พรรคก้าวไกล จี้ ตำรวจการแจ้งความแหม่มโพธ์ดำเท่ากับการปิดปากประชาชน หากพาณิชย์มั่นใจสุจริตจริงเร่งส่งข้อมูลการผลิตทั้งหมดแก่กมธ.ปปชเพื่อเผยแพร่แก่ปชช.ต่อไป

0
288

นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคณะที่ 2 ในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ดำเนินการเข้ามาตรวจสอบการกักตุนหน้ากากอนามัย กล่าวถึงกรณีที่รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวจะดำเนินคดีกับเพจแหม่มโพธิ์ดำที่ออกมาตรวจสอบกระบวนการกักตุนหน้ากากเป็นรายแรกว่า ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ที่จะดำเนินคดีกับผู้กักตุนหน้ากากอนามัย เพียงแต่การทำหน้าที่ในคดีนี้ในเรื่อง การจะสืบสวนไปในทางจะดำเนินคดีกับ ผู้เกี่ยวข้องกับเพจแหม่มโพธิ์ดำ ดูเหมือนจะผิดที่ผิดทางไปพอสมควร เพราะการที่แหม่มโพธ์ดำในฐานะสื่อสาธารณะ ออกมาตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบการกักตุนหน้ากากในช่วงที่หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าจำเป็นในประเทศไทย เพื่อประโยชน์ของประชาชน เป็นอุปกรณ์ป้องกีนไม่ให้ติดโรคร้าย แต่ถูกบุคคลบางกลุ่มมีพฤติกรรมนำไปหาผลประโยชน์ในช่วงวิกฤติ อีกทั้งข้อมูลที่แหม่มโพธิ์ดำได้นำมาตีแผ่ให้ประชาชนได้รับทราบก็สอดคล้องกับ การแจ้งความเอาผิดกับนายศรสุวีร์หรือเสี่ยบอยที่โพสต์เฟซบุ๊กอ้างว่ามีหน้ากาก 200 ล้านชิ้น ก่อนขยายผลมาสู่การจับกุมนายพันธ์ยศได้พร้อมของกลางซึ่งก็เป็นผลมาจากโพสต์ของเสี่ยบอยที่เพจแหม่มโพธิ์ดำเอามาเผยแพร่ แสดงว่าโพสต์ดังกล่าวเป็นหลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด แล้วจะมาดำเนินคดี กับผู้ที่ชี้เบาะแสได้อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการตีความทางกฎหมายถูกนำมาใช้คลาดเคลื่อนในการที่จะหาคนผิดที่แท้จริงมาลวโทษหรือไม่และอาจเป็นการปิดปากประชาชน ในการแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ ต่อการบริหารราชการในช่วงการใช้อำนาจพรก.ฉุกเฉินในช่วงเวลานี้ควรพิจารณาดีๆมิฉนั้นจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี และไม่สามารถหาคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษได้ โดยที่ตัวการใหญ่ เช่นฝ่ายราชการและฝ่ายการเมือง ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องอาจหลุดพ้นไปได้ อบ่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาในอดึต

เท่าที่ทราบสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคดีเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัยอยู่ทั้งหมด96คดี คดีเหล่านี้ถือเป็นคดีใหญ่และสังคมให้ความสนใจเนื่องจากเป็นการค้ากำไรบนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งคดีเหล่านี้ทางปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไไปตั้งคนของกรัะทรวงเองไปตรวจสอบเองไปสอบสวนด้วยตนเองแต่ไม่มีการสืบหาความจริงไปยังต้นตอการผลิต ผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ควรถูกตรวจสอบ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาเวลาไปสืบหาความจริง และสาวให้ถึงผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงในกระบวนการดังกล่าวได้จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า

ทั้งนี้นายธีรัจชัยกล่าวว่า ทางกรรมาธิการปปช.ได้ส่งเอกสารขอข้อมูลการผลิต ราคาต้นทุนวัตถุดิบ ปริมาณการนำเข้าและส่งออกไปยังกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบใดๆ จึงฝากเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระทรวงพาณิชย์ว่าหากมั่นใจว่าสายพานการผลิตหน้ากากอนามัยโปร่งใสจริง ควรเร่งยื่นข้อมูลทั้งหมดมายังกมธ ปปช เพื่อเปิดเผยต่อประชาชนต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here