“พิธา” เร่งรัฐบาล ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หยุด ‘เสพติดอำนาจ’ ประชาชนต้องเดินหน้าต่อ

0
289

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นความต้องการของประชาชนที่ส่งเสียงมาโดยตลอด การที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อ้างว่า ข้อมูลยังไม่เพียงพอและและเร็วเกินไปที่จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาใน ครม. พร้อมยกให้เป็นการตัดสินใจของที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กในวันที่ 25 มิ.ย. และชุดใหญ่วันที่ 26 มิ.ย. เหตุผลนี้มองได้อย่างเดียวว่า เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อยื้อเวลาออกไปและสะท้อนอาการเสพติดอำนาจเท่านั้น

“เป็นเวลา 29 วันต่อเนื่องกันแล้วที่ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศ การคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แตกต่างจากกฎหมายปกติด้วยข้อกังวลสำคัญคือการเปิดทางอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจริดรอนประชาชนได้โดยไม่ต้องรับผิด และทำให้มองได้ว่า รัฐบาลไม่ได้การจัดการวิกฤติโควิด 19 ตามสภาพปัญหาขึ้นจริง ไม่ได้ตัดสินใจบนเหตุผลด้านสาธารณสุขอย่างที่อ้างมาตลอด หากจำกันได้ รัฐบาลเคยอ้างตามข้อมูลทางระบาดวิทยาในการอธิบายต่อประชาชนว่า หากมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ในระยะเวลาต่อเนื่องกัน 2 เท่าของระยะฟักตัวหรือก็คือ 28 วัน จะถือว่าไม่มีความเสี่ยงในการระบาด ซึ่งย่อมต้องหมายความว่าความจำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมายในภาวะฉุกเฉินยุติลงแล้วอย่างสิ้นเชิง”

นายพิธา ยังย้ำให้ รัฐบาลรับผิดชอบต่อคำพูด เมื่อไร้เหตุฉุกเฉินแล้วต้องรีบยกเลิก ส่วนการบริหารจัดการวิกฤติโควิด 19 ยังคงดำเนินการต่อไปได้ด้วยความระมัดระวังภายใต้กฎหมายปกติ เพื่อคืนสภาวะปกติให้ประชาชน เนื่องจาก ปัจจุบันยังคงผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวนมากได้รับผลกระทบและไม่ได้รับการปลดล็อคด้วยคำสั่งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การคืนภาวะปกติจะเป็นการจัดสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสุขภาพให้เดินไปด้วยกันได้

“รัฐบาลต้องจัดการสถานการณ์มุมมองที่กว้างขึ้น สามารถนำ พ.ร.บ.โรคติดต่อ มาใช้แทนได้ ซึ่งการที่รัฐบาลยังยื้อเวลาเอาไว้นับป็นอาการเสพติดอำนาจอย่างหนึ่งที่ชอบให้ประชาชนมาร้องขอ อ้อนวอนให้ความเมตตา สังเกตได้ว่า กว่าจะมีมาตรการคลายล็อคแต่ละครั้งประชาชนต้องมาเรียกร้องกันอย่างกว้างขวางถึงจะยอม ถึงวันนี้ยังมีผู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาอีกมาก โดยเฉพาะแรงงานในระบบ จึงขอถามแทนพวกเขาด้วยว่ารัฐบาลจะดูแลพวกเขายังไง? สำหรับคุณวิษณุ ในฐานะผู้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีในการหากฎหมายปกติมาแทนที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ควรจะทำงานอย่างเร่งรัดและตรงไปตรงมา ควรหยุดใช้ภาษาทางกฎหมายสร้างความสับสนให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า การคงอยู่ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินยังเป็นเรื่องจำเป็น” นายพิธา กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here