7 พรรคฝ่ายค้าน รับฟังปัญหาตัวแทนเกษตร จ.มหาสารคาม เรียกร้องให้ช่วยผลักดันสร้างมูลค่าสินค้าวิสาหกิจ ย้ำไม่เห็นด้วยห้ามทำนาปรัง ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยันกับสภาหอการค้าจะนำปัญหาที่ได้หารือไปผลักดันในสภา ประกาศต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ให้เศรษฐกิจซบเซา

0
395

เวลา 15.00 น. ที่ปรางค์กู่ (กู่มหาธาตุ) ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม 7 พรรคฝ่ายค้านนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ร่วมเวทีเสวนารับฟังปัญหาเกษตรกร จ.มหาสารคาม โดยเวทีดังกล่าวตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนต่างสะท้อนปัญหาไปยังฝ่ายค้าน ต้องการให้ช่วยผลักดันให้สินค้าของวิสาหกิจชุมชนจะสร้างมูลค่าสร้างเศรษฐกิจให้กับเศรษฐกิจชุมชน รวมทั้ง
ถนนขาดหลายสายจากพายุโพดุลเมื่อวันที่ 30 ส.ค. โดยชลประทานบอกกับท้องถิ่นว่าหากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอดินไปถมถนนที่ขาดต้องทำหนังสือไปถึงกรมธนารักษ์ จึงเห็นว่าการที่บอกว่าทุกหน่วยงานต้องบูรณาการทุกภาคส่วน หากทำจริงเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐได้ ขณะเดียวกันยังเสนอว่าหากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ก็ควรยุบสภา ขณะเดียวกันราชการบอกห้ามทำนาปรังเพราะน้ำไม่มี แต่ไม่มีการเก็บกักน้ำให้เกษตรกรได้ใช้ทำนาปรัง จึงอยากฝากฝ่ายค้านไปช่วยบอกรัฐบาลว่า จ.มหาสารคามต้องการทำนาปรัง หากไม่ทำนาปรังก็จะไม่มีอะไรกิน

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่หอการค้าจังหวัดมหาสารคาม นายสมพงษ์พร้อมตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านเข้าหารือและพบปะกับหอการค้าสมาคมการค้า สภาอุตสาหกรรม หอการค้า เพื่อหารือถึงการทำผังเมือง การทำระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาบริหารจัดการน้ำ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ระบุว่า จีดีพีของ จ.มหาสารคาม คือการศึกษา และยังต้องพัฒนาประชากรให้มีคุณภาพ และดูดเม็ดเงินได้คือการศึกษา แต่ขณะนี้การศึกษาลงเร็วมากเพราะอีกไม่นานมหาวิทยาลัยมหาสารคามจะไปไม่รอดจากจำนวนนักศึกษาลดลงเหมือนมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในส่วน จ.มหาสารคามยังป่วยเรื่องการลงทุนกับการศึกษา ในส่วนของการศึกษาถ้าเป็นวิกฤตก็ต้องสู้กัน ว่าจะให้เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางหรือไม่ ส่วนการเกษตรก็หวังพึ่ง จ.มหาสารคาม ยาก เมื่อเห็นทิศทางการพัฒนาประเทศ ส่วนตัวเห็นว่าถ้าให้ประชาชนมีกำลังซื้อ คิดว่า 1 ตำบล 1 โรงงาน ถ้าไม่ได้ตำบลก็เป็น 1 อำเภอก่อน

“เราต้องแก้กติกาประเทศก่อน เพราะโครงสร้างแบบนี้จะส่งผลต่อไป ถ้ากติกาบล็อกไว้แบบนี้ ที่จะต้องพึ่งราชการโดยพึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแทน” นายสุทิน ระบุ

โดยนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ระบุว่า ตนมาภาคอีสานรู้สึกเจ็บใจทุกครั้ง เพราะงบประมาณไม่ทราบว่าไปไหนหมด เพราะได้เกิดภัยแล้งซ้ำซาก ดังนั้นขอให้หอการค้าจังหวัดช่วยกัน ขณะเดียวกันเห็นควรที่ จ.ร้อยเอ็ด จ.มหาสารคาม จ.กาฬสินธุ์ ควรผนึกกันเพื่อของบประมาณในการสร้างสนามบินเป็นของตัวเองแล้วจะทำให้มีอย่างอื่นตามมา อีกทั้งการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วในภาคอีสานก็ไม่สามารถทำได้ แต่รัฐบาลเชื่อมสามสนามบินนั้น ส่วนตัวก็มองเป็นการเอื้อต่อนายทุน

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ยืนยัน 7 พรรคการเมืองจะนำปัญหาทั้งหมดไปผลักดันในสภาฯ โดยฝ่ายค้านมา 246 เสียง ถ้า ส.ส. และรัฐมนตรีเข้าห้องน้ำก็อาจเกิดเหตุการณ์สำคัญได้ ขณะเดียวกัน 5 ปีไม่สามารถติดต่อการค้าต่างประเทศได้เพราะรัฐบาลมาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร ทำให้ประเทศไม่น่าเชื่อถือ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเศรษฐกิจก็จะซบเซาต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here