“รยุศด์” ชี้ 3 เหตุผลที่ “ประยุทธ์” ต้องทบทวนตนเองอย่างมีสติ พร้อมถาม หากยืนอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยากของผู้คนในชาติจะตัดสินใจอย่างไร

0
726

ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองว่า ขณะนี้ ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตและความท้าทายครั้งสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

1.ด้านการเมือง เกิดปรากฎการณ์การชุมนุมของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา จากหลายสถาบัน และหลายระดับชั้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤตศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลและผู้มีอำนาจในการปกครองประเทศ ที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม นิติรัฐ และหลักธรรมมาภิบาล หรือ good governance

2.ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นปัญหาและโจทย์ใหญ่สำคัญที่สุดของประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ส่งผลกระทบไปทั่วทุกหัวระแหง ทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น (ยกเว้นเจ้าสัวและกลุ่มทุนใหญ่) ต่างได้รับความเสียหายและยากลำบากต่อการดำเนินชีวิต ค่าครองชีพสูง คนตกงาน จะเรียกว่าเป็นภาวะข้าวยากหมากแพง ทำให้เกิดเป็นปัญหาสังคม อื่นๆ ตามมามากมาย เช่น การฆ่าตัวตาย การก่ออาชญากรรม และอื่นๆเป็นต้น

3.ด้านสาธารณสุข ประชาชนคนในประเทศที่ไม่เพียงต้องมารับชะตากรรม กับการระบาดของโควิด-19 แต่ยังต้องมารับสภาพการบริหารจัดการของรัฐบาล ที่ทำให้สังคมเกิดคำถามมากมาย เช่น การอ้างว่าการชุมนุมของนักศึกษาอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของโควิด-19 แต่ขณะเดียวกัน ยังปล่อยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเดินทางเข้าประเทศได้อย่างปกติ หรือ แม้แต่กรณีการกักบริเวณ 14 วัน ของคนที่เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงว่ามีความจำเป็นต้องทำ แต่กับรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลกลับเลือกปฎิบัติในสิ่งที่ตรงกันข้าม ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงกรณีปัญหาหน้ากากอนามัยที่ขาดตลาด ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา และแนวทาง ตลอดจนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า จาก 3 เหตุผลดังกล่าว ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อย หรืออาจจะเรียกว่าส่วนใหญ่ของประเทศต่างตกอยู่ในภาวะและสถานการณ์ที่ยากลำบากมากที่สุดครั้งหนึ่งในช่วงชีวิต ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเหนื่อยหน่ายสิ้นหวังต่อระบบ หลักนิติธรรมและนิติรัฐของประเทศ ความศรัทธาและความมุ่งหวังที่มีต่อรัฐบาลที่จะสามารถพึ่งพาได้นั้นลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ดังนั้นตนในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทย อยากเรียนถามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า

“หากตอนนี้ท่านกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยาก และสถานการณ์ความยากลำบากของผู้คนในชาติ ท่านจะตัดสินใจทำอย่างไร อยากขอให้ท่าน ทบทวนไตร่ตรองอย่างมีสติ ปราศจาคอคติใดๆทั้งสิ้น เพราะท่านเป็นผู้นำประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน หากการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งของท่าน สามารถทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น และทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชาติได้ ท่านจะตัดสินใจทำหรือไม่ ซึ่งท่านคงต้องเป็นผู้พิจารณาด้วยตัวท่านเอง เพราะอย่างไรตนก็เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าท่านก็รักประเทศไทย และห่วงใยอนาคตของชาติบ้านเมืองไม่ต่างจากตน และน้องๆนักเรียนนักศึกษาที่กำลังชุมนุมเพื่อเรียกร้องอนาคตของพวกเขาอยู่ในตอนนี้เช่นกัน”

ดร.รยุศด์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอเป็นกำลังใจและยืนเคียงข้างกับน้องๆทุกท่าน ที่กำลังเรียกร้องประชาธิปไตย ความถูกต้อง และความยุติธรรมให้กับประเทศอยู่ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ขอให้การเรียกร้องครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ สงบและสันติ ตามแนวทางของปัญญาชน ภายใต้กฎหมายและหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถ้ายึดตามหลักนี้ การชุมนุมก็ย่อมจะเป็นเสรีภาพที่ใครก็ไม่อาจที่จะละเมิดได้ อีกทั้งจะทำให้การเรียกร้องมีพลัง สามารถสร้างแนวร่วม และเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งท้ายสุดย่อมจะมีอานุภาพสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับประเทศอย่างแน่นอน