“ส.ส.อนาคตใหม่” ร่วมไว้อาลัย​เหตุ​ “กราดยิงโคราช” -​ เปิดเวทีเสวนาแก้ปัญหา “ฝุ่นpm 2.5” -​ “พรรณิการ์” ชี้ รัฐต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ตอบสนองต่อการก่นด่าของ ปชช. – ด้าน ”หมอเอก” เผย ตจว. เจอปัญหามานานแต่รัฐไม่สน – แนะบูรณาการทุกฝ่ายร่วมแก้

0
1495

***”อนาคตใหม่ เชียงราย” ถกเข้มแก้ปัญหาหมอกควัน pm 2.5 

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์​ ที่โรงแรมธันยาอินน์ จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ จัดเวทีเสวนาการแก้ปัญหา​ฝุ่น pm 2.5 อย่างยั่งยืน โดยมี นางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายแพทย์เอกภพเพียรพิเศษ​ ส.ส.เขต 1 จ. เชียงราย นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เขต 6 จ.เชียงราย นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.แบบบัญชี​รายชื่อ​พรรคอนาคตใหม่ และนายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันเสวนาถึงปัญหา​ดังกล่าว นอกจากนี้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ทีมงานจังหวัด สมาชิก และประชาชนที่มาร่วมงาน ได้ร่วมยืนไว้อาลัยและส่งกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์​กราดยิงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา​ ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์​ ที่ผ่านมา

นางสาวพรรณิการ์​ กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​ ในสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 ที่กระทบต่อประชาชนในบ้านเมืองมากขนาดนี้ สิ่งที่นักการเมืองควรจะทำคือช่วยกันรณรงค์​ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละออง​ขนาดเล็กได้ ที่ขณะตอนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากตามท้องตลาดและยังถูกคนบางกลุ่มฉวยโอกาสขึ้นราคา เนื่องจากคนทุกคนต้องใช้อย่างน้อย 1 อันต่อวันจนกว่าสภาพอากาศ​จะดีขึ้น นอกจากนี้ ชีวิตของคนไทยยังเดินมาอยู่ในจุดที่ต้องพกเครื่องวัดอากาศติดตัว หากเรามองอีกมุมหนึ่งของปัญหา ค่าครองชีพหรือรายได้เฉลี่ยของคนไทยนั้น เราต้อตั้งคำถามว่าเพียงพอต่อการซื้อของพวกนี้หรือไม่ 

*** “ช่อ” ลั่น รบ.ต้องจริงจัง – แนะเร่งเจรจาแผนความร่วมมือระหว่าง ปท.

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ นักการเมืองต้องพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังและควรจัดการอย่างไรที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การตอบสนองก่นด่าของประชาชน หน้าที่หลักของรัฐคือต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน นี่คือพื้นฐานเบื้องต้นที่รัฐต้องจัดสรรให้ประชาชนได้

นางสาวพรรณิการ์​ กล่าวอีกว่า ปัญหาหมอกควันยังเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เราต้องมองว่าหมอกควันนั้นลอยอยู่ในอากาศ เมื่อลมจากประเทศเพื่อนบ้านพัดมาในประเทศไทยก็จะพาฝุ่นเข้ามาด้วย ข้อตกลงแรกๆของกลุ่มประเทศอาเซียนคือการตกลงเรื่องปัญหาหมอกควัน ซึ่งข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ระยะเวลาขนาดนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แท้จริงแล้วเรามีแผนความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากถามว่าทำให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ ตนยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ต้องเกิดจากรัฐบาลที่จริงจังกับการแก้ไขปัญหา ที่ต้องเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านหรือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างเร่งด่วน

***”หมอเอก” เผยคน ตจว. เจอปัญหามานานแต่รัฐไม่สน – แนะบูรณาการทุกฝ่ายร่วมแก้

ด้าน นายแพทย์เอกภพ กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายนั้นประสบเรื่องฝุ่นควันมานานกว่า 2 ปีแล้ว หากพื้นที่ในกรุงเทพฯ​ประสบปัญหา​มาพร้อมๆกัน คนกรุงเทพฯ ​จะรู้สึกว่าเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย เนื่องจากที่ผ่านมาคนเชียงรายพยายามพูดถึงปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด แต่เนื่องจากคนต่างจังหวัดเสียงไม่ดังพอ แต่เมื่อปัญหาฝุ่นควันประสบปัญหาในวงกว้างรวมถึงพื้นที่กรุงเทพฯ​ รัฐบาลจึงเริ่มลงมือแก้ปัญหา หากรัฐฟังเสียงเล็กๆจากเชียงรายเมื่อ 2 ปีที่แล้วนั้น การแก้ปัญหาฝุ่นควันในกรุงเทพฯ​จะบรรเทาและมีมาตรการ​แก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ​กว่านี้ 

“หากเราพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาของฝุ่น pm2.5 เราต้องมีการวางแผนระยะสั้นระยะกลาง และระยะยาว เรายังมีความหวังว่าสามารถทำให้ฝุ่นควันหายไปได้ ซึ่งในโลกใบนี้มีหลายประเทศ ที่เจอปัญหาฝุ่นควันและสามารถแก้ปัญหา​ได้สำเร็จ ซึ่งตอนนี้เราจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ยังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่ดินอีกด้วย เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองก็จะปลูกพืชล้มลุก จึงเกิดการเผาซ้ำซาก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการเกิดฝุ่นควัน และเป็นที่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาในที่ดินทำกินของชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรอีกด้วย” นายแพทย์เอกภพ กล่าว

*** กมธ. ศึกษาปัญหา -แก้ฝุ่น ลั่นเอาจริงเพื่อประชาชน

นายแพทย์เอกภพ กล่าวต่อว่า เราต้องสนับสนุนธุรกิจที่เป็น Green economy เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาเศรษฐกิจต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายในด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมไเป็นอย่างมากตอนนี้เรามีเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green tech ซึ่งคือความสำเร็จในการบริหารจัดการและการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มการจัดการกับการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากเราผลักดันแนวคิดนี้ต่อการสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยจะนำไปสู่สังคมที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ด้าน นายกัญจน์พงศ์ กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญในตอนนี้คือ เรามีเครื่องวัดค่าฝุ่นไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันจากปัญหาฝุ่นควัน อีกทั้งภาครัฐยังปล่อยปละละเลย ในการจัดการแก้ปัญหานอกจากนี้ยังเป็นที่น่าตกใจว่า อธิบดี​กรมควบคุมมลพิษได้บอกว่าถ้าฝุ่นตอนนี้ไม่อยู่ในจุดที่อันตราย​ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่อยู่ในจุดที่อันตราย​เป็นอย่างมาก ซึ่งในฐานะ กมธ. ศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องนี้ ตนจะทำงานเรื่องฝุ่นควันอย่างจริงจังและแข็งขันเพื่อให้สิ่งที่ประชาชนควรจะรู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาให้เข้าถึงประชาชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

***เปิดเวทีรับฟังปัญหา – ชาวเชียงรายร่วมเสนอทางแก้ 

ด้าน นายพีรเดช กล่าวว่า ในด้านหนึ่งของปัญหาฝุ่น PM 2.5 นั้นเชื่อมโยงกับปัญหาที่ดิน ปัญหาการเกษตร และปัญหาของไฟป่า ซึ่งพื้นที่เชียงรายเขต 6 ในปีที่แล้วมีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงที่สุดในประเทศ ทั้งนี้ นอกจากอุปกรณ์ป้องกันภัยในพื้นที่มีไม่เพียงพอ ทำให้ในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์​ฝุ่นควัน 2 ราย ปัญหาหลักเกิดจากการเผาของเกษตรกร​ที่ทำพืชล้มลุก และปัญหาอีกส่วนหนึ่งก็เกิดในพื้นที่ประเทศพม่า แต่ในประเทศพม่านั้นไม่สามารถพูดคุยกันเองได้ จึงไม่สามารถหาข้อยุติหรือขอความร่วมมือได้อย่างเต็มที่ ปัญหาฝุ่นควันจึงเป็นปัญหาเรื้อรังของพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากจบเวทีเสวนาดังกล่าว ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้เปิดโอกาส​ให้ประชาชนที่มาร่วมกับฟังได้ตั้งคำถามพร้อมตอบคำถาม และสะท้อน​ปัญหาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข และนำไปสู่นโยบายเพื่อตอบสนองความต้องการต่อประชาชนอย่างแท้จริง