“พิชัย” แนะ “บิ๊กตู่” ปลด “สมคิด” เพื่อให้รับผิดชอบความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ ชี้ หมดเครดิตและเริ่มพูดสะเปะสะปะ ติง หากไม่ปลดเท่ากับยอมรับความล้มเหลวไว้เอง

0
1534

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า สภาวะเศรษฐกิจของไทยยังคงย่ำแย่ลงไปอีก การส่งออกในเดือนตุลาคมติดลบถึง 4.5 % แต่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กลับบอกว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ชะลอตัว อีกทั้งยังบอกว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ที่ขยายตัวได้อย่างต่ำเตี้ยเพียง 2.4% แต่นายสมคิดกลับบอกว่าเศรษฐกิจโตได้ดีเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งสวนกับความรู้สึกของคนทั้งประเทศที่กำลังย่ำแย่จากพิษเศรษฐกิจ

ดังนั้นจึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว. กลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้ปลดนายสมคิดออกจากรองนายกรัฐมนตรี เพราะดูเหมือนว่าจะหมดความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของไทยแล้ว ถึงต้องออกมาพูดสะเปะสะปะเหมือนหลอกตัวเอง และ หลอกประชาชนไปวันๆเพื่อประคองตัว ใครมาถาม หรือ มาต่อว่าเรื่องเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ นายสมคิดก็จะออกตัวว่าไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้ว และโยนให้ไปถามพลเอกประยุทธ์ที่เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งเท่ากับ โยนความล้มเหลวในปัจจุบันที่สืบเนื่องมากจากความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ให้กับพลเอกประยุทธ์รับไปเต็มๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันนายสมคิดทำหน้าที่อะไร ถ้าเที่ยวโยนความรับผิดชอบแบบนี้ จึงไม่ควรจะทำงานต่อแล้ว และการปลดนายสมคิดยังจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าใครควรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดและล้มเหลวตลอดเวลาที่ผ่านมา

อีกทั้ง สื่อหลักต่างประเทศที่ได้มาพบตน ต่างพากันหัวเราะที่นายสมคิดออกมาพูดว่าไม่อยากให้คนวิจารณ์ว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะจะขาดความเชื่อมั่น ซึ่งดูเหมือนความคิดยังยึดติดอยู่กับความเป็นเผด็จการที่ไม่อยากให้คนวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งที่ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมากจาก รายได้ที่ลดลงไม่พอเลี้ยงครอบครัว ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก การค้าขายฝืดเคือง กว่าพันโรงงานปิดตัวลง คนตกงานจำนวนมาก หนี้สินท่วมตัว หุ้นตกหนัก คนฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมากจากพิษเศรษฐกิจ และยังไม่มีทิศทางที่จะดีขึ้น แต่นายสมคิดกลับห้ามคนไม่ให้พูดว่าเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งไม่มีผู้บริหารของประเทศประชาธิปไตยที่ไหนที่จะกล้าบอกแบบนี้ อีกทั้งประชาชนทนลำบากมากว่า 5 ปีแล้ว ไม่ใช่พึ่งจะลำบากกันปีนี้ ซึ่งนายสมคิดไม่เคยยอมรับการบริหารงานของตัวเองที่ล้มเหลวมาตลอดนี้เลย ดังนั้น การที่ไม่อยากให้คนพูดถึงเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ก็เพราะไม่ต้องการให้คนพูดประจานความล้มเหลวในการบริหารของนายสมคิดนั่นเอง

ทั้งนี้ยังไม่นับก่อนหน้านี้ที่นายสมคิดเคยประกาศเป็นสัญญาประชาคมว่าคนจนจะหมดไปในปี 2561 แต่กลับมีคนจนเพิ่มขึ้นถึง 14.5 ล้าน ตามจำนวนคนที่รับบัตรคนจน และทุกปีนายสมคิดจะให้ความหวังลมๆแล้งๆว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะฟื้น แต่ก็ไม่เคยฟื้นเลย และบอกว่านักลงทุนต่างประเทศกำลังเข้ามา แต่ยอดการลงทุนจริงกลับลดต่ำลงมาตลอด จนหมดเครดิตและไม่เหลือความน่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว

ความล้มเหลวของนายสมคิดสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนจากการที่มีการสั่งให้ไปลบคลิปที่นายสมคิดเคยวิจารณ์รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไว้เรื่องเสาหลักเศรษฐกิจเสื่อมในปลายปี 2556 ก่อนจะมีการปฏิวัติ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับผลงาน 5 ปีที่ผ่านมา การบริหารของนายสมคิดกลับทำทุกเสาหลักเศรษฐกิจของไทยเสื่อมลงหนักกว่ามาก จนตัวเองทนละอายใจไม่ไหว จึงต้องสั่งลบคลิปที่ตัวเองพูดไว้เองออกไปใช่หรือไม่

นายสมคิดพูดไว้เองว่าการฟื้นเศรษฐกิจต้องอาศัยความเชื่อมั่น ดังนั้น ต้องถามว่าจากเหตุการณ์และเหตุผลที่กล่าวมานี้ประชาชนไม่เหลือความเชื่อมั่นให้กับนายสมคิดแล้ว การฟื้นฟูเศรษฐกิจคงเป็นไปไม่ได้เลย ถ้านายสมคิดยังคงร่วมบริหารอยู่ ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่รับผิดชอบในผลงานที่ล้มเหลวของตัวเองเลย ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ยังคงให้นายสมคิดร่วมบริหารอยู่และเกิดความล้มเหลวในการบริหารเพิ่มขึ้นอีก พลเอกประยุทธ์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เพราะเท่ากับยอมรับความล้มเหลวตลอด 5 ปีไว้ที่ตัวเอง และ เชื่อได้ว่าผลของความล้มเหลวตลอด 5 ปีจะทำให้เศรษฐกิจไทยยังคงจะย่ำแย่ลงต่อไปอีก