่งหลังปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ปัญหายิ่งจมลึกลงมากขึ้น ๆ

ทั้งนี้ ไม่มีสัญญาณใด ๆ ว่ารัฐบาลจะแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้ แม้กระทั่งจะหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาทำหน้าที่ก็ยากอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงอยากเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงสปิริตทางการเมือง  เพื่อให้รัฐสภาได้ทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศ ผมหวังว่า จากนี้ไปจะไม่มีรัฐประหาร ไม่มีรัฐบาลแห่งชาติ

หากรัฐบาล, ส.ส.และ ส.ว.ปรองดองกัน ร่วมมือกัน โดยน้อมนำคุณธรรม “อภัย และเมตตา” มาเป็นหลักคิดในการแก้ปัญหาดังเช่นที่ในหลวงได้พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องคดีความต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น จะส่งผลต่อการสร้างความสามัคคีของคนในชาติ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นประเทศกลับคืนมา ผมฝันไปครับ แต่ก็ยังหวังว่า “ฝันจะเป็นจริง”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here