“ดร.สุรเชษฐ์” วอนสื่อช่วยจับตา “สัมปทานทางด่วน” – ชี้ ร่างสัญญาฉบับใหม่ไม่ชอบธรรม “เอื้อประโยชน์นายทุน”

0
101

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ​ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวประเด็น​กรณีการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน BEM ที่รัฐมนตรีกระทรวงว่าการคมนาคมเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมีความเป็นได้ว่าจะได้รับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามกฎข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามข่าวออกมาว่า รักษาการผู้ว่าการทางพิเศษฯ ลาออกเพราะไม่อยากลงนามในสัญญานั้น ตนในฐานะตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ จะขอให้ข้อเท็จจริงและแสดงจุดยืนว่า การที่รักษาการผู้ว่าการลาออกทั้งที่เหลืออายุราชการอีก 5 ปี และเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 20 วัน โดยให้เหตุผลในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งข้อเท็จจริงในใบลาออกนั้นระบุว่า ขอให้การลาออกมีผลในวันที่ 3 มีนาคม ทั้งนี้สัญญาสัมปทานทางด่วนจะหมดสัญญาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า ท่านไม่อยากลงนามในสัญญาที่ไม่ชอบธรรมฉบับนี้ ซึ่งตนและพรรคอนาคตใหม่ก็ขอขอบคุณที่ท่านพยายามรักษาผลประโยชน์ให้หน่วยงานและประชาชน

อย่างไรก็ตามนอกจากการที่รักษาการผู้ว่าการทางพิเศษลาออกนั้น ผู้ว่าการทางพิเศษตัวจริงก็ลาออกเช่นเดียวกัน โดยท่านเหลืออายุงานตามสัญญาอีก 6 เดือน ซึ่งการณ์นี้ ตนมองได้เพียงอย่างเดียวว่า ผู้ว่าการทางพิเศษนั้นกลัวการลงนามของสัญญาฉบับนี้จึงชิงลาออกก่อนกำหนด ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ท่านได้เขียนลงไปในใบลาออกโดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้าได้ทำงานที่การทางพิเศษด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเต็มความสามารถตลอดระยะเวลา 30 ปีโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติองค์กรพนักงานและลูกจ้างของการทางพิเศษเป็นสำคัญซึ่งปัจจุบันข้าพเจ้าไม่สามารถบริหารงานได้ตามความตั้งใจดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอลาออกจากการทางพิเศษที่ 3

“เป็นที่น่าสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในระยะเพราะว่าผู้ว่าการถึง 2 ท่านลาออกในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน แสดงให้เห็นว่ามันมีความกังวลใจ ในเนื้อหาสาระของสัญญาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน เพราะคนที่เซ็นต์ไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ ซึ่งในความไม่ชอบมาพากลแบบนี้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการลาออก จุดยืนของผมและพรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง จึงจำเป็นต้องสู้อย่างสุดซอย เพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนนับแสนล้านบาท เราไม่ต้องการให้เดบรรทัดฐานใหม่ในการเอื้อผลประโยชน์ให้กับนายทุน และนำสัมปทานทางด่วนกลับมาเป็นของรัฐที่กำลังจะหมดอายุตามสัญญาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ แล้วเราค่อยมาเขียนข้อดีข้อเสียกัน ว่าเราจะเดินเดินต่ออย่างไร นอกจากนี้อาจจะเปิดประมูลใหม่โดยให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมในรูปแบบของสัมปทาน แล้วแบ่งสัดส่วนรายได้กันระหว่างรัฐกับเอกชนที่ดำเนินการ หรืออาจจะเป็นการจ้าง outsource แข่งขันโดยการประมูลทั่วไปว่าใครจะมารับจ้าง” สุรเชษฐ์ กล่าว

สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้จะต้องให้ผ่านวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ก่อน สัมปทานทางด่วนถึงจะตกมาเป็นของรัฐ แล้วเราก็ต้องมาคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุดจากทางด่วนตรงนี้ ไม่ใช่ว่าจะงุบงิบเจรจาแล้วยื่นขยาย 15 ปีให้เอกชนแบบนี้ไม่ถูกต้อง ผมและพรรคอนาคตใหม่จึงอยากให้ประชาชนรวมถึงพี่น้องสื่อมวลชนช่วยกันจับตานะครับประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ ซึ่งเราคาดว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ เพราะว่าจะหมดอายุสัมปทานในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และอย่างที่เรียนข้างต้นว่า ร่างสัญญาฉบับนี้ไม่ชอบธรรมไม่ถูกต้องและเป็นการประโยชน์ให้นายทุน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here