“เพื่อไทย” แนะรัฐบาลใช้เงินภาษีให้เกิดประโยชน์ อัดรัฐเห็นการซื้ออาวุธสำคัญกว่าช่วยเหลือเกษตรกร

0
481

นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการดูภาพรวมการจัดสรรงบประมาณปี 2563 วงเงินกว่า 3.2 ล้านล้านบาท พบว่ารัฐบาลจัดสรรงบไม่มีธรรมมาภิบาล ไปให้ความสำคัญกับงบประมาณด้านความมั่นคง มากกว่าการพัฒนาด้านการเกษตร ถือว่าผิดหลักการจัดสรรงบประมาณมาก และไม่เป็นธรรมกับประชาชน
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมไม่ใช่ด้านการทหาร การจัดสรรงบประมาณควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาต่อยอดและการปรับปรุงคุณภาพสินค้าการเกษตรเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกสร้างรายได้กลับมาในประเทศมากกว่า เอาเงินงบประมาณของประเทศไทยไปให้กับพ่อค้าอาวุธ ซื้ออาวุธเพื่อความมั่นคงเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ในงบประมาณปี 63 รัฐจัดสรรงบประมาณ ผูกพัน ระยะยาวสำหรับการซื้ออาวุธให้กองทัพปีละหลายหมื่นล้านบาท ถือว่าไม่ถูกต้อง อยากเตือนว่ารัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เป็นรัฐบาลที่ไม่เห็นหัวประชาชน

นายนิยม กล่าวด้วยว่า บริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพะการใช้จ่ายเงินภาษีประชาชนผิดพลาดมาโดยตลอด รัฐบาลเลือกเอาใจนายทุนมากกว่าจะมองประโยชน์ที่ประชาชน นโยบาย ชิมช็อปใช้ ช่วยประชาชนก็จริงแต่เงินของประชาชนไหลไปอยู่ในกระเป๋านายทุน หากเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าของนายทุนเป็นซื้อสินค้าจากร้านรัฐวิสาหกิจชุมชน อันไหนช่วยเหลือประชาชนมากกว่า และที่สำคัญรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลควรทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลายกระทรวงทำงานไปคนละทิศละทางประชาชนสับสนกับนโยบายรัฐบาล

อยากฝากไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรบูรณาการ การทำงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวง ให้บริหารงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างเช่นที่เป็นอยู่” นายนิยมกล่าว