“ปิยบุตร” จี้ทบทวบยกเลิก “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ทันที ตั้งคำถามชวนคิด คนติดเชื้อโควิดน้อยลงเกิดจากอะไรกันแน่ ? – เผยข้ออ่อนและปัญหาของการใช้อำนาจของ รบ. ภายใต้ข้อกฎหมายนี้

0
1043

มื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และแกนนำคณะก้าวหน้าเผยแพร่คลิปวีดีโอ ชื่อ “พอได้แล้วหรือยัง ? สถานการณ์ฉุกเฉิน” โดยเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเป็นการละเมิดเสรีภาพในการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน และส่งผลกระทบต่อปัญหาปากท้อง ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ และยังเป็นการละเมิดเสรีภาพในการใช้ชีวิต ในการคิดการเขียน และการแสดงออกของประชาชนทุกคนด้วย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ในปัจจุบันประชาชนเริ่มย้อนถามรัฐบาลว่า ประเทศไทยสามารถทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 น้อยลง เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่? มาจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลสืบทอดอำนาจจริงหรือไม่? หรือเอาเข้าจริง เป็นเพราะความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจจากบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ทั้งแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) รวมถึงความเสียสละของพี่น้องประชาชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันรักษาระยะห่างทางสังคม

นายปิยบุตร กล่าวว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีข้ออ่อนในหลายประเด็น ประการแรกคืออำนาจของคนประกาศ โดย ฝ่ายบริหารสามารถประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้เองโดยไม่มีการตรวจสอบจากทั้งฝ่ายนิติบัญญัติคือรัฐสภาและจากฝ่ายตุลาการคือศาล และยังมีข้ออ่อนประการต่อมาคือเมื่อไม่มีระบบตรวจสอบ เป็นไปได้ยากที่คนที่ออกคำสั่งจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีองค์กรอื่นเข้ามาตรวจสอบถ่วงดุลกันได้ ทั้งนี้ ผลของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังส่งผลให้มีการยกเว้นกฎหมายสำคัญๆ เช่น กฎหมายวิธีพิจารณาปฏิบัติราชการทางปกครอง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำหรืออกคำสั่งได้เลยไม่ต้องไปดูขั้นตอนระเบียบทางราชการ นอกจากนี้ยังส่งผลให้ยกเว้นกฎหมายจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ทำให้หากมีบุคคลใดต้องการโต้แย้ง หรือขอทุเลา กฎต่างๆ คำสั่งทางปกครองต่างๆ ที่ออกมาในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อต้องการขอความเป็นธรรม ฟ้องไปที่ศาลปกครอง ศาลปกครองจะไม่รับฟ้องคดี เพราะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ยกเว้นอำนาจศาลปกครอง แม้จะสามารถฟ้องไปที่ศาลยุติธรรมได้ แต่แนวโน้มการพิพากษาคดีจะยกฟ้อง เนื่องจากเป็นดุลยพินิจและอำนาจโดยแท้ของฝ่ายบริหารของรัฐบาล ศาลไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสิบหรือธงคดีไปในทางเทคนิคว่า ผู้ฟ้องยังไม่ใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจ

“ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเสมือนเป็น “รัฐประหารโควิด” รวบอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง จนสามารถใช้กฎหมายปกติได้ การคงสถานการณ์ฉุกเฉินไว้จึงไม่มีความจำเป็น ประชาชนมีสิทธิที่จะตั้งคำถามดังๆกลับไปว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต่อการจัดการโรคระบาด หรือ จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือป้องกันการชุมนุมต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ กันแน่ ประชาชนต้องไม่ยอมให้รัฐบาลทำเรื่องผิดปกติให้เป็นปกติ ร่วมมือกันรณรงค์ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที” นายปิยบุตร กล่าว

พอได้แล้วหรือยัง? “สถานการณ์ฉุกเฉิน”

[ พอได้แล้วหรือยัง? “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ] ในตอนแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้คนอาจเห็นด้วย เพราะความกลัวว่าภยันตรายจากโรคระบาดนั้นใกล้เข้ามาทุกที ทั้งมีแนวโน้มตัวเลขคนเจ็บคนตายที่อาจจะมีจำนวนมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไทยก็สามารถควบคุมตัวเลขคนป่วยคนตายให้ต่ำกว่าวันละ 10 ได้แล้ว ผู้คนหายตื่นตระหนกและกลับมาตั้งคำถามว่าประเทศไทยสามารถทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 น้อยลง เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่? มาจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลสืบทอดอำนาจจริงหรือไม่? หรือเอาเข้าจริง เป็นเพราะความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจจากบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ทั้งแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) และความเสียสละของพี่น้องประชาชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันรักษาระยะห่างทางสังคม? และการคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและคงเคอร์ฟิวเอาไว้นั้น เพื่ออะไรกันแน่? มีไว้เพื่อแก้ปัญหาความแตกแยกภายในของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงการขาดประสิทธิภาพในการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคณะรัฐมนตรีที่มาจากหลายพรรคหลายกลุ่ม จนต้องรวบอำนาจไว้ที่ตัวเองคนเดียวจนเป็นเปรียบเสมือนการ “รัฐประหารโควิด-19” เอารูปแบบการบริหารงานรัฐบาลแบบ คสช. กลับมาใช้อย่างนั้นหรือ? หรือมีไว้เพื่อป้องกันนักศึกษาและประชาชนที่จะออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่ขาดทั้งความชอบธรรมและขาดทั้งประสิทธิภาพหรือไม่? พี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ โปรดอย่ายอมให้รัฐบาลทำเรื่องที่ผิดปกติจนกลายเป็นเรื่องปกติ New Normal ต้องไม่ใช่ Abnormal มาร่วมกันรณรงค์ให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน เพื่อปากท้อง และเพื่อเสรีภาพในการใช้ชีวิต ในการคิดการเขียน และการแสดงออกของทุกคน #ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน

Posted by Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล on Thursday, May 21, 2020