มติที่ประชุมพรรคก้าวไกล “ทิม พิธา” นั่งหัวหน้า ประกาศสานต่ออุดมการณ์ “อนาคตใหม่” จุดไฟ 54 ส.ส.พร้อมเดินเคียงข้างปชช.

0
475

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่ศูนย์ประสานงาน ส.ส.ฝั่งธนบุรี ส.ส.อดีต พรรคอนาคตใหม่ 54 คน ได้ร่วมกันทยอยเดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล พร้อมร่วมประชุมใหญ่วิสามัญ โดยมีวาระสำคัญคือการแก้ไขข้อบังคับของพรรคก้าวไกล ซึ่งมีการแก้ไขนโยบายและอุดมการณ์ของพรรค ให้สอดคล้องกับอุดมการณ์และแนวนโยบายของอดีตพรรคอนาคตใหม่ 12 นโยบายเดิมที่จะมีการสานต่อผ่านพรรคก้าวไกล, การแก้ไขสัญลักษณ์ของพรรค เป็นสัญลักษณ์ลูกศรสองอันซ้อนกัน โดยลูกศรหมายถึง ความพร้อมที่จะพุ่งทยานไปข้างหน้าสู่อนาคต สู่ความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน เพื่ออนาคตของประชาชนชาวไทย และสีส้มที่เป็นแสงแห่งรุ่งอรุณ นอกจากนี้ยังมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลชุดใหม่ด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้แถลงต่อสื่อมวลชนถึงผลการประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการบริหาร 10 คน ได้แก่ 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 2.นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค 3.นางสาวณธีภัสร์  กุลเศรษฐสิทธิ์ เป็นเหรัญญิกพรรค 4. นายณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตรตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค 5.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคเหนือ 6.นายสมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคใต้ 7. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคกลาง 8.นางสาวเบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคตะวันออก 9.นายอภิชาติ ศิริสุนทร กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ10.นายสุเทพ อู่อ้นกรรมการบริหารพรรคสัดส่วนปีกแรงงาน

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมนายพิธา ในฐานะหัวหน้าพรรค ยังได้มีการเสนอชื่อตามข้อบังคับของพรรค เพื่อแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค 4 คน ประกอบไปด้วย 1. พ.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท 2.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 3.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และ 4.นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งคณะโฆษกพรรค 4 คน ประกอบไปด้วย1. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร 2. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 3.นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา และ 4.ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์  ขณะที่ นายชัยธวัช ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้เสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งรองเลขาธิการพรรค 11 คนประกอบไปด้วย 1. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน 2.นายเอกภพ เพียรพิเศษ 3. นางสาววรรณวลี ตะล่อมสิน 4. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 5.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงษ์วุฒิ 7.นางสาววรรณวิภา ไม้สน8.นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ 9. นายคำพอง เทพาคำ 10.นายรังสิมันต์ โรม และ 11. นายธีรเศรษฐ พัฒน์วราพงษ์

ต่อมา นายพิธา แสดงวิสัยทัศน์ต่อสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาสมัครสมาชิก ตอนหนึ่งว่า เป็นเวลากว่า 23 วันแล้วที่พรรคอนาคตใหม่ถูกทำให้หายไปจากการเมืองไทยและ ส.ส.ต้องไร้สังกัดพรรคการเมือง แต่วันนี้เราได้ย้ายเข้าสู่บ้านใหม่อย่างเป็นทางการกับพรรคก้าวไกล ตนต้องขอบคุณกำลังใจจากทุกคนที่เป็นเชื้อไฟให้เราเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่ย่อท้อ พรรคก้าวไกล คือ บทที่สองของอดีตพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล คือ พรรคที่สืบทอดเจตนารมณ์ อุดมการณ์ และจิตวิญญาณมาจากอดีตพรรคอนาคตใหม่ จะยังเป็นความหวังให้กับคนที่สิ้นหวังในประเทศนี้ ยังขอเป็นปากเสียงให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยในประเทศนี้ พาประเทศไทยกลับไปสู่ประชาธิปไตย เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย ยุติระบอบรัฐประหาร สถาปนานิติรัฐที่ทุกคนเสมอหน้ากันต่อกน้ากฎหมาย เรายังยึดมั่นในนโยบายเดิม

นายพิธา กล่าวว่า ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด เต็มไปด้วยวิกฤติรอบด้านที่แสดงให้เห็นแล้วว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถนำพาประเทศไปต่อได้และจะทำให้คนทั้งชาติลงเหว ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตของประชาชนในประเทศไทยถูกกำหนดโดยยอภิสิทธิชน กองทัพ ข้าราชการ และกลุ่มทุนผูกขาด เสียงของประชาชนไม่เคยดังพอที่รัฐบาลจะได้ยินหรือได้ยินก็ทำหูทวนลม สภาพการบริหารงานของประเทศไทยคือสภาพรัฐบาลล้มเหลว ไม่ว่าจะวิกฤติโควิด-19 วิกฤติฝุ่นพิษ วิกฤติเศรษฐกิจที่ตกต่ำที่สุดในประวัติการณ์ วิกฤติการเมืองที่เกิดจากรัฐธรรมนูญคสช.ที่ใช้ ส.ว. 250 คนเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ บริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพและขาดเอกภาพ เกิดองค์กรอิสระที่เลือกปฏิบัติและกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน 

“วิกฤติเหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมเรายังต้องเดินตามนโยบายของอดีตพรรคอนาคตใหม่ นั่นคือการแก้ไขปัญหาโครงสร้าง เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาสคำสั่ง คสช. เราจะยังเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเพื่อนกระดับสิทธิและสวัสดิการให้กับแรงงาน เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ในการปลดล็อคธุรกิจน้ำเมากว่าแสนล้านบาทจากนายทุนไม่กี่รายให้ไปตกกับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง และร่างกฎหมายอื่นๆที่จะปลดล็อคสังคมไทยออกจากวิกฤติ และสุดท้ายเราจะยังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศมีอำนาจอย่างแท้จริง ให้สถาบันการเมืองจากการเลือกตั้งมีอำนาจเป็นปากเสียงให้กับประชาชนยกเลิก ส.ว.แต่งตั้ง ยกเลิกยุทธศาสตร์ 20 ปี แก้ที่มาขององค์กรอิสระให้ยึดโยงกับประชาชน” นายพิธา กล่าว 

นายพิธา กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงในสภาผู้แทนราษฎรอาจจะช้าเกินไป และผู้มีอำนาจพยายามกัดกร่อนให้สภาอ่อนแอ จากสภาเสียงปริ่มน้ำกลายเป็นสภางูเห่า แต่ในความมืดมิดยังมีแสงสว่าง พวกเราเห็นการลุกขึ้นสู้ของเยาวชนในสถานศึกษามากกว่า 40 แห่ง นักเรียน นิสิต นักศึกษาต่างออกมารณรงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการประเทศไทยที่มีอนาคตมากกว่านี้ แม้ต้องเผชิญหน้าจากการขัดขวาง กดดัน ข่มขู่จากผู้ใหญ่ของบ้านเมืองนี้พวกเรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พวกเราเห็นประกายไฟแห่งความหวังถูกปลุกขึ้น เป็นประกายไฟที่จุดให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลก้าวต่อไป ยืนหยัดในรัฐสภาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม ทำให้ประเทศนี้ก้าวไปได้ไกลกว่านี้ พวกเราจะทำงานในสภาอย่างแข็งขันคู่ขนานไปกับความเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชน เพื่อนำพวกเราออกจากวิกฤติและนำประเทศกลับสู่วิถีทางประชาธิปไตย ที่ประชาชนมีอำนาจสูงสุดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นมีการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล โดยมีประชาชนเป็นจำนวนมากเดินทางมาสมัครที่ศูนย์ประสานงานพรรค ขณะที่บนเวที นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นำเสนอแอพลิเคชั่นการสมัครสมาชิกออนไลน์  ทั้งนี นายฐณะวัฒน์ ณ รังษี หนึ่งในประชาชนที่เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกลในวันนี้ระบุว่าวันนี้ตนเดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลกเพื่อมาสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะแล้วจะเดินทางกลับทันทีโดยตนเป็นคนที่ติดตามข้อมูลของพรรคมาตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่วันนั้น ตนได้สมัครสมาชิกออนไลน์ ร่วมกิจกรรมในพิษณุโลกมาตลอด ช่วยหาเสียงก็ทำมาแล้ว แม้วันนี้พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ ตนมีความเสียใจ แต่ก็เข้าใจในความเป็นไปของสังคมที่อยุติธรรม วันนี้ที่ตัดสินใจมาถึงที่กผ้เพราถอยากมาสมัครสมาชิก สังผัสบรรยากาศเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน โดยตนหวังว่าพรรคก้าวไกลจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ให้สามารถผลักดันไปสู่การปฏิบัติจริงและเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้

ด้าน  นายศดิศ ใจเที่ยง อาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ลำดับที่ 62 ก็ได้เดินทางมาสมัครสมาชิกกับเพื่อน พร้อมจะนำใบสมัครกลับไปให้เพื่อนร่วมอาชีพที่สนามบินสมัครด้วย ระบุว่าเหตุผลง่ายๆที่ตนมาวันนี้ก็เหมือนกับทุกคน คือการได้เห็นความไม่เป็นธรรมในประเทศนี้ ต้องการเห็นความเป็นธรรมในสังคมไทยและต้องการเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างแท้จริง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here