“พริษฐ์-อภิชาติ” เยือนกำแพงเพชร ชูนโยบายก้าวไกลแก้อาการป่วยประเทศไทย ย้ำกระจายอำนาจ-ส่งเสริมเอสเอ็มอี-ปฏิรูปที่ดิน เชื่อทำรัฐสวัสดิการได้ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย

0
129

วันที่ 5 ธันวาคม 2565 ที่จังหวัดกำแพงเพชร พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้พบปะประชาชนเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของพรรคก้าวไกลและรับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมกับเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กำแพงเพชร จำนวน 2 เขต ได้แก่ เขต 1 สุกิจ ศุภกิจเจริญ และ เขต 3 ประพันธ์ จิตคำ

พริษฐ์กล่าวว่า หากเปรียบประเทศไทยปัจจุบันเหมือนคนป่วย ก็เป็นคนป่วยด้วย 3 โรค คือ (1) โรคเศรษฐกิจอ่อนแอ (2) โรคเหลื่อมล้ำเรื้อรัง และ (3) โรคประชาธิปไตยหลอกลวง นโยบายของพรรคก้าวไกลจึงเปรียบเหมือนยารักษา ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ โดยแนวทางการรักษาโรคสามารถเริ่มต้นจากการกระจายอำนาจ ถ่ายโอนอำนาจการจัดทำบริการสาธารณะกลับคืนสู่ท้องถิ่น เพิ่มอำนาจของประชาชนในการมีส่วนร่วมจัดสรรงบประมาณ ตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่น และมีส่วนกำหนดทิศทางนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งจะช่วยให้ท้องถิ่นได้ปลดปล่อยศักยภาพและสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้ตรงตามความต้องการของประชาชน

พริษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลพร้อมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ด้วยนโยบายสนับสนุน SME เช่น สุราก้าวหน้า ที่ต้องการปลดล็อกให้ผู้ประกอบการรายย่อย ‘หวย SME’ ที่ให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าจากร้านค้าท้องถิ่นมีโอกาสลุ้นรับโชค และแผนปฏิรูปเกษตรกรรมในประเทศตามแนวทาง ‘กระดุม 5 เม็ด’ โดยเม็ดแรกคือการปฏิรูปที่ดิน ทำให้ที่ดินเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เม็ดที่สองคือลดหนี้สิน เม็ดที่สามคือการแก้ไขปัญหาต้นทุนที่ไม่คงที่ของเกษตรกร เม็ดที่สี่คือการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า และเม็ดที่ห้าคือการแปรบทบาทของผู้ผลิตสินค้า ให้ไปเป็นผู้ประกอบการการท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบการประเภทอื่นๆ ที่ต่อยอดจากการทำเกษตร

พริษฐ์กล่าวว่า ส่วนการรักษาโรคความเหลื่อมล้ำเรื้อรังและโรคประชาธิปไตยหลอกลวงนั้น สามารถแก้ได้ที่การเพิ่มสวัสดิการในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนเด็กแรกเกิด 0-6 ปี ผ่านการมอบ ‘ของขวัญแรกเกิด’ และ ‘เงินเด็กเล็ก’ 1,200 บาทต่อเดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่มีเด็กเล็กและอาจช่วยให้คนพร้อมมีลูกมากขึ้น แก้ปัญหาเด็กเกิดใหม่ลดจำนวนลง ส่วนในวัยเรียน ยังมี ‘คูปองเปิดโลก’ เพื่อให้นักเรียนนำไปใช้ในการเรียนรู้กิจกรรมสร้างสรรค์และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆรวมถึงการอุดหนุนผู้สูงอายุด้วยเบี้ยยังชีพ 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิต และช่วยลดภาระของคนวัยทำงานที่ปัจจุบันต้องรับผิดชอบคนหลากหลายวัยในครอบครัว ให้กล้าใช้ชีวิต กล้าตัดสินใจเพราะมีสวัสดิการรองรับ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำได้ ประเทศก็ต้องมีประชาธิปไตย ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดอาวุธ คสช. และประชาชนมีส่วนร่วมในการร่าง

ด้านอภิชาติ ในฐานะประธาน กมธ.การที่ดินฯ ตอบคำถามของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการจัดการที่ดินว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่ต้องติดให้ถูกต้อง ที่ผ่านมามีปัญหาเกษตรกรใช้ที่ดินที่ไม่มีโฉนด ทั้ง ๆ ที่ถือครองแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) หรือหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) แต่กลับไม่ได้รับการออกโฉนด โดยหลังจากนี้ ตนจะใช้กลไกของรัฐสภาเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยถึงแนวทางการออกโฉนดต่อไป และในอนาคตต้องการผลักดันให้ประชาชนนำพื้นที่เข้านิคมสหกรณ์และที่ดิน สปก. 4-01 เพื่อให้สามารถออกเอกสารสิทธิได้ง่ายขึ้น