“การุณ” ชี้ “บิ๊กตู่” ยึดอำนาจสธ.ตั้งเด็ก“วิษณุ”คุมเวชภัณฑ์ อัดรวบอำนาจตั้งคณะทำงานไม่มีองค์ความรู้ด้านสาธารณสุข

0
796

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) จำนวน33คน  สาระสำคัญให้คณะกรรมการชุดนี้ที่นายกฯ แต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  มีอำนาจกลั่นกรอง ควบคุม การบริการจัดการพัสดุ และเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย แทนการทำหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นั้น ตนเองรู้สึกเป็นห่วงว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นจะไปซ้ำซ้อนกับการทำงานของหน่วยปกติที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า? และถ้าใช่ จะทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนและเปลืองทรัพยากรบุคคลที่มีไม่เพียงพออยู่แล้วหรือไม่?

“การตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมาพบว่า พลเอกประยุทธ์ ได้มอบอำนาจทั้งหมด ในการจัดซื้อ เวชภัณฑ์ ทั้งหนากากอนามัย ชุดป้องกันเชื้อ และเจลแอลกอร์ฮอล์ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ แทนการดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุข การทำเช่นนี้จะส่งผลต่อเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆหรือไม่ คงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะความพยายามในการแก้ปัญหาแบบนี้อาจจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาก็ได้”

นายการุณ กล่าวด้วยว่า การตั้งคณะทำงานชุดดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจการบริหารเวชภัณฑ์ที่มีปัญหาในการขาดแคลนมาตลอด ภายใต้การบริหารงานของทีมงานนายอนุทิน ชาญ วีรกุลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้การที่พลเอกประยุทธ์ ดึงอำนาจในการบริหารจัดการเวชภัณฑ์ทั้งหมดมาอยู่ที่คณะกรรมการชุดใหม่ เป็นที่น่าสังเกตว่ารายชื่อคณะกรรมการที่ประกาศมานั้น ส่วนที่เป็นข้าราชการประจำจะมีองค์ความรู้ด้านสาธารณสุข และมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับการจัดการโรคระบาดโควิด-19 เพียงพอหรือไม่? ตลอดจนการตั้งเจ้าของคลินิกโรคผิวหนัง  คณะทำงานนายวิษณุ  เครืองาม เป็นเลขาฯคุมการจัดซื้อเวชภัณฑ์ทั้งหมดที่ใช้การต่อสู้กับโควิด-19 เป็นเรื่องที่เหมาะสมและถูกต้องหรือไม่? 

“คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารฯชุดดังกล่าว ถูกคนในวงการกล่าวหาอย่างชัดเจนว่า พลเอกประยุทธ์ต้องการดึงอำนาจการบริหารงานในกระทรวงสาธารณสุขมาไว้กับตัวเพราะ ไม่ไว้ใจคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุข เรื่องนี้จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆถือเป็นการบั่นทอนกำลังใจในการทำงานของข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุขอย่างมาก ทั้งๆที่ทำงานหนักและเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดโควิด-19มาตั้งแต่เกิดการระบาดใหม่ๆด้วยกันมาตลอด” นายการุณกล่าว