“สุดารัตน์” ระบุ ประเทศหยุดพัฒนา-ผู้มีอำนาจเลือกปฏิบัติ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม ชี้ ถึงเวลาเปลี่ยนความคิดทหารเป็นฮีโร่ แนะกระจายอำนาจเน้น ปชช.เป็นศูนย์กลาง

0
613

หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง โดย สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเสวนาผู้นำการเมือง กับอนาคตประเทศไทย โดยมี นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปริญ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนา และดำเนินรายการโดย นายยุทธพร อิสระชัย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การพัฒนาประเทศกับการพัฒนาประชาธิปไตยต้องไปด้วยกันอย่างแน่นอนเพราะประชาธิปไตยเป็นเหมือนโครงสร้าง รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายที่ควบคุม ที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ดังนั้นการพัฒนาประชาธิปไตยจึงมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

พร้อมระบุว่า วันนี้ระบอบประชาธิปไตย เป็นระบบที่ต้องส่งเสริมโอกาสและในยุคที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นการชับเคลื่อนต่างๆ ซึ่งเป็นระบบเปิด ที่จะกระจายโอกาสให้ทุกคนสามารถต่อยอดได้ กลับมาถึงประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ยังเป็นระบบการคิดเหมือน 50 ปีที่แล้ว และไม่ได้ใช้งบประมาณเพื่อเตรียมคนให้มีความรู้ความสามารถ

และต้องมีการปรับโครงสร้างอำนาจของประเทศ จากรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นการกระจายอำนาจท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นดูแลตัวเองได้ จึงจะเกิดการพัฒนา ซึ่งถ้าไม่มีเตือนให้ประชาชนเป็นตัวกลางประเทศไทยจะตกยุค อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทหาร เป็นส่วนสำคัญ แต่ต้องปรับความคิดว่า มีนักการเมืองทุจริต แล้วต้องเป็นฮีโร่เข้ามารัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญทุกครั้ง จึงไม่สามารถปล่อยไว้เป็นแบบนี้อีกต่อไป ตราบใดที่การทำรัฐประหารไม่ผิดกฎหมายทหารอยู่เหนือรัฐบาลประเทศจะย่ำอยู่กับที่

ดังนั้นจึงต้องปรับให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังขอว่า อย่าดูถูกคนต่างจังหวัดว่าเป็นทาสของเงินเพราะทุกวันนี้ฉลาด และการที่นักการเมืองใช้เงินซื้อเสียงของชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการใช้เงินเปล่า 80% จึงเกิดคำพูดที่ว่า “รับเงินสุนัข กาพรรคการเมืองอื่น”

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ปี 2540 มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่เมื่อถูกบังคับใช้ฝ่ายที่มีอำนาจกลับนำมาใจ้ต่ออำนาจ ทำให้องค์กรอิสระไม่เป็นความอิสระแต่ใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายฝั่งตรงข้าม และเลือกปฏิบัติ บางคนยืมนาฬิกาเพื่อนหลายเรือนไม่ผิด แต่บางคนยืมรถเพื่อนคันเดียวมาขับกลับติดคุก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผู้นำยุคใหม่นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน สิ่งที่สำคัญคือต้องเป็นผู้นำที่เข้าใจโลกยุคใหม่ทำตัวให้ทันสมัยเพื่อไปคว้าโอกาสไอมาพัฒนาประเทศให้ได้ และไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของอำนาจพร้อมยอมรับการเปลี่ยนแปลง และหยุดการผูกขาดกลุ่มทุนขนาดใหญ่