“ชวลิต” ชี้ปัจจุบันชาวนาเป็น “กระดูกสันหลังผุ ๆ” ยากจะแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส หากไม่เยียวยาให้เหมาะสม

0
282

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า วิกฤตไวรัสโควิต – 19 ระบาดทั่วโลกครั้งนี้ ส่งผลกระทบมากมายหลายด้าน และหนึ่งในผลกระทบที่คาดว่าโลกจะขาดแคลน คือ “อาหาร” จะเกิดยุค ข้าวยาก หมากแพงตามมาอย่างแน่นอน

ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรเกษตรกรผลิตอาหารป้อนคนไทย และชาวโลกมาช้านาน

วิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 ภาคเกษตรช่วยพยุงชนบท พยุงเมือง และประเทศไทยให้รอดพ้นวิกฤตมาได้อย่างน่าชื่นชม

แม้เกษตรกรจะได้รับการยกย่องเสมอมาว่าเป็น “กระดูกสันหลังของชาติ” แต่ในข้อเท็จจริงสภาพของเกษตรกรไทยปัจจุบัน เปรียบเสมือน “กระดูกสันหลังผุ ๆ” นับวันโรยรา ผุกร่อน ไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป ๆ 

หากไม่มีการเมืองที่เข้มแข็งในนโยบาย ให้ความสำคัญกับเกษตรกรอย่างแท้จริงมาอุ้มชูในด้านนโยบาย ก็ยากอย่างยิ่งที่จะแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสตามที่หลายฝ่ายตั้งความหวังไว้

เห็นได้จากจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผ่านมาที่ทำให้เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาอ่อนแอลง ๆ  คือ การมุ่งทำลายล้างโครงการจำนำข้าวและผู้ดำเนินนโยบาย แม้กระทำสำเร็จ แต่ในอีกด้านหนึ่งเท่ากับ “ฆ่าชาวนา” เพราะไม่มีนโยบายที่เหมาะสมมาทดแทน ชาวนาจึงลำบากยากเข็ญ

ช่วงดำเนินนโยบายโครงการรับจำนำข้าว ชาวนาเริ่มลืมตาอ้าปากได้ เริ่มหมดหนี้สิน เมื่อเลิกหรือทำลายนโยบายนี้สถานการณ์ได้กลับตาลปัตร ชาวนาได้ยากจนโดยฉับพลัน ปัจจุบันหนี้สินรกรุงรัง หมดกำลังแรงใจในการทำอาชีพเกษตรกรไปมากมาย

ดังนั้น  ก่อนที่จะวาดความฝันสวยหรู ว่าประเทศไทยจะผลิตอาหารปลอดภัยป้อนคนไทย และป้อนชาวโลก แปรวิกฤตให้เป็นโอกาส เราควรมาช่วยกันดูแลเยียวยาให้ชาวนามีกำลัง มีแรงใจที่จะผลิตอาหารก่อน น่าจะเป็นหนทางทึ่ดีที่สุดเพราะผลผลิตจะดีได้ ผู้ผลิต คือ ชาวนา จะต้องมีความพร้อมในการผลิต ในการเพาะปลูก

รัฐบาลนี้บริหารจัดการเยียวยาเกษตรกรไว้หลังสุด ทั้ง ๆ ที่เกษตรกรเดือดร้อนสะสมมาเป็นเวลา 6 ปี ที่สินค้าเกษตรแทบทุกตัวราคาตกต่ำ เกษตรกรจึงมีแต่หนี้สินดังกล่าวข้างต้น แล้วจะมีกำลังแรงใจผลิตอาหารป้อนคนไทย ป้อนชาวโลก ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

พรรคเพื่อไทยได้เสนอให้มีการเยียวยาเกษตรกร ครัวเรือนละ 35,000 บาท เพราะเริ่มฤดูกาลผลิต

ปี 63/64 พอดี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิต ตั้งแต่ค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ค่าไถพรวน ฯลฯ และเยียวยาภัยแล้ง น้ำท่วมที่รัฐบาลค้างจ่าย รวมทั้งเป็นค่าดำรงชีพ 3 เดือน ๆ ละ 5,000 บาท ก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต

แต่รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรเพียง รายละ 5,000 บาท รวม 3 เดือน เป็นเงิน 15,000 บาท ซึ่งถ้าเป็นพรรคเพื่อไทย จะเยียวยาเกษตรกร ครัวเรือนละ 35,000 บาทด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้แทนประชาชน ขอให้กำลังใจเกษตรกร พวกเราจะทำหน้าที่อภิปรายในสภา ฯ เรียกร้องการเยียวยาเกษตรกรให้เหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรมีพลังในการทำหน้าที่ผลิตอาหารป้อนคนไทย ป้อนชาวโลก ในยุคข้าวยากหมากแพง เพื่อร่วมกันแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสให้เป็นจริง

ในชั้นนี้ บรรดา ส.ส.ต่างออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชน โดยเฉพาะให้กำลังใจเกษตรกร ขออย่าท้อถอย พวกเราจะทำหน้าที่สนับสนุนท่านอย่างดีที่สุดแม้จะเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในสภา ฯ