ขีดเส้นใต้เอาไว้ร้อยเส้น! ‘ปิยบุตร’ บุก’ศรีสะเกษ’ย้ำข้อเสนอปลดล็อกท้องถิ่น ไม่ได้ยุบกำนันผู้ใหญ่บ้าน

0
140

วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า รณรงค์แคมเปญขอคนละชื่อปลดล็อกท้องถิ่น ที่พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตอนหนึ่งได้ระบุว่า ข้อเสนอแคมเปญขอคนละชื่อปลดล็อกท้องถิ่น ที่รณรงค์ล่าชื่อประชาชนเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อเสนอไม่ได้มีการยุบเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้านโดยทันที เพียงแต่เสนอจัดการอำนาจของท้องถิ่น
.
“ส.ส. พรรคการเมืองพรรคหนึ่งปราศรัยหาเสียงว่าพรรคเขาจะไม่ยุบเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้าน ข้อเสนอของแคมเปญปลดล็อกท้องถิ่นของพวกเราก็ไม่ได้เสนอยุบเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้านโดยทันทีเหมือนกัน” นายปิยบุตร กล่าว
.
นายปิยบุตร กล่าวว่า รัฐไทยมีโครงสร้างที่สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเรามีทั้งส่วนกลางคือกระทรวง ทบวง กรม มีส่วนภูมิภาค คือ จังหวัด อำเภอ มีส่วนท้องถิ่น คือ อบจ. เทศบาล อบต.ฯลฯ และเรายังมีอีกส่วนหนึ่งคือ ส่วนท้องที่ คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล โดยส่วนท้องที่ หรือ กำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นลูกผสมกึ่งภูมิภาค กึ่งท้องถิ่น โดยกึ่งภูมิภาคคือกำนันผู้ใหญ่บ้านมีผู้กำกับดูแลคือนายอำเภอเป็นส่วนภูมิภาค ส่วนกึ่งท้องถิ่นคือผู้ใหญ่บ้านมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน สภาวะลูกผสมของการปกครองท้องที่ เกิดจากพัฒนาการของโครงสร้างรัฐไทย
.
“ตอนเป็นรัฐรวมศูนย์ เป็นธรรมดาอยู่เอง ที่ผู้ปกครองจะส่งคนของตัวเองไปปกครองในพื้นที่ต่างๆ แต่ด้วยจังหวัดต่างๆ มีพื้นที่กว้างขวาง ผู้ว่าคนเดียวดูไม่ไหว ก็มีการซอยระดับย่อยลงไปให้ไปดูระดับพื้นที่คือหมู่บ้าน ระดับตำบล แต่เมื่ออยู่ใกล้ประชาชน พื้นที่เล็ก เลยจำเป็นต้องให้มีการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ ก็มีการให้มีการเลือกตั้งจากประชาชน แล้วก็มีพัฒนาการเรื่อยมา มีช่วงเวลาหนึ่งให้มีการเลือกทุก 5 ปี แต่หลังรัฐประหาร 19 กันยา 2549 รัฐบาลยุคนั้นก็ไปแก้กฎหมายให้เป็นจนเกษียณอายุราชการ คือเป็นจนอายุ 60 ปี ซึ่งพอแก้กฎหมายแบบนี้ก็มีข้อท้าทายเกิดขึ้นในพื้นที่ กลายเป็นว่าบางพื้นที่ก็ไม่มีแรงจูงใจในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขชาวบ้าน เพราะบางทีได้รับเลือกตั้งแต่อายุไม่มาก ได้เป็นแล้วพออยู่จนเกษียณ ก็อาจจะได้อยู่ถึง 20-30 ปี ไม่มีแรงจูงใจทำงาน หรือหากมีคนใหม่ๆ ที่ฝีมือดีก็เป็นไม่ได้เพราะติดคนเก่า ต้องรอจนเขาอายุ 60 ปีก่อน” นายปิยบุตร กล่าว
.
เลขาธิการคณะก้าวหน้า ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า นอกจากนี้รัฐยังมีการไปแก้กฎหมาย พ.ร.บ.เทศบาล ด้วย ส่งผลให้มีการตีความให้บางพื้นที่ที่เป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง ตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านหมดไป เลยทำให้ตอนนี้บางพื้นที่ไม่มีกำนันผู้ใหญ่บ้านแล้วด้วย หรือบางจังหวะก็มีการเปลี่ยนกฎหมายเรื่องวาระการอยู่ในตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านกลับไปกลับมา ทั้งหมดนี้จึงต้องการอธิบายให้เห็นว่าเรื่องนี้มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด มีพลวัตไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่
.
นายปิยบุตร ระบุด้วยว่า เมื่อกระจายอำนาจอย่างแท้จริงสำเร็จ ท้องถิ่นมีงบประมาณ มีอำนาจ มีทรัพยากร เป็นผู้จัดทำบริการสาธารณะในระดับพื้นที่ทุกเรื่อง ยกเว้นแค่ไม่กี่เรื่องอย่างเรื่องเงินตรา การมีกองทัพ การต่างประเทศ และจัดการอำนาจที่ซ้ำซ้อนและถูกขี่คอจากส่วนภูมิภาคและส่วนกลางให้เป็นการกำกับดูแลอย่างแท้จริง ไม่ใช่มาลักไก่บังคับบัญชา เมื่อนั้นก็อาจต้องมาคุยกันว่าเราจะจัดวางสถานะและบทบาทของกำนันผู้ใหญ่บ้านอย่างไร จะมีพัฒนาการพลวัตอย่างไร แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันของทุกฝ่าย และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดถัดไปที่จะทำ โดยข้อเสนอปลดล็อกท้องถิ่นไม่ได้มีข้อเสนอเรื่องจะยุบหรือจะเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้านในทันที แม้ว่าหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ประกาศใช้แล้วก็ตาม
.
“ผมเข้าใจดีว่าทุกวันนี้กำนันผู้ใหญ่บ้าน เงินเดือนไม่ได้เยอะ อยากดูแลลูกบ้านก็ไม่มีงบ ต้องรอจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หลายๆ ครั้งก็อาจไม่ได้อยากทำตามความต้องการจากข้างบนที่สั่งมา ที่อาจจะไม่ได้ยึดถือผลประโยชน์ของประชาชน พวกเขาอยากได้อะไรก็สั่งแต่อยู่หลังฉากไม่ออกหน้า เมื่อกำนันผู้ใหญ่บ้านอยู่ใกล้ประชาชนลูกบ้าน ก็อยากทำประโยชน์เห็นอกเห็นใจประชาชนมากกว่า แต่ก็ติดข้อจำกัด เมื่อเป็นเช่นนั้นหากกระจายอำนาจโดยสมบูรณ์แล้ว เพื่อให้พี่น้องกำนันผู้ใหญ่ได้รับเกียรติยศ ศักดิ์ศรีได้ดูแลพี่น้องประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนได้อย่างแท้จริง ก็มีนักวิชาการที่เสนอโมเดลว่า หรือว่าจะให้กำนันผู้ใหญ่บ้านไปสังกัดเป็นพนักงานท้องถิ่นมีเงินเดือนประจำ มีเงินเดือนที่สมน้ำสมเนื้อ หรือบางพื้นที่อาจลงแข่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น หรือมิเช่นนั้นอาจเข้าไปทำหน้าที่ในสภาพลเมือง ที่เป็นสภาของประชาชนที่ทางแคมเปญปลดล็อกท้องถิ่นได้เสนอให้มีสภานี้ก็ได้” นายปิยบุตร ระบุทิ้งท้าย