ประชาชนหรือเผด็จการที่เลือกมาเป็น ส.ส.? “ก้าวไกล” ผิดหวังสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. “โรม” จัดหนัก ส.ส.ซีกรัฐบาลควรส่องกระจกมองตัวเอง – ชี้เป็นมติประวัติศาสตร์ขัดขวางประเทศเดินหน้า

0
293

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่อาคารรัฐสภา ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ, พร้อมด้วย รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ, จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.เขต 4 จ.ฉะเชิงเทรา, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล เเถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่รับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ จอน อึ้งภากรณ์ เเละประชาชน 12,609 คน ร่วมกันเข้าชื่อ รวมถึงร่าง ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ซึ่ง ปิยบุตร เเสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ พร้อมคณะที่เคยเสนอไว้

***ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด! ส.ส.อภิปรายไม่เห็นด้วยยกเลิกคำสั่ง คสช. แต่สุดท้ายลงมติไม่รับหลักการ

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคก้าวไกล ขอยืนยันในเบื้องต้นว่าร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ เป็นร่างกฎหมายที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในร่างของภาคประชาชนมีเนื้อหายกเลิกคำสั่ง 35 ฉบับ และในร่างของอดีตพรรคอนาคตใหม่ยกเลิกจำนวน 17 ฉบับ แน่นอนว่าเมื่อพิจารณาเเล้วยังมีคำสั่งที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ โดยมีทั้ง 3 หมวดหมู่ ในหมวดหมู่แรกคือการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยเฉพาะคำสั่งที่ 3/2558 ที่มีเพื่อนสมาชิกจากรัฐบาลเเละฝ่ายค้านจำนวนมากที่ถูกเรียกตัว โดยรวมถึงการอุ้มหาย การเสียชีวิต การละเมิดสิทธิมนุษยชนเเละหมวดที่ 2 ในการออกกฎหมายเฉพาะ อาทิ เรื่องผังเมือง เเละกรณี EEC รวมไปถึงนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เเละหมวดหมู่ที่สาม คือเกี่ยวกับพี่น้องชายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ นโยบายทวงคืนผืนป่า ซึ่งในปัจจุบันมีคดีที่รอการพิจารณากว่า 10,000 คดี เเละมีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 30,000 คน

“ในการลงมติในร่าง พ.ร.บ.ของภาคประชาชน มีเพื่อนสมาชิกทีไม่รับหลักการ 230 คน เเละรับหลักการ 161 คน ส่วนในร่างของอดีตพรรคอนาคตใหม่ มีเพื่อนสมาชิกที่ไม่รับหลักการ 229 คน รับหลักการ 156 คน เราผิดหวังเเต่ไม่ผิดคาด จากกรณีการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่ผ่านมาทั้งหมด 28 คน เราจะเห็นว่า ไม่มีเพื่อนสมาชิกคนใดที่กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ทว่าเมื่อลงมติผลกลับออกมาเป็นอีกอย่าง เรารู้สึกผิดหวังที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ แต่เราไม่ผิดคาด อย่างไรก็ตาม เราต้องการตอกย้ำและเดินหน้าในการรื้อมรดก คสช. รื้อระบอบประยุทธ์ทั้งหมดต่อไป แต่พวกเราไม่อาจเดินทางเพียงลำพังได้ หากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน” ณัฐวุฒิ กล่าว

*** “โรม” อัด ส.ส.ไม่รับหลักการขัดขวางการเดินหน้า ปชต. – ชวนรำลึกความรู้สึกถูก คสช.กระทำ

ด้าน รังสิมันต์ กล่าวว่า ผิดหวังต่อมติที่เกิดขึ้น ในความตั้งใจที่เราอยากจะเห็นการประกาศหรือยกเลิกคำสั่ง คสช. เราเชื่อว่านี่คือการถอดสลักปัญหาที่ค้างคาในสังคมไทย ซึ่งนอกจากพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบเเล้ว ยังเพื่อนสมาชิกถึง 52 คน ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งเราหวังว่าการอภิปรายในสัปดาห์ที่เเล้วของเราจะช่วยเตือนสติ ถึงความรู้สึกที่ครั้งหนึ่งที่ ส.ส.เหล่านี้เคยรู้สึกในวันที่ได้รับความเดือดร้อน ถูกจับกุม ถูกควบคุม ถูกปิดปากไม่ให้พูด และเราหวังว่าเสียงของพี่น้องประชาชนที่พูดผ่านเรา จะดังไปถึง ส.ส.ซีกรัฐบาล นำมาซึ่งการลงมติที่จะถอดสลักและจะทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้าอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็มีบางคนที่เคยได้รับผลกระทบนั้นโหวตไม่รับหลักการ แน่นอนว่าบรรดาคำสั่งและประกาศ คสช. อาจจะไม่มีเท่าเดิมในสมัย คสช.เรืองอำนาจ แต่ต้องยอมรับว่าบรรดาประกาศคำสั่งจำนวนมากก็รอวันที่จะมีคนหยิบมาใช้ แล้วเอานำมาใช้กับประชาชนได้อีกครั้ง ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราในฐานะที่ถูกพี่น้องประชาชนเลือกมาจะคว่ำร่างที่จะยกเลิกคำสั่งและประกาศของ คสช.

“นี่ยังไม่ต้องนับว่าในการที่ท่านใช้วิธีการลงมติโดยไม่มีการอธิบาย ไม่สื่อสารให้พี่น้องประชาชนทราบ ร่างดังกล่าวของภาคประชาชนเเละอดีตพรรคอนาคตใหม่ ยื่นเข้าสู่สภากว่า 2 ปี ซึ่งท่านมีเวลาที่จะอธิบายกับพี่น้องประชาชน แต่ในวันที่พี่น้องประชาชนตั้งคำถาม ในวันที่ประชาชนต้องการที่จะเห็นร่างดังกล่าวเพื่อยกเลิกประกาศเเละคำสั่ง คสช. สิ่งที่ท่านตอบกับพี่น้องประชาชนคือเงียบ เเละลงมติเลย ผมต้องการให้ประชาชนตรวจสอบว่านักการเมืองคนไหน ส.ส.คนไหนคือคนที่ขัดขวาง ตรวจสอบว่าผู้แทนราษฎรคนไหน ไม่ยอมให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตย อยากให้พวกเขาเหล่านั้นกลับไปจดจำความรู้สึกที่เคยถูกกระทำ ตอนที่พวกเราได้รับความเดือดร้อนในสมัยยุคคสช. รังแกพวกเราเเละรังเเกประชาชน หากเราไม่เอาความรู้สึกเหล่านั้นมาใส่ใจในหัวใจของเรา คิดว่าการทำหน้าที่เป็นผู้เเทนราษฎรที่ดีคงไม่อาจเกิดขึ้นได้ ผมเชื่อว่าการลงมติครั้งนี้ เป็นการลงมติในประวัติศาสตร์ คนที่ขัดขวางไม่ให้ร่างดังกล่าวผ่านไปได้ จะถูกจดจำ ในฐานะของคนที่ขัดขวางระบอบประชาธิปไตย ขัดขวางประเทศไทยไม่ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้” รังสิมันต์ กล่าว

***แนะส่องกระจกดูตัวเอง – อธิบายได้หรือไม่ทำไมไม่ยกเลิกคำสั่ง “คสช.”

รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า อยากให้ส่องกระจกเเล้วถามตัวเองว่า ใครเป็นคนเลือกท่านมา ท่านไม่ได้มาจาก คสช. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่เป็นคนที่เลือกท่านเข้าสภามา คนที่เลือกท่านคือประชาชน ถ้าส่องกระจกเเล้วจำได้ ก็ขอให้เดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรต่อไป หากท่านจำไม่ได้ ประชาชนก็จะจำท่านไม่ได้เช่นกัน นี่คือผลกรรมที่ท่านเลือกไม่ฟังเสียงประชาชน

ขณะที่ จิรัฐฏ์ กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ ส.ส.รัฐบาลรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น ต้องอธิบายว่าเหตุผลอะไรทำไมไม่เห็นด้วยกับการไม่รับหลักการร่างกฎหมายยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. หรือถ้า หากเห็นด้วยก็ต้องอธิบายเช่นกัน การลงมติในทุกครั้งท่านต้องอธิบายให้ได้ เพราะมันมีผลต่อพี่น้องประชาชน เนื่องจากเราเป็นตัวแทนของประชาชนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราเคยอยู่ในยุคผู้มีอำนาจเหนือประชาชน เเล้วเหตุใดเราถึงไม่ให้คำสั่งของผู้อำนาจเผด็จการเหล่านั้นถูกยกเลิก