คนทุกข์ยากแห่ร่วมเพียบ ! “อนาคตใหม่” จัดเวทีฟังปัญหา “ที่ดิน – ทรัพยากรฯ” กว่า 3 พัน ร่วมแสดงตัว – “อภิชาติ” ลั่นต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ ด้าน “ธนาธร -ทิม พิธา” ร่วมเวทีด้วย

0
440

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่วัดป่าสระแก้ว ต.กุดเชียงหมี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พรรคอนาคตใหม่ ยโสธร จัดเวทีรับฟัง “ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยบรรยากาศในช่วงเช้ามีประชาชนทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีการเปิดเวทีให้พูดถึงปัญหาของแต่ละพื้นที่ อาทิ ปัญหาถูกขับไล่จากที่ดินทำกินที่อยู่มาเนิ่นนานจากนโยบายทวงคืนผืนป่า, ปัญหาผลกระทบจากการทำเหมืองแร่, ปัญหาผลกระทบจากการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นต้น โดยเวทีดังกล่าว เป็นการรวมตัวของประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสาน รวมแล้วกว่า 3,000 คน เข้าร่วม ขณะที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ในพื้นที่ภาคอีสานร่วมพบปะประชาชน อาทิ นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะ รองประธานกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึง นายคารม พลพรกลาง, นายองค์การ ชัยบุตร, นายสำลี รักสุทธี ทั้งนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเดินทางมาร่วมฟังปัญหาและรับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนด้วย

นายอภิชาติ กล่าวว่า ตลอดการทำงานของ กมธ.การที่ดินฯ ชุดปัจจุบัน มีปัญหาของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาแล้ว ราว 200-300 เรื่อง มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 12 ล้านคน โดยส่วนใหญ่มาจากนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่ง คสช. ซึ่งเรื่องนี้ไม่เฉพาะแต่ในภาคอีสานเท่านั้น แต่กระทบไปทั่วประเทศ มีคดีความเกี่ยวข้องกว่า 9 หมื่นคดี และที่สำคัญมีการใช้มาตรการรัฐที่เข้มข้นในการจัดการ ทั้งจับกุม ดำเนินคดี ไล่รื้อถอน ตัดโค่นพืชผลทางการเกษตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก ซึ่งในส่วนของ กมธ.การที่ดินฯ การแก้ปัญหา ระยะสั้น เราจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทุเลาการบังคับเรื่องคดีความ ตลอดจนผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ขณะที่ระยะยาว มีความจำเป็นต้องศึกษาให้เห็นถึงปัญหา โดยเฉพาะปัญหากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดิน ซึ่งมีอยู่หลายฉบับมาก และกระจายอยู่กับหลายกระทรวง ไม่มีความเป็นเอกภาพ อีกทั้งต้องรับรองสิทธิชุมชนอย่างแท้จริงด้วย

“ผมคิดว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ เราต้องทำให้เรื่องปัญหาที่ดินเป็นวาระแห่งชาติ ส.ส.ในฐานะตัวแทนของประชาชนต้องพูดเรื่องนี้ให้มากขึ้น ดังขึ้น พรรคอนาคตใหม่ มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เสียดายที่เรายังไม่มีอำนาจบริหาร แต่อย่างไรก็ตาม ก็ได้ใช้กลไกของ กมธ.ทำการศึกษา โดยเฉพาะที่เราได้เสนอญัตติให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก ม.44 และประกาศคำสั่ง คสช. ซึ่งน่าเสียดาย แม้ว่าเราจะชนะจนจะได้ตั้ง กมธ. อยู่แล้ว แต่ ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาลไม่ยอม ใช้กลไกพลิกแพลงโหวตใหม่จนไม่มีการตั้ง กมธ.วิสามัญ ดังนั้น ผมคิดว่า ประชาชนต้องออกมาส่งเสียงให้ดังขึ้นอีก ให้ ส.ส.ที่ไม่ฟังเสียงประชาชนเหล่านี้ได้ยิน ทำให้เขารู้ว่า อำนาจที่พี่น้องประชาชนมอบให้กับเขาไปนั้น เขาต้องใช้ทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อใช้รักษาความมั่นคงหรือสืบทอดอำนาจให้กับใครคนใดคนหนึ่ง หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” นายอภิชาติ กล่าว

นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม กมธ.สามัญ สภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะชุดที่พรรคอนาคตใหม่เป็นประธาน นั่นคือ กมธ.การที่ดินฯ ซึ่งมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นประธาน และตนเองเป็นรองประธาน รวมถึง กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธาน จะเข้ามาศึกษาและทำข้อเสนอในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน พรรคอนาคตใหม่เองก็จะลงพื้นที่รับฟังปัญหาเกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าถึงพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้น และทำนโยบายออกมาให้ให้ตอบสนองความต้องการพี่น้องประชาชนอย่างแท้